หน้าแรก›บทความ›เทคนิค & สินค้าใหม่
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่

สรุปมาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24 ฉบับใช้งานหน้างาน: โซน ระยะห่างหัวตรวจจับ เสียง แบตเตอรี่ และการตรวจรับ

2026-10-05·อ่าน 27 นาที

ถ้าถามผู้ออกแบบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในไทยว่า “หัวควันห่างกันได้กี่เมตร” “ต้องดังกี่ dB” หรือ “แบตเตอรี่ต้องอยู่ได้กี่ชั่วโมง” คำตอบเกือบทั้งหมดจะมาจากเล่มเดียวกัน คือ มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งฉบับปัจจุบันคือ วสท. 021002-24 (พ.ศ. 2567)

บทความนี้สรุปตัวเลขที่ใช้จริงหน้างานจากตัวเล่ม เรียงตามลำดับงาน ตั้งแต่ประเภทอาคาร การแบ่งโซน ตำแหน่งหัวตรวจจับ ปุ่มแจ้งเหตุ เสียงและแสง ไฟฟ้าสำรอง สายไฟ จนถึงการตรวจรับ ท้ายบทความมีลำดับฉบับของมาตรฐานเล่มนี้ และจุดที่เปลี่ยนจากร่าง 2561 ที่ยังถูกอ้างกันในสเปกหลายโครงการ

สรุปสั้นที่สุด:
• โซน — ระยะค้นหาไม่เกิน 30 ม. · โซนละไม่เกิน 1,000 ตร.ม. (โล่งมองเห็นทั่ว 2,000 ตร.ม.) · อาคารเกิน 500 ตร.ม. และสูงเกิน 3 ชั้นต้องแยกโซนรายชั้น
• หัวควัน — ใช้ป้องกันชีวิต ระยะห่าง 9.10 ม. ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. ห่างผนังไม่เกิน 4.50 ม. ห่างหัวจ่ายลมอย่างน้อย 1 ม. · หัวความร้อน ป้องกันทรัพย์สินเท่านั้น
• ปุ่มแจ้งเหตุ — สูง 1.00–1.30 ม. ห่างวงกบประตูทางออกไม่เกิน 1.50 ม. เดินถึงไม่เกิน 30 ม. (พื้นที่โล่ง) / 45 ม. (ตามทางเดิน) หรือปุ่มห่างกันไม่เกิน 60 / 90 ม.
• เสียง — ดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย 15 dB(A) หรือดังกว่าเสียงแวดล้อมสูงสุด 5 dB(A) ในพื้นที่สาธารณะ อยู่ในช่วง 65–110 dB(A) · ห้องนอนวัดที่หมอนไม่ต่ำกว่า 75 dB(A)
• แบตเตอรี่ — สำรองสภาวะปกติ 24 ชม. แล้วแจ้งเหตุต่อได้อีก 15 นาที · คิดเผื่อ 125%
• สายไฟ — สายทนไฟต้องผ่านทั้งทนไฟ ก๊าซกรด และควัน (มอก. 2755/2757/2758 หรือ IEC ที่เทียบกัน) · ช่องเดินสายคาดแถบสีส้ม
• ตรวจรับ — รับรองโดยวิศวกรไฟฟ้าหรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมาย · สัญญาณจากหัวถึงตู้ต้องไม่เกิน 10 วินาที (30 วินาทีถ้าใช้การพิสูจน์สัญญาณ)

ตัวเลขในบทความนี้อ้างจาก มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2567 (วสท. 021002-24) ประกาศใช้ 1 พ.ค. 2567 และเลขข้อในวงเล็บเป็นเลขข้อในเล่มนี้ บทความนี้สรุปความ ไม่ได้คัดลอกตัวบท ก่อนนำไปใช้ในงานจริงให้เปิดข้อนั้นในเล่มยืนยันอีกครั้ง (ลำดับฉบับดูหัวข้อ “ฉบับไหนใหม่ที่สุด” ท้ายบทความ)

1. มาตรฐานนี้ใช้กับอาคารแบบไหน

มาตรฐานครอบคลุม การออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา ระบบตรวจจับและแจ้งเหตุเพลิงไหม้อัตโนมัติ ใช้กับอาคาร 9 กลุ่ม (ข้อ 2.1.1) คือ อาคารขนาดเล็ก อาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง อาคารสาธารณะ อาคารอยู่อาศัยรวม โรงงาน/คลังสินค้า/ศูนย์กระจายสินค้า บ้าน ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว บ้านแฝด และสถานประกอบการตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป หรือมีพื้นที่ประกอบกิจการตั้งแต่ 300 ตร.ม.

ส่วนอาคารที่ผลิต ใช้ หรือเก็บวัตถุระเบิด สารไวไฟ สารเคมี หรือสารกัมมันตรังสี อยู่นอกขอบเขต (ข้อ 2.1.2) ต้องใช้มาตรฐานเฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญประกอบ

ประเภทอาคารนิยามในมาตรฐาน (ข้อ 1.3.28–1.3.31)
อาคารขนาดเล็กสูงไม่เกิน 15 ม. และพื้นที่ 500–2,000 ตร.ม. หรือ สูง 15–23 ม. และพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม.
อาคารขนาดใหญ่พื้นที่รวมเกิน 2,000 ตร.ม. หรือ สูง 15–23 ม. และพื้นที่ 1,000–2,000 ตร.ม.
อาคารขนาดใหญ่พิเศษพื้นที่รวมทุกชั้น หรือชั้นใดชั้นหนึ่ง ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม.
อาคารสูงสูงตั้งแต่ 23 ม. (วัดจากพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า)

2. ป้องกันชีวิต หรือป้องกันทรัพย์สิน: จุดเริ่มของการเลือกหัวตรวจจับ

มาตรฐานแยกเป้าหมายการออกแบบเป็น 2 แบบ และเป้าหมายนี้เป็นตัวกำหนดชนิดหัวตรวจจับ

ข้อ 5.1 เขียนไว้ตรง ๆ ว่า หัวตรวจจับความร้อนไม่ใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันชีวิต เหมาะกับพื้นที่ที่ไฟให้ควันน้อยแต่อุณหภูมิขึ้นเร็ว หรือมีฝุ่น ไอน้ำ ความชื้น ลมแรง เช่น ครัว ข้อนี้ทำให้การเอาหัวความร้อนไปติดในห้องนอนเพื่อลดเหตุหลอก ผิดมาตรฐานทันที ถ้าห้องนั้นมีปัญหาเหตุหลอก ทางที่มาตรฐานเปิดไว้คือหัวแบบผสมที่มีการตรวจจับควันด้วย (ข้อ 4.1.2)

ห้องที่มาตรฐานยกตัวอย่างว่าต้องมีหัวตรวจจับเพิ่ม ได้แก่ ห้องเก็บของเกิน 12 ตร.ม. ห้องเก็บสารไวไฟ ช่องเปิดระหว่างชั้น (atrium ช่องลิฟต์) ปล่องดูดควันครัว ห้องเครื่องส่งลมเย็น ห้องเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ห้องไฟฟ้า ห้องหม้อแปลง ห้องเครื่องลิฟต์ ศูนย์สั่งการดับเพลิง และพื้นที่หลบภัยชั่วคราว

3. ส่วนประกอบขั้นต่ำตามประเภทอาคาร

อาคารส่วนประกอบขั้นต่ำ
บ้านและอาคารอยู่อาศัยที่เล็กกว่าอาคารขนาดเล็ก (ข้อ 2.3.1)ควรพิจารณาให้มีระบบแจ้งเหตุ โดยใช้หัวตรวจจับควันที่มีเสียงในตัวได้ ทำงานด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่อง และมีเสียงเตือนเป็นระยะเมื่อแบตใกล้หมด (ไม่กำหนดอายุแบตขั้นต่ำ)
อาคารขนาดเล็ก (ข้อ 2.3.2)ตู้ควบคุม · ปุ่มแจ้งเหตุ · หัวตรวจจับอัตโนมัติ · อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ (ชั้นเดียวที่ไม่ได้ใช้อยู่อาศัย ภายในโล่ง มองเห็นทั่วจากทางเข้า-ออก ไม่ต้องติดหัวตรวจจับอัตโนมัติได้)
อาคารสูง ใหญ่ ใหญ่พิเศษ สาธารณะ อยู่อาศัยรวม (ข้อ 2.3.3)4 รายการข้างบน + ระบบสื่อสารสองทาง (โทรศัพท์ฉุกเฉิน/วิทยุในอาคาร) + แผงแสดงผล · ห้องพักต้องบอกตำแหน่งหัวที่ทำงานได้ (addressable หรือไฟแสดงผลหน้าห้อง)
โรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า (ข้อ 2.3.4)ตู้ควบคุม · ปุ่มแจ้งเหตุ · หัวตรวจจับ · อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ · แผงแสดงผล
อาคารที่มีคนตั้งแต่ 300 คน (ข้อ 2.3.5.1, 9.1)ต้องมีระบบประกาศฉุกเฉิน สั่งงานอัตโนมัติจากระบบแจ้งเหตุได้ รวมถึงในที่จอดรถของอาคารรวม เช่น ศูนย์การค้า · เครื่องขยายเสียงเผื่อกำลังขับอย่างน้อย 25% · เสียงประกาศกับเสียงเตือนห้ามซ้อนกันในพื้นที่เดียวกัน · สายลำโพงต้องตรวจคุมวงจร

อาคารสูง ใหญ่ ใหญ่พิเศษ สาธารณะ และอยู่อาศัยรวม ต้องติดตั้งตู้ควบคุม แผงแสดงผล และแผงระบบสื่อสารฉุกเฉินไว้ในศูนย์สั่งการดับเพลิงที่ชั้นล่าง (ข้อ 2.4.1) ห้องขนาดไม่น้อยกว่า 16 ตร.ม. กั้นด้วยผนังและเพดานทนไฟไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง อยู่ระดับพื้นดินและมีประตูออกสู่ภายนอก หรืออยู่สูง/ต่ำกว่าชั้นพื้นดินได้ 1 ชั้นถ้ามีประตูเข้าบันไดหนีไฟหรือที่ปลอดภัยโดยตรง และต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำห้องตลอดเวลา (ข้อ 1.3.24)

4. รูปแบบการแจ้งสัญญาณและการหน่วงเวลา

ตัวเลขที่ต้องจำ (ข้อ 2.2.5 และ 8.6)

กลไกเงื่อนไขในมาตรฐาน
Positive Alarm Sequenceกดรับทราบที่ตู้ภายใน 15 วินาที แล้วต้องตรวจสอบและรีเซ็ตให้ได้ภายใน 180 วินาที ไม่ทันหรือมีหัวอื่นทำงานเพิ่ม ระบบเข้าขั้นอพยพเอง
Pre-signalหน่วงได้นานกว่า 1 นาที
เวลาหน่วงรวมทุกขั้นไม่เกิน 10 นาที
การพิสูจน์สัญญาณ (alarm verification)หัวควันในโซนเดียวกันต้องเริ่มสัญญาณ 2 ครั้งห่างกันไม่เกิน 60 วินาที · ห้ามใช้กับปุ่มแจ้งเหตุ หัวความร้อน หัวเปลวไฟ หัวที่สั่งระบบดับเพลิง พื้นที่เสี่ยงสูง หัวสุ่มอากาศ หัวลำแสง หัวภาพวิดีโอ และหัว CO

อ่านรายละเอียดเทียบกับ NFPA 72 และ EN 54-2 ได้ในบทความ “หน่วงสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้นานเท่าไร?” (ลิงก์ท้ายบทความ)

5. การแบ่งโซนตรวจจับ

หลักคิดของโซนคือ เมื่อสัญญาณเข้า ต้องรู้ทันทีว่าไปที่ไหน มาตรฐานจึงคุมทั้งขนาดพื้นที่และระยะเดินค้นหา (ข้อ 3.1–3.2)

เกณฑ์ค่า
ระยะค้นหา (เดินจากทางเข้าโซนจนรู้ว่าต้นเพลิงอยู่ไหน)ไม่เกิน 30 ม.
พื้นที่ต่อโซน ในชั้นเดียวกันไม่เกิน 1,000 ตร.ม.
พื้นที่โล่งมองเห็นกันตลอดไม่เกิน 2,000 ตร.ม.
อาคารทั้งหลังไม่เกิน 500 ตร.ม.ใช้โซนเดียวได้ แม้มีหลายชั้น
อาคารเกิน 500 ตร.ม. และสูงเกิน 3 ชั้นอย่างน้อยชั้นละ 1 โซน และทุกโซนยังต้องผ่านเกณฑ์ 30 ม. / 1,000 ตร.ม.
ห้องบันไดหนีไฟหัวควันทุกชั้นและสวิตช์แจ้งเหตุในห้องบันได ต้องอยู่โซนเดียวกัน (ข้อ 3.2(8))
พื้นที่ที่ต้องแยกโซนอิสระโถงลิฟต์ดับเพลิง ทางหนีไฟ บันไดหนีไฟ เหนือฝ้า/ใต้พื้นยกที่มีบริภัณฑ์ไฟฟ้า ห้องไฟฟ้าหลัก ห้องเครื่องจักร ห้องเก็บสารไวไฟ ครัว ห้องซักรีด

โซนต้องแบ่งตามแนวผนังทนไฟ หนึ่งโซนคลุมหลายห้องทนไฟได้ถ้าระยะค้นหาไม่เกิน แต่ ห้ามแบ่งให้โซนเดียวคลุมแค่บางส่วนของหลายห้องทนไฟ

ระบบสามัญ (conventional) เดินสายได้ 2 แบบ คือ Class B (2 สาย มีตัวปิดปลายสาย) และ Class A (4 สาย ตรวจคุมวงจรในตู้) ส่วน ระบบระบุตำแหน่ง (addressable) มีเพดานต่อวงจร SLC ดังนี้ (ข้อ 3.4)

6. ตำแหน่งและระยะห่างหัวตรวจจับ

S = 9.10 ม. ≤ 4.50 ม. (½S) R 6.30 ม. หัวควันชนิดจุด เพดานราบสูงไม่เกิน 10.50 ม. • ระยะห่าง S ไม่เกิน 9.10 ม. • รัศมีตรวจจับ 6.30 ม. (0.7S) • ห่างผนังไม่เกิน 4.50 ม. • ทางเดินกว้าง ≤ 3.60 ม. ห่างกันได้ 12 ม. ปลายทาง 6 ม. • ห้องลม > 15 ACH ลดเหลือ 6.30 ม. • ห่างหัวจ่ายลม ≥ 1 ม.
รูปที่ 1 · ระยะห่างหัวตรวจจับควันชนิดจุดบนเพดานระดับราบ ตามข้อ 6.2.2 วงกลมรัศมี 6.30 ม. ต้องซ้อนกันจนไม่มีช่องว่าง
หัวข้อหัวควันชนิดจุด (ภาค 6)หัวความร้อนชนิดจุด (ภาค 5)
เป้าหมายป้องกันชีวิตป้องกันทรัพย์สินเท่านั้น
เพดานสูงสุด10.50 ม.9.10 ม. (ลดระยะห่างตามตาราง 5.1)
ระยะห่างพื้นฐาน9.10 ม. ใช้ได้ทุกความสูงจนถึงเพดาน 10.50 ม. ไม่ต้องลดตามความสูง9.10 ม. ที่เพดาน 3.00 ม. · สูงขึ้นต้องคูณลดตามตาราง 5.1 เช่น 3.70 ม. → 8.28 ม. · 7.90 ม. → 4.19 ม.
ห่างผนังไม่เกิน 4.50 ม.ไม่เกิน ½S (4.50 ม. ที่เพดานไม่เกิน 3.00 ม.)
ระยะส่วนตรวจจับต่ำจากเพดานค่าต่ำสุดตามตาราง 6.1 (25 มม. ที่เพดาน 3.50 ม. ไล่ถึง 270 มม. ที่ 10.50 ม.) และไม่เกิน 600 มม. ทุกความสูง15–100 มม. · ใต้หลังคารับแดด 180–350 มม.
ติดผนังขอบล่างส่วนตรวจจับต่ำจากเพดานไม่เกิน 300 มม.ขอบบนต่ำจากเพดาน 100–300 มม.
เพดานจั่วที่ถือเป็นเพดานราบยอดจั่วสูงกว่าขอบผนังน้อยกว่า 600 มม.น้อยกว่า 150 มม. หรือลาดไม่เกิน 7.1°
ห่างหัวจ่ายลม / ช่องลมกลับอย่างน้อย 1 ม. (ข้อ 6.2.5)อย่างน้อย 1 ม. (ข้อ 5.2.5)
สภาพแวดล้อมที่ห้ามติดต่ำกว่า 0 °C หรือเกิน 38 °C · ความชื้นเกิน 93% · ลมเกิน 1.5 ม./วินาที—

ข้อกำหนดตำแหน่งที่มักพลาดหน้างาน (ภาค 4)

7. ปุ่มแจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Call Point)

8. อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ: เสียงและแสง

พื้นที่เกณฑ์ความดัง (ข้อ 9.1)
พื้นที่สาธารณะ/ส่วนกลางดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย ≥ 15 dB(A) หรือดังกว่าเสียงแวดล้อมสูงสุด ≥ 5 dB(A) ต่อเนื่อง 60 วินาที วัดที่สูง 1.5 ม. · ไม่ต่ำกว่า 65 และไม่เกิน 110 dB(A)
พื้นที่ส่วนบุคคลดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย ≥ 10 dB(A) หรือดังกว่าเสียงแวดล้อมสูงสุด ≥ 5 dB(A) · 65–110 dB(A)
ห้องนอนวัดที่หมอนไม่ต่ำกว่า 75 dB(A) และดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย ≥ 15 dB(A) หรือสูงสุด ≥ 5 dB(A)
ห้องนอนผู้พิการทางการได้ยิน / ผู้ที่ตื่นยากเพิ่มไฟกะพริบที่จุดติดอุปกรณ์เสียง / ติดอุปกรณ์แจ้งสัญญาณแบบสั่นสอดใต้หมอน (ข้อ 9.1(4.1)–(4.2))
เสียงแวดล้อมเกิน 95 dB(A) / ห้ามใช้เสียง / ผู้มีปัญหาการได้ยินใช้ไฟกะพริบ 1–2 ครั้ง/วินาที ห่างกันไม่เกิน 30 ม. ความเข้มแสงตามตาราง 9.1–9.2

9. ไฟฟ้าหลัก แบตเตอรี่ และตู้ควบคุม

10. สายไฟและการเชื่อมกับระบบอื่น

11. การตรวจรับและเอกสารส่งมอบ

การตรวจสอบต้องรับรองโดยวิศวกรไฟฟ้า หรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมาย (ข้อ 10.1.3) ฉบับ 2567 ไม่ระบุระดับใบอนุญาตและไม่บังคับใบอบรมของ วสท. แล้ว ผู้ว่าจ้างจึงควรกำหนดระดับใบอนุญาตที่ต้องการไว้ใน TOR เอง รายการทดสอบที่สำคัญ (ข้อ 10.2.1)

เอกสารที่ต้องอยู่ในตู้ข้างแผงควบคุม (ข้อ 10.4): แบบระบบพร้อมตำแหน่งและหมายเลขโซน · ใบรับรองของผู้ติดตั้งและรายงานผู้ตรวจสอบ · คู่มือการใช้งาน · สมุดบันทึกประวัติระบบ (logbook) ภาคผนวก ฉ ของเล่มมีตารางความถี่ในการตรวจบำรุงรักษารายเดือน ราย 3 เดือน รายครึ่งปี และรายปี รวมถึงการทดสอบแบตเตอรี่แต่ละชนิด (ภาคผนวกทุกภาคเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อบังคับ)

12. ฉบับไหนใหม่ที่สุด

มาตรฐานเล่มนี้ปรับปรุงมาแล้วหลายรอบ และเปลี่ยนระบบรหัสระหว่างทาง ทำให้เอกสารในตลาดอ้างกันหลายเลข ลำดับที่ยืนยันได้มีดังนี้

ฉบับปีสถานะ
มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (มักอ้างว่า “วสท. 02-2002” หรือ “2002-51”)พ.ศ. 2549 (ร่าง 2561 ระบุว่าพิมพ์ ต.ค. 2551)ฉบับเก่า
ร่าง วสท. 02-2002 V.3-2017 ฉบับเทคนิคพิจารณ์ก.ค. 2561ร่างสำหรับรับฟังความเห็น ไม่ได้ประกาศใช้ในรูปนี้
วสท. 021002-19 (แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 2)พ.ศ. 2562ฉบับทางการที่ออกต่อจากร่างข้างบน
วสท. 021002-24 มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2567 (แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 3) ประกาศใช้ 1 พ.ค. 2567 · ISBN 978-616-396-134-1 (พิมพ์ครั้งที่ 2 มี.ค. 2569)2567ฉบับปัจจุบัน และเป็นฉบับที่บทความนี้ใช้อ้างตัวเลข

เลขรหัสอ่านได้ว่า 02 = สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า · 1 = เลขกรอบมาตรฐาน · 002 = ลำดับมาตรฐานในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า · ตัวท้าย -19 / -24 = ปี ค.ศ. ที่จัดทำหรือแก้ไขปรับปรุง (ปีที่พิมพ์ดูจากหน้าบรรณานุกรม) ร่าง 2561 เคยอธิบายเลข 02 ว่าเป็นสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย ฉบับ 2567 แก้เป็นสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า

ถ้าจะซื้อเล่มเดียว ให้ซื้อ วสท. 021002-24 ตัวเลขทุกค่าในบทความนี้ตรวจกับเล่มนี้แล้ว จุดที่เปลี่ยนจากร่าง 2561 และกระทบหน้างานมากที่สุด คือ เวลาตอบสนองหัวถึงตู้เป็น 10 วินาที ผู้รับรองการตรวจสอบ สายทนไฟครบสามคุณสมบัติ ช่องเดินสายสีส้ม flow switch เป็นสัญญาณแจ้งเหตุ หัวควันในท่อลม และห้องศูนย์สั่งการ 16 ตร.ม. (ดูบทความเทียบสองฉบับทีละข้อในลิงก์ท้ายบทความ)

สองเรื่องที่มักถูกถาม: อุปกรณ์ไร้สาย เล่ม 2567 ไม่มีข้อกำหนดเลยทั้งในแง่อนุญาตและห้าม ส่วนการรับรองอุปกรณ์ บทนำของเล่มให้ผู้เกี่ยวข้องเลือกอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานสากลรับรอง โดยสมรรถนะต้องไม่ต่ำกว่าที่มาตรฐานกำหนด และหน้าขอบเขตความรับผิดระบุว่า วสท. ไม่ได้รับรอง ตรวจสอบ หรือทดสอบผลิตภัณฑ์ จึงไม่มีอุปกรณ์ใด “ได้รับรอง วสท.”

ในทางกฎหมาย มาตรฐาน วสท. เป็น “มาตรฐานวิชาชีพ” แต่ถูกอ้างถึงในกฎหมายบางฉบับ เช่น กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (กระทรวงแรงงาน) ที่ให้ติดตั้งระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ หรือมาตรฐานอื่นที่อธิบดีกำหนด เมื่อกฎหมายอ้างถึงโดยไม่ระบุปี ในทางปฏิบัติจึงใช้ฉบับที่มีผลอยู่ ณ เวลาออกแบบ

เช็กลิสต์ก่อนส่งแบบหรือตรวจรับ

  1. ระบุเป้าหมายรายพื้นที่ว่าป้องกันชีวิตหรือทรัพย์สิน และใช้หัวควันในทุกพื้นที่ป้องกันชีวิต
  2. ตรวจทุกโซนว่าระยะค้นหาไม่เกิน 30 ม. และพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม.
  3. วางหัวควันตามระยะ 9.10 ม. (ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม.) แล้วลดตามอัตราการระบายอากาศและคาน · หัวความร้อนลดระยะตามความสูงเพดานในตาราง 5.1
  4. ปุ่มแจ้งเหตุอยู่ที่ทางออกทุกจุด และเดินถึงได้ภายใน 30/45 ม.
  5. คำนวณความดังจากเสียงแวดล้อมจริง และตรวจห้องนอนที่ 75 dB(A)
  6. คำนวณแบตเตอรี่ 24 ชม. + 15 นาที แล้วคูณ 1.25
  7. ระบุสายทนไฟให้ครบทุกเส้นทางที่มาตรฐานบังคับ และระบุสเปกครบสามคุณสมบัติ (ทนไฟ ก๊าซกรด ควัน)
  8. ทดสอบเวลาตอบสนองหัวถึงตู้ไม่เกิน 10 วินาที และเก็บผลไว้ในเอกสารส่งมอบ

สรุป

มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของ วสท. เป็นคู่มือวิธีทำที่ละเอียดถึงระดับมิลลิเมตร โครงเรื่องเดินตามแนว NFPA 72 แต่ปรับให้เข้ากับประเภทอาคารตามกฎหมายไทย ตัวเลขที่ใช้บ่อยที่สุดคือ โซน 30 ม./1,000 ตร.ม. หัวควัน 9.10 ม. ปุ่มแจ้งเหตุ 1.00–1.30 ม. เสียง +15 dB(A) แบต 24 ชม. + 15 นาที และเวลาตอบสนอง 10 วินาที เมื่อจะใช้กับงานจริง ให้เปิดเล่ม วสท. 021002-24 ยืนยันข้อที่ใช้ และยึดข้อกำหนดของผู้ออกแบบโครงการเป็นหลัก

รวมลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษา?

ทีมขายและ Engineer ของ NVK พร้อมช่วย scope ระบบและเสนอราคา

💬 สอบถามทาง LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-05

มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. ฉบับ 2561 กับ 2567 ต่างกันอย่างไร? สรุปทุกจุดที่เปลี่ยน รายภาค

เทียบร่างมาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. ปี 2561 กับฉบับประกาศใช้ วสท. 021002-24 (พ.ศ. 2567) ทีละข้อทั้งเล่ม: เวลาตอบสนองหัวถึงตู้จาก 6 เป็น 10 วินาที สายทนไฟต้องผ่าน มอก. ครบ 3 ข้อ flow switch เป็นสัญญาณแจ้งเหตุ หัวควันใช้ระยะ 9.10 ม. ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. ห้องศูนย์สั่งการ 16 ตร.ม. และอีกหลายสิบจุด พร้อมรายการค่าที่ไม่เปลี่ยน
อ่านต่อ
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-05

ใช้ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไร้สายในงานที่อ้าง วสท. 021002-24 ได้ไหม? เช็ก Hikvision LoRa และ Ajax EN54 ทีละข้อ พร้อมเทียบ EN 54-25 และ NFPA 72

มาตรฐาน วสท. 021002-24 เขียนขึ้นสำหรับระบบเดินสาย และไม่มีข้อกำหนดเรื่องระบบไร้สายเลยทั้งเล่ม แล้วจะใช้ระบบไร้สายในงานที่อ้าง วสท. ได้อย่างไร บทความนี้ไล่ข้อกำหนดของ วสท. 021002-24 ทีละข้อ เทียบกับ Hikvision LoRa และ Ajax EN54 จากเอกสารผู้ผลิตและใบรับรองจริง พร้อมเทียบ Ajax กับเกณฑ์ของ EN 54-25 และ NFPA 72 บท 23.16 ว่าทำได้ตรงไหน และยังขาดอะไร
อ่านต่อ
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-02

Ajax EN54 ทำงานอย่างไร? Architecture, การแบ่ง Fire Zone และการออกแบบ SOP ให้ใช้งานได้จริง

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไร้สาย Ajax EN54 มีตู้ควบคุมหนึ่งตัว อุปกรณ์ 200 ตัว และ fire zone 40 โซน แต่จะใช้งานได้ดีหรือไม่ขึ้นกับการแบ่งโซน การตั้งสิทธิ์ และการตั้งเวลาหน่วงให้ตรงกับ SOP ของอาคาร บทความนี้อธิบายด้วยแผนภาพ 8 รูป ตั้งแต่โครงสร้างระบบจนถึงขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุ
อ่านต่อ