หน้าแรก›บทความ›Solutions
💡 SolutionsFire Safety

Fire Alarm ไร้สายสำหรับโกดังและคลังสินค้า: ติดตั้งจบโดยไม่ต้องหยุดงานคลัง ไม่ต้องลากสายข้ามหลังคา

2026-08-18·อ่าน 14 นาที

ถ้าไล่ดูอาคารทุกประเภทที่ต้องติดระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ โกดังและคลังสินค้าคือเคสที่ระบบเดินสายทำงานยากที่สุด — ไม่ใช่เพราะอุปกรณ์แพงขึ้น แต่เพราะ "สาย" ต้องเดินทางไกลที่สุด สูงที่สุด และเข้าไปทำงานในพื้นที่ที่หยุดไม่ได้ งานท่อร้อยสายที่จบใน 2–3 วันบนอาคารสำนักงาน พอมาอยู่ใต้หลังคาโกดังช่วงเสา 20–30 เมตร กลายเป็นงานนั่งร้าน รถกระเช้า และใบขออนุญาตทำงานร้อน (Hot Work Permit) กลางพื้นที่เก็บสินค้า

บทความนี้เป็นภาคต่อของ Fire Alarm ไร้สาย: ทำไมอาคารยุคใหม่เลิกเดินสาย — คราวนี้เจาะที่อาคารประเภทเดียว: โกดัง คลังสินค้า และพื้นที่โรงงานส่วนจัดเก็บ ว่าระบบไร้สายตอบโจทย์ตรงไหน ต้องระวังอะไร และออกแบบยังไงให้ผ่านทั้งหน้างานจริงและข้อกำหนด

สรุปสั้นที่สุด: โจทย์ของโกดังคือ ระยะทาง + ความสูง + ห้ามหยุดงาน ซึ่งเป็นจุดแข็งทั้งสามข้อของระบบไร้สาย LoRa — หัวตรวจจับและปุ่มแจ้งเหตุใช้แบตเตอรี่อายุ 3–5 ปีตามรุ่น ส่งสัญญาณย่าน 433MHz ระยะ 1.5–2 กิโลเมตรในที่โล่ง รองรับ 128 จุดต่อ Gateway หนึ่งตัว ติดตั้งโดยไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องร้อยท่อ ไม่มีงานร้อนใกล้สินค้า และถ้ามีตู้ FACP เดิมอยู่แล้ว Gateway มี Relay Output เชื่อมเข้าระบบเก่าได้โดยไม่ต้องรื้อ

ทำไมโกดังคือเคสที่ระบบเดินสาย "เจ็บ" ที่สุด

1. ระยะสายไกลเกินอาคารทั่วไปหลายเท่า — โกดังหลังเดียวพื้นที่ 3,000–10,000 ตร.ม. เป็นเรื่องปกติ จุดตรวจจับกระจายทั่วใต้หลังคา ทุกจุดต้องมีสายวิ่งกลับไปหาตู้ควบคุม งานท่อร้อยสายจึงยาวเป็นกิโลเมตรได้ในอาคารเดียว และสายระบบแจ้งเหตุต้องเดินในท่อหรือรางแยกจากระบบอื่น โดยสายจากตู้ไปยังอุปกรณ์แจ้งสัญญาณต้องเป็นสายทนไฟตามมาตรฐาน — ต้นทุนส่วนใหญ่ของระบบเดินสายในโกดังจึงไม่ใช่ค่าอุปกรณ์ แต่เป็นค่าสาย ค่าท่อ และค่าแรงติดตั้ง

2. ทุกจุดคืองานบนที่สูง — หัวตรวจจับติดใต้หลังคาที่ความสูง 8–15 เมตร ต้องใช้รถกระเช้าหรือนั่งร้านทุกจุด และพื้นที่ด้านล่างคือชั้นวางสินค้า การกันพื้นที่ทำงานหนึ่งแนว หมายถึงย้ายสินค้าออกทั้งแถว

3. งานร้อนกลางพื้นที่เก็บสินค้า — การเจาะ เชื่อม ตัดท่อโลหะในคลัง คืองานที่มีประกายไฟใกล้วัตถุติดไฟ สวนทางกับเป้าหมายของระบบที่กำลังติดตั้งเอง หลายโรงงานต้องขอ Hot Work Permit พร้อมคนเฝ้าระวังไฟตลอดเวลาทำงาน — เป็นทั้งต้นทุนและความเสี่ยงที่มักไม่ถูกนับตอนเปรียบเทียบราคา

4. คลังหยุดไม่ได้ — โกดังที่มีรถเข้าออกทุกวันไม่มี "ช่วงปิดปรับปรุง" การติดตั้งที่ลากยาวหลายสัปดาห์และต้องกันพื้นที่เป็นโซนๆ กระทบงานรับ-จ่ายสินค้าโดยตรง

5. โกดังจำนวนมากเป็นพื้นที่เช่า — ผู้เช่าไม่อยากลงทุนงานระบบถาวรในอาคารที่ไม่ใช่ของตัวเอง ส่วนเจ้าของอาคารก็ไม่อยากให้เจาะโครงสร้าง ระบบไร้สายที่ถอดย้ายไปคลังใหม่ได้จึงตอบทั้งสองฝั่ง

ระบบไร้สาย LoRa วางในโกดังยังไง

สถาปัตยกรรมของระบบ (ซีรีส์ Wireless FAS รุ่นล่าสุดของ HIKVISION Fire Safety ที่ NVK เป็นผู้แทนจำหน่าย) มีหัวใจอยู่ที่ Gateway หนึ่งตัวรับอุปกรณ์ไร้สายได้สูงสุด 128 จุด สื่อสารย่าน LoRa 433MHz ซึ่งเป็นย่านความถี่ต่ำที่ทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า Wi-Fi/2.4GHz มาก — ระยะสื่อสาร 1.5–2 กิโลเมตรในที่โล่ง หรือทะลุผนังภายใน 3–5 ชั้น / ผนังรับน้ำหนัก 1–2 ชั้น ครอบคลุมโกดังขนาดใหญ่ได้จาก Gateway จุดเดียว พร้อมเข้ารหัส AES128 แบบไดนามิกกันการปลอมสัญญาณย้อน (Anti-Replay) และระบบสลับความถี่อัตโนมัติสองทาง (Two-way Adaptive Frequency Hopping) เมื่อเจอสัญญาณรบกวน

สถาปัตยกรรม Wireless Fire Alarm System: อุปกรณ์ตรวจจับ → Gateway → Fire Workstation / HikCentral Pro / Hik-Connect
โครงสร้างระบบ: อุปกรณ์ตรวจจับไร้สายทั้งหมดคุยกับ Gateway → Gateway ต่อขึ้น Fire Workstation, HikCentral Pro และแจ้งเตือนมือถือผ่าน Hik-Connect

อุปกรณ์รุ่นปัจจุบัน (ซีรีส์ HF-R) ที่ใช้ประกอบระบบในโกดัง:

หัวตรวจจับและปุ่มแจ้งเหตุใช้แบตเตอรี่ลิเธียมอายุ 3–5 ปีตามรุ่น ทุกตัวมีสัญญาณเตือนแบตอ่อน เตือนการถอดอุปกรณ์ (Tamper) และเตือนเมื่อสื่อสารผิดปกติ ส่งเข้าระบบอัตโนมัติ — งานติดตั้งต่อจุดจึงเหลือแค่ยึดฐาน หมุนหัวเข้าฐาน แล้วลงทะเบียนกับ Gateway

เลือกหัวตรวจจับให้ถูกโซนของคลัง

จุดที่ทำให้ระบบในโกดัง "ใช้ได้จริง" ไม่ใช่จำนวนหัว แต่คือการเลือกชนิดหัวให้ตรงกับสภาพแต่ละโซน:

โซนในคลังสภาพหน้างานอุปกรณ์ที่เหมาะ
พื้นที่จัดเก็บหลัก / ชั้นวางสินค้าเพดานสูง อากาศนิ่งSmoke Detector (HF-S3-R) — เซนเซอร์แสงคู่ลดเตือนหลอก + เสียงเตือนในตัว 85dB
ท่าเทียบรถ / โซนฝุ่นสูง / ใกล้เครื่องจักรฝุ่น ไอเสีย ควันรถยกHeat Detector (HF-H2) — จับทั้งอุณหภูมิเกิน 57°C และอุณหภูมิพุ่งเร็ว ตัดปัญหาเตือนหลอกจากฝุ่น
ประตูทางออก / ทางหนีไฟทุกบานคนผ่านตลอดManual Call Point (HF-MP2-R) — ระยะเดินถึงปุ่มในพื้นที่โล่งต้องไม่เกิน 30 เมตร (วสท. 021002-24 ข้อ 8.7.2) คลังใหญ่จึงอาจต้องเพิ่มจุดตามแนวทางเดิน
กระจายทั่วพื้นที่ + หน้าออฟฟิศคลังเสียงเครื่องจักร/รถยกดังSounder Strobe (HF-SS2-R) — ใช้ทั้งเสียงและไฟ เพราะในคลังเสียงอย่างเดียวอาจไม่พอ

ข้อเท็จจริงที่ต้องพูดตรงๆ เรื่องเพดานสูง: โกดังเพดานสูงมาก (เกิน ~10 เมตร) ควันจากไฟระยะเริ่มต้นอาจลอยขึ้นไม่ถึงหัวตรวจจับใต้หลังคาเร็วพอ (ปรากฏการณ์ Smoke Stratification) — นี่เป็นข้อจำกัดทางฟิสิกส์ของหัวตรวจควันแบบจุดทุกยี่ห้อ ไม่ใช่เฉพาะระบบไร้สาย และถ้าแบบอ้าง วสท. 021002-24 ความสูงเป็นข้อกำหนดตายตัว: หัวตรวจจับควันชนิดจุดติดได้สูงไม่เกิน 10.50 เมตร (ข้อ 6.2.1) หัวตรวจจับความร้อนชนิดจุดใช้ได้ถึงเพดาน 9.10 เมตรโดยต้องลดระยะห่างตามความสูง (ตารางที่ 5.1) เพดานที่สูงกว่านั้นต้องเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ชนิดอื่น เช่น หัวตรวจจับควันชนิดลำแสงซึ่งติดได้ถึง 25.00 เมตร (ข้อ 6.3.1) หรือชนิดสุ่มตัวอย่างอากาศ (ข้อ 6.4) — ส่วนในช่วงความสูงที่ใช้หัวชนิดจุดได้ ทางแก้คือการออกแบบตำแหน่ง/ระดับติดตั้งจากการสำรวจหน้างานจริง และในโซนเสี่ยงสูงอาจเสริมด้วยกล้องตรวจจับเปลวไฟ–ควันด้วยภาพ ซึ่งมองเห็นไฟจากระยะไกลก่อนควันลอยถึงหลังคา (อ่านต่อ: จับไฟก่อนระบบ Fire Alarm 20 นาที)

มีตู้ FACP เดิมอยู่แล้ว ต้องรื้อไหม?

ไม่ต้อง — เคสที่เจอบ่อยที่สุดในคลังคือ อาคารเดิมมีระบบเดินสายอยู่แล้วบางส่วน (มักครอบคลุมแค่ส่วนออฟฟิศ) แล้วต้องขยายให้ครอบคลุมพื้นที่จัดเก็บที่ต่อเติมหรือเช่าเพิ่ม การลากสายจากตู้เดิมข้ามคลังคืองานใหญ่ แต่ระบบไร้สายเข้าเคสนี้ได้พอดี: Gateway (HF-PG2-R) มี Relay Output 2 ช่อง เชื่อมสัญญาณเข้าตู้ Conventional เดิมได้ — โซนใหม่ทั้งหมดเป็นไร้สาย แจ้งเหตุร่วมกับระบบเดิมเป็นระบบเดียว ทั้งนี้ วสท. 021002-24 ไม่มีข้อกำหนดเรื่องอุปกรณ์ไร้สาย และตู้เดิมจะเห็นพื้นที่ไร้สายทั้งหมดเป็นโซนเท่าจำนวน Relay ที่ต่อเข้าไป (สูงสุด 2) ซึ่งต้องเทียบกับเกณฑ์ขนาดโซนข้อ 3.2 (ระยะค้นหาไม่เกิน 30 เมตร โซนละไม่เกิน 1,000 ตร.ม. หรือ 2,000 ตร.ม. ถ้าเป็นพื้นที่เปิดโล่งมองเห็นถึงกันตลอด) — ถ้าโครงการอ้าง วสท. ให้วิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาและตกลงกับผู้ตรวจตั้งแต่ขั้นออกแบบ

ส่วนการมอนิเตอร์ยุคปัจจุบัน: Gateway ต่อขึ้น Fire Workstation แสดงจุดเกิดเหตุบนแผนผังคลังพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ เชื่อม HikCentral Pro สำหรับศูนย์ควบคุมรวมหลายอาคาร และแจ้งเตือนเข้ามือถือผ่าน Hik-Connect — เจ้าของคลังหรือ รปภ. กะดึกเห็นเหตุพร้อมกันทันที ไม่ต้องรอโทรศัพท์จากหน้างาน

มาตรฐานและกฎหมาย: สองเรื่องที่ต้องเช็คก่อนเซ็นสั่งซื้อ

เรื่องแรก — อาคารของคุณเข้าเกณฑ์ "ต้องมี" หรือไม่: คลังสินค้าและโรงงานมีเกณฑ์บังคับติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตามขนาดพื้นที่และประเภทการใช้อาคาร ซึ่งฝั่งโรงงานเข้มกว่าอาคารทั่วไป — รายละเอียดเกณฑ์ทั้งหมดเราสรุปไว้แล้วใน กฎหมายระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในไทย: อาคารแบบไหนต้องมีอะไรบ้าง

เรื่องที่สอง — สเปกโครงการระบุมาตรฐานอุปกรณ์ระดับไหน: ระบบไร้สายมีมาตรฐานรองรับหลายระดับ ตั้งแต่มาตรฐานผู้ผลิตจนถึง EN 54-25 ซึ่งเป็นพาร์ตเฉพาะของอุปกรณ์เชื่อมโยงด้วยคลื่นวิทยุ (อ่านเพิ่ม: NFPA 72 vs EN 54 ต่างกันยังไง) — โครงการทั่วไปเช่นคลังเอกชน โกดังเช่า อาคารต่อเติม ใช้ซีรีส์ HF-R ได้ตรงตัว ส่วนโครงการที่สเปกล็อก EN 54-25 ไว้ชัดเจน แจ้งทีมงานเราได้เลย เรามีทางเลือกอุปกรณ์ไร้สายที่รับรอง EN 54 ครบทั้งระบบให้เทียบราคาอีกระดับหนึ่ง — บอกตั้งแต่ต้นจะออกแบบให้ตรงสเปกได้ในรอบเดียว

Checklist สำรวจหน้างาน 6 ข้อ ก่อนตัดสินใจ

  1. วัดระดับสัญญาณจริงก่อนยึดตำแหน่ง — ชั้นวางเหล็กเต็มความสูงคือกำแพงโลหะดีๆ นี่เอง ตอนสำรวจให้เปิด Gateway แล้วเดินทดสอบระดับสัญญาณจากตำแหน่งติดตั้งจริงทุกโซน (เช็คได้ทั้งจากหน้าจอ Gateway และจากตัวอุปกรณ์อย่าง HF-MP2-R ที่กดดูระดับสัญญาณได้เลย) โดยทดสอบตอนคลังเต็ม ไม่ใช่ตอนคลังโล่ง
  2. แยกโซนฝุ่นออกจากโซนสะอาดตั้งแต่แบบ — จุดไหนฝุ่นถึงหัวตรวจจับ ให้เป็น Heat Detector ตั้งแต่แรก อย่ารอให้เตือนหลอกแล้วค่อยเปลี่ยน เพราะการเตือนหลอกบ่อยทำให้คนเลิกเชื่อสัญญาณ ซึ่งอันตรายกว่าไม่มีระบบ
  3. นับจุดต่อ Gateway ให้เผื่อ — เพดาน 128 จุด/ตัวฟังดูเยอะ แต่ให้นับรวม Sounder, MCP และแผนขยายในอนาคต ถ้าเกินให้แบ่งเป็นสอง Gateway แยกโซนกันชัดๆ
  4. เช็คความสูงติดตั้งกับผู้ออกแบบ — เพดานสูงเกิน ~10 เมตร ให้คุยเรื่อง Stratification (ถ้าแบบอ้าง วสท. 021002-24 เพดานเกิน 10.50 เมตรใช้หัวควันชนิดจุดไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นชนิดอื่น เช่น ชนิดลำแสงหรือสุ่มตัวอย่างอากาศ) และพิจารณาเสริมกล้องตรวจจับไฟด้วยภาพในโซนเสี่ยง
  5. วางแผนแบตเตอรี่เป็นงานบำรุงรักษา — อายุแบต 3–5 ปี ระบบเตือนเองเมื่ออ่อน แต่ให้กำหนดรอบตรวจประจำปีไว้ในแผน ITM เหมือนระบบเดินสายทุกประการ — ไร้สายไม่ได้แปลว่าติดแล้วลืมได้
  6. ถ้ามีระบบเดิม ให้เอาแบบตู้เดิมมาด้วยตอนขอออกแบบ — จะได้กำหนดจุดเชื่อม Alarm In/Out และทดสอบการทำงานร่วมกันจบในรอบเดียว

สรุป

โกดังคืออาคารที่ "ค่าติดตั้ง" ของระบบเดินสายสูงกว่าค่าอุปกรณ์ และ "ค่าเสียโอกาส" จากการหยุดงานคลังสูงกว่าค่าติดตั้งอีกชั้น ระบบไร้สาย LoRa พลิกสมการนี้: งานที่เคยเป็นนั่งร้าน ท่อโลหะ และใบอนุญาตงานร้อนหลายสัปดาห์ เหลือเป็นการยึดฐานอุปกรณ์และลงทะเบียนเข้าระบบในหลักวัน โดยที่คลังทำงานตามปกติตลอดการติดตั้ง — และยังตอบเงื่อนไขเฉพาะของโกดังอย่างพื้นที่เช่า การขยายทีหลัง และการเชื่อมกับระบบเดิมได้ครบ

ดูรายละเอียดอุปกรณ์และ System Diagram ฉบับเต็มได้ที่หน้า Wireless Fire Alarm System (LoRa) หรือให้ทีมงานช่วยออกแบบจากแปลนคลังของคุณโดยตรง — ติดต่อทีม NVK แนบแปลนมาได้เลย เราสำรวจหน้างานและทดสอบระดับสัญญาณให้ก่อนเสนอราคา

สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษา?

ทีมขายและ Engineer ของ NVK พร้อมช่วย scope ระบบและเสนอราคา

💬 สอบถามทาง LINE ดูสินค้า Fire Safety ทั้งหมด →

บทความที่เกี่ยวข้อง

🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-01 · Fire Safety

HF-C108 ตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional 8 โซน: สรุปสเปกและจุดเด่นสำหรับผู้รับเหมา

สรุปสเปก จุดเด่น และแผนภาพการต่อระบบของ HF-C108 ตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional 8 โซน ที่เหมาะกับงานขนาดเล็กถึงกลาง
อ่านต่อ
💾 Firmware
2026-10-01 · Fire Safety

คู่มืออัปเกรดเฟิร์มแวร์ตู้ Conventional FACP HF-C104 / HF-C108 ผ่าน USB (พร้อมไฟล์ V1.1.0)

ดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ V1.1.0 (build 260822) สำหรับตู้ควบคุมแจ้งเหตุเพลิงไหม้ Hikvision Conventional รุ่น HF-C104 / HF-C108 พร้อมคู่มืออัปเกรดผ่านแฟลชไดรฟ์ USB ทีละขั้น ตั้งแต่เตรียมไฟล์ เข้าสิทธิ์ L3 กดปุ่ม USB ดูไฟ LED ไปจนถึงรีสตาร์ตตู้
อ่านต่อ
📚 คู่มือการใช้งาน
2026-10-01 · Fire Safety

เช็กลิสต์ดูแลตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional ประจำเดือน ทำเองได้ไม่งง

งานดูแลตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ประจำเดือนที่ผู้ดูแลอาคารทำเองได้ด้วยเช็กลิสต์นี้ ครอบคลุม LED แบตเตอรี่ และอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่าน USB
อ่านต่อ