หน้าแรก›บทความ›เทคนิค & สินค้าใหม่
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่

กล้องจับควัน กล้องจับความร้อน และ Flame Detector UV/IR ตาม วสท. 2567: ใช้ตรงไหน ใช้แทนอะไรได้ อะไรไม่ได้

2026-10-25·อ่าน 34 นาที
▶ NVK Podcast ตอนพิเศษ 11:15 นาที (ดูบน YouTube) — รายละเอียดเต็มพร้อมแผนภาพอยู่ในบทความด้านล่าง

โกดังเพดานสูง 14 เมตร ลานขนถ่ายสินค้าที่มีแต่หลังคาไม่มีผนัง ห้องเก็บน้ำมันในโรงงาน หรือโถงกลางห้างที่สูงสามชั้น พอถึงขั้นเลือกหัวตรวจจับ คำถามที่ทีมหน้างานได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คือ "ใช้กล้องแทนได้ไหม" บางคนหมายถึงกล้องวงจรปิดที่มี AI จับควัน บางคนหมายถึงหัว Flame Detector แบบ UV/IR บางคนหมายถึงกล้องความร้อน (thermal) ที่เห็นอุณหภูมิเป็นสี ทั้งสามอย่างถูกเรียกรวมกันว่า "กล้องจับไฟ" แต่ในมาตรฐาน วสท. 021002-24 (พ.ศ. 2567) ทั้งสามอย่างมีสถานะไม่เท่ากันเลย และคำตอบว่า "ใช้แทนได้" ขึ้นกับพื้นที่ ไม่ใช่ขึ้นกับตัวกล้อง

สรุปสั้นที่สุด: วสท. 2567 รองรับ "กล้องวงจรปิดที่วิเคราะห์ภาพ" อยู่ 2 หัวข้อ คือ กล้องตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ (ข้อ 6.5) และ กล้องตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ (ข้อ 7.4) โดยกล้องทุกตัวต้องตรวจคุมสายสัญญาณ มองเห็นทั้งพื้นที่ไม่มีจุดบอด มีภาพทับซ้อน และห้ามตั้งการพิสูจน์สัญญาณ
หัวเปลวไฟ UV, IR และ UV/IR (ภาค 7) ใช้กับ พื้นที่ป้องกันทรัพย์สิน มาตรฐานเขียนตรง ๆ ว่าไม่เหมาะกับพื้นที่ป้องกันชีวิต ห้องนอนและทางหนีไฟจึงยังต้องเป็นหัวควัน (ข้อ 4.1.2)
กล้องความร้อนไม่มีหมวดใน วสท. 2567 ฝั่งสหรัฐฯ เพิ่งเขียนกติกาไว้ใน NFPA 72 ฉบับ 2025 ข้อ 17.12 ส่วน EN/ISO ยังไม่มี ในไทยจึงควรใช้เป็นระบบเตือนล่วงหน้าเสริม
จะนับเป็นหัวตรวจจับแทนของเดิมได้หรือไม่ ผู้ออกแบบต้องระบุในแบบพร้อมหลักฐานการรับรองอุปกรณ์ และวิศวกรหรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมายเป็นผู้รับรอง

"กล้องจับไฟ" มีอย่างน้อย 4 ชนิด และทำงานคนละหลัก

ก่อนเปิดมาตรฐาน ต้องแยกให้ออกก่อนว่ากำลังพูดถึงอุปกรณ์ชนิดไหน เพราะหลักการวัดต่างกันตั้งแต่ต้น ข้อดีข้อจำกัดจึงต่างกันไปด้วย

อุปกรณ์วัดอะไรอยู่ใน วสท. 2567 ไหมสถานะหลัก
กล้องตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ (Video Image Smoke Detection)วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด หาควันที่หนาขึ้นหรือขยายตัวเกินเกณฑ์ในภาพมี · ข้อ 6.5หัวตรวจจับควันชนิดหนึ่ง ใช้ได้ในพื้นที่ที่มาตรฐานระบุ
หัวตรวจจับเปลวเพลิง UV, IR, UV/IR (รวมหัว IR หลายช่วงคลื่นที่วงการเรียก IR3 หรือ multi-IR)รังสีที่เปลวไฟแผ่ออกมา ในช่วงอัลตราไวโอเลตหรืออินฟราเรดมี · ภาค 7 (ข้อ 7.1–7.3)ป้องกันทรัพย์สิน ต้องเห็นพื้นที่ตลอดเวลา
กล้องตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ (Video Image Flame Detection)วิเคราะห์ภาพ หาลักษณะของเปลวไฟจริงมี · ข้อ 7.4ป้องกันทรัพย์สิน แยกเปลวจริงกับเปลวเทียมได้ตามที่เล่มเขียน
กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal / Radiometric Camera)อุณหภูมิผิวของวัตถุ ในช่วงอินฟราเรดคลื่นยาวไม่มี · ค้นทั้งเล่มไม่พบหัวข้อหรือนิยามระบบเตือนล่วงหน้าเสริม (ในบริบท วสท.)

หมายเหตุความแม่นยำ: คำว่า "อินฟราเรด" ใน วสท. 2567 ปรากฏเฉพาะเรื่องหัวเปลวไฟชนิด IR และดวงไฟอินฟราเรดที่ช่วยให้กล้องเห็นตอนกลางคืน ไม่ได้หมายถึงกล้องความร้อน ส่วนคำว่า "IR3" หรือ "multi-IR" เป็นชื่อเรียกของผู้ผลิต เล่มมาตรฐานไม่ได้ตั้งเป็นชนิดแยก

วสท. 2567 เขียนอะไรไว้จริง

มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24 แบ่งเป็นภาคที่ 1–10 ซึ่งเป็นตัวมาตรฐาน กับภาคผนวกหลายภาค ทุกภาคผนวกมีหัวกำกับว่า ภาคผนวกไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมาตรฐาน มีไว้เป็นข้อมูลเท่านั้น เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตารางเลือกอุปกรณ์ที่คนชอบยกมาอ้าง (ตาราง ก.1 และ ก.2) อยู่ในภาคผนวก ก ส่วนข้อบังคับจริงอยู่ในภาค 4, 6, 7 และ 8

กล้องตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ — ข้อ 6.5

ข้อ 6.5 ให้นิยามว่าเป็นการตรวจจับ "โดยการวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายทอดจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด" จะเริ่มสัญญาณเมื่อควันหนาแน่นหรือแผ่ขยายเกินพิกัดที่ตั้งไว้ในภาพ ข้อดีที่เล่มเขียนเองคือ ควันไม่ต้องลอยไปถึงตัวอุปกรณ์ ชั้นความร้อนใต้หลังคา (stratification) จึงไม่มีผลต่อความไว และเจ้าหน้าที่เห็นภาพจุดเกิดเหตุบนจอได้ทันที ซึ่งช่วยตัดเวลาค้นหาจุดเกิดเหตุ

เงื่อนไขที่ต้องทำ มีดังนี้

พื้นที่ที่ ใช้ได้ ตามข้อ 6.5.3 ได้แก่ พื้นที่กว้างหรือโถงสูงที่ชั้นความร้อนใต้หลังคามีผลต่อหัวชนิดอื่น พื้นที่เสี่ยงสูงเช่นพื้นที่เครื่องจักร พื้นที่ที่ระบายอากาศสูง จุดเสี่ยงที่ต้องตรวจเป็นพิเศษ และพื้นที่ภายนอกอาคาร

พื้นที่ที่ ไม่ควรใช้ ตามข้อ 6.5.4 มี 6 กรณี และกรณีแรกคือหัวใจของเรื่อง "ใช้แทน"

  1. พื้นที่ที่ต้องตรวจจับควัน "ที่พิสูจน์ได้ที่ตัวอุปกรณ์ตรวจจับ" ไม่ใช่เพียงเห็นภาพ
  2. มีสิ่งของบังหน้ากล้อง ทั้งชั่วคราวและถาวร
  3. แสงน้อยหรือจ้าเกินไป เว้นแต่ชดเชย เช่น ใช้ดวงไฟอินฟราเรด ซึ่งต้องมีแหล่งจ่ายไฟที่ป้องกันไฟดับ
  4. มีหมอกหรือควันเป็นปกติ เช่น ไอน้ำ ไอสารเคมี ไอเสียรถยก ฝูงแมลง
  5. มีฝุ่น ฝน หมอกเป็นครั้งคราว
  6. พื้นที่ความปลอดภัยสูงที่ไม่อนุญาตให้ติดกล้อง
มองจากด้านบน: กล้องควันต้องเห็นทั้งพื้นที่ และภาพต้องทับซ้อนกัน กล้อง 1 กล้อง 2 พื้นที่ทับซ้อน (overlap) เห็นจากกล้องทั้งสองตัว ชั้นวางสูง จุดบอด ทุกกล้องต้องตรวจคุมสายสัญญาณ ห้ามตั้ง verification (ข้อ 8.6) หลังชั้นวาง: กล้อง 1 ถูกบัง กล้อง 2 มองไม่ถึง = จุดบอด ต้องเพิ่มกล้องหรือหัวชนิดอื่น
รูปที่ 1 แนวคิดตามข้อ 6.5.2 และ 7.4.4 ของ วสท. 2567: กล้องหลายตัวต้องมีพื้นที่ภาพทับซ้อน และพื้นที่ที่ถูกของบังถือเป็นจุดบอด (วาดใหม่โดย NVK ไม่ใช่รูปจากเล่มมาตรฐาน)

หัวตรวจจับเปลวเพลิง UV, IR, UV/IR — ภาค 7

ข้อ 7.1 เปิดด้วยประโยคที่ชัดที่สุดในเรื่องนี้ หัวตรวจจับเปลวเพลิง "ใช้กับพื้นที่ป้องกันทรัพย์สิน" เพราะมันจับรังสีจากเปลวไฟ ไม่ได้จับควันหรือความร้อนที่ลอยมาถึง ข้อดีคือไม่ต้องติดที่เพดาน ชั้นความร้อนไม่มีผล แต่ข้อเสียคือจับไฟที่เริ่มจากการคุมีควันหรือลุกไหม้ช้าไม่ได้ จนกว่าจะเกิดเปลว เล่มจึงสรุปว่าไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ป้องกันชีวิต และเหมาะกับพื้นที่ทรัพย์สินเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่เครื่องจักร คลังเชื้อเพลิงเหลว แก๊ส สารเคมีไวไฟ และโถงสูงที่มีเชื้อเพลิงซึ่งให้เปลวเร็วแต่ควันน้อย

ข้อกำหนดที่ต้องจำมีสี่เรื่อง

เล่มไม่ได้กำหนดระยะตรวจจับหรือมุมมองเป็นตัวเลข ให้ใช้ค่าตามผู้ผลิต ซึ่งควรเป็นค่าที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานรับรองอุปกรณ์ (ดูหัวข้อการรับรองด้านล่าง)

หัวเปลวไฟเห็นเป็น "กรวย" และยิ่งไกล ไฟต้องใหญ่ขึ้นมาก หัวเปลวไฟ ระยะ d ไฟขนาด 1 เท่า ระยะ 2d ต้องแรงขึ้น 4 เท่า เงาหลังชั้นวาง: ต้องเพิ่มหัว (7.2(2)) ขอบกรวย = มุมมองตามที่ผู้ผลิตทดสอบ ความเข้มรังสี ∝ 1 / ระยะ² ระยะ ×2 → ไฟต้องแรงขึ้น ×4 (วสท. 7.2)
รูปที่ 2 มุมมองจากด้านบนของหัวเปลวไฟ: พื้นที่ต้องอยู่ในกรวยมุมมองตลอดเวลา ระยะเพิ่มสองเท่า ไฟต้องแรงขึ้นสี่เท่าตามข้อ 7.2 และของบังสร้างเงาที่ต้องติดหัวเพิ่ม (ภาพแนวคิด ไม่ใช่สเกลจริง)

UV, IR, UV/IR ต่างกันอย่างไร (ภาคผนวก ก.2.4 — ข้อมูล)

ชนิดฟังอะไรเหมาะกับสิ่งที่อาจทำให้ทำงานผิด
UVรังสีอัลตราไวโอเลตช่วง 220–270 นาโนเมตร ซึ่งอยู่นอกช่วงรังสีดวงอาทิตย์ที่ถึงพื้นไฟของแข็ง ไฟจากไฟฟ้าลัดวงจร และใช้ภายนอกอาคารได้ประกายตัดหรือเชื่อมโลหะ แสงวาบจากฟ้าผ่า
IRการวูบวาบของเปลวไฟในย่านราว 5–15 เฮิรตซ์ และรังสีจากเปลวไฮโดรคาร์บอนแถว 4.3 ไมโครเมตรไฟเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอนแสงที่ถูกตัดเป็นจังหวะจากมอเตอร์หรือพัดลม ไฟกะพริบ แสงสะท้อนผิวของเหลว
UV/IR และ IR หลายช่วงคลื่นใช้สองเซนเซอร์หรือหลายช่วงคลื่นในตัวเดียวพื้นที่ที่ต้องการลดสัญญาณหลอกขึ้นกับการออกแบบของผู้ผลิต ต้องดูผลทดสอบ

ภาคผนวกยังเตือนเรื่องการหน่วงเวลา หัวเปลวไฟมักตั้งหน่วงเวลาเพื่อลดสัญญาณหลอก แต่ถ้าหัวนั้นสั่งระบบดับเพลิง ต้องลดหรือยกเลิกการหน่วง หรือใช้หัวสองชุดที่ไม่หน่วงทำงานร่วมกัน

หมายเหตุความแม่นยำ: ช่วงคลื่นและความถี่ในตารางนี้มาจากภาคผนวก ก.2.4 ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ ค่าจริงของแต่ละรุ่นให้ดูจาก datasheet และรายงานทดสอบตามมาตรฐานรับรองอุปกรณ์

กล้องตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ — ข้อ 7.4

ข้อ 7.4 เป็นกล้องที่วิเคราะห์ภาพหาเปลวไฟ ไม่ได้วัดรังสีเหมือนหัว UV/IR เล่มเขียนว่าแยกได้ว่าอะไรคือเปลวจริงหรือเปลวเทียม และแยกเปลวในกระบวนการผลิตออกจากอัคคีภัยได้ เงื่อนไขเหมือนกล้องควัน คือ กล้องทุกชุดต้องตรวจคุมสายสัญญาณ และจำนวนกล้องต้องเห็นทั้งพื้นที่ ไม่มีจุดบอด มีพื้นที่ทับซ้อน (ข้อ 7.4.4)

ข้อจำกัดที่เล่มเขียนไว้เองคือ กล้องแบบนี้มองไม่เห็นเปลวที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เช่น เปลวจากแก๊สไฮโดรเจน และเปลวที่ซ่อนอยู่ในควันดำหนาทึบ พื้นที่ที่ใช้ได้ตามข้อ 7.4.1 ได้แก่ พื้นที่กว้างและโถงสูง พื้นที่ที่มีเชื้อเพลิงติดง่าย พื้นที่เครื่องจักร สารไวไฟ หลอมโลหะ เตาเผา พื้นที่ประจุแบตเตอรี่ คลังเชื้อเพลิง และพื้นที่ภายนอก เช่น ลานจอดรถบรรทุก จุดขนถ่ายสินค้า สถานีน้ำมัน อุโมงค์ และอาคารจอดรถอัตโนมัติ ติดที่ผนัง โครงสร้างแนวดิ่ง หรือเสา ถ้าติดเสาไฟต้องอยู่ต่ำกว่าดวงโคม (ข้อ 7.4.2) ส่วนพื้นที่ที่ไม่ควรใช้คล้ายกล้องควัน คือมีของบัง แสงจ้า ไอน้ำหรือไอเสียประจำ ฝุ่น ฝน และพื้นที่ห้ามติดกล้อง (ข้อ 7.4.3)

ข้อที่ใช้กับทุกชนิด

ลองอ่านเรื่องการหน่วงเวลาเพิ่มได้ในบทความ หน่วงสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้นานเท่าไร

เพดานสูงเกิน 10.50 เมตร: กล้องจับควันอยู่ในรายชื่อเดียวกับหัวลำแสง

เรื่องที่ทำให้คนหันมาหากล้องมากที่สุดคือเพดานสูง และตรงนี้ต้องแยกให้ชัดว่าข้อไหนเป็น "ต้อง" ข้อไหนเป็น "ข้อมูล"

ไม้บรรทัดความสูงเพดาน ตาม วสท. 021002-24 0 ม. 5 ม. 10 ม. 15 ม. 20 ม. 25 ม. 30 ม. 10.50 ม. 25.00 ม. หัวความร้อนชนิดจุด ≤ 9.10 หัวควันชนิดจุด ≤ 10.50 หัวลำแสง2.70–25.00 ASD / กล้องควันภาคผนวก ก.4.2 หัวเปลวไฟ/กล้องเปลวไฟ ไม่ผูกกับความสูงเพดาน ผูกกับ "ระยะมอง" (7.1, 7.2) ข้อบังคับ ภาคผนวก (ข้อมูล)
รูปที่ 3 ความสูงที่อุปกรณ์แต่ละชนิดติดตั้งได้: แท่งดำเป็นข้อบังคับ (ข้อ 5.2.4 ตาราง 5.1, 6.2.1(1), 6.3.1) แท่งเส้นประเป็นข้อแนะนำในภาคผนวก ก.4.2 ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ เพดานเกิน 25 เมตรเล่มไม่ได้ให้ทางเลือกชัด ต้องออกแบบตามผู้ผลิตและวิศวกร

อ่านแบบนี้ได้ว่า เพดานเกิน 10.50 เมตร ห้ามใช้หัวควันชนิดจุด แน่นอน และภาคผนวก ก.4.2 ยกตัวอย่างทางเลือกไว้สามแบบเรียงกัน คือ หัวลำแสง ระบบสุ่มตัวอย่างอากาศ และกล้องจับควัน ข้อ 6.5.3(1) ก็รองรับให้ใช้กล้องในโถงสูง กล้องมีข้อได้เปรียบที่ข้อ 6.5 เขียนไว้เอง คือควันไม่ต้องลอยขึ้นไปถึงตัวอุปกรณ์ ชั้นความร้อนใต้หลังคาจึงไม่มีผล และเจ้าหน้าที่เห็นภาพจุดเกิดเหตุบนจอได้ทันที ไม่ต้องเดินหาต้นทางของควัน ทั้งนี้ต้องผ่านเงื่อนไขทั้งหมดของข้อ 6.5 และผู้ออกแบบเป็นผู้เลือกในแบบ ส่วนหัวเปลวไฟไม่ได้ผูกกับความสูงเพดานเลย ผูกกับระยะจากหัวถึงจุดเกิดไฟ เล่มจึงเขียนว่าในโถงสูงไม่จำเป็นต้องติดหัวไว้สูง แต่ติดต่ำก็เสี่ยงโดนบัง

หมายเหตุความแม่นยำ: วสท. ไม่ได้ยกเว้นเกณฑ์การแบ่งโซนให้กล้อง แม้เล่มจะเขียนว่ากล้องช่วยตัดเวลาค้นหาจุดเกิดเหตุ ก็อย่าสรุปว่าใช้กล้องแล้วโซนใหญ่ขึ้นได้ เกณฑ์โซนยังเป็นเกณฑ์ทั่วไปของมาตรฐาน

กล้องความร้อน: ไม่อยู่ใน วสท. แต่ต่างประเทศเริ่มเขียนกติกาแล้ว

กล้องความร้อนวัดอุณหภูมิผิวของวัตถุในช่วงอินฟราเรดคลื่นยาว ต่างจากหัว IR flame ที่ฟังรังสีจากเปลวไฟ ข้อได้เปรียบคือมันเห็นความร้อนที่สะสมก่อนจะเกิดควันหรือเปลว เช่น กองขยะที่ร้อนจากภายใน ลูกปืนสายพานที่ร้อนผิดปกติ หรือขั้วต่อไฟฟ้าที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือเหตุผลที่โรงคัดแยกขยะและพื้นที่อุตสาหกรรมสนใจมาก

สถานะในมาตรฐานแต่ละสาย ณ ตุลาคม 2569 เป็นดังนี้

ข่าวที่ผู้ผลิตรายหนึ่งได้ listing UL 2684 สำหรับกล้องความร้อนในเดือนตุลาคม 2026 ก็ยังเขียนเองว่า listing ไม่ได้แทนกฎหมายของแต่ละประเทศหรือการอนุมัติของหน่วยงานท้องถิ่น ข้อสรุปสำหรับงานในไทยจึงตรงไปตรงมา กล้องความร้อนยังไม่มีสถานะเป็นหัวตรวจจับตาม วสท. ทางที่ปลอดภัยคือใช้เป็นระบบเตือนล่วงหน้าที่ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ไปดูก่อน คู่กับหัวตรวจจับที่มาตรฐานรองรับ ถ้าจะนับแทนหัวตรวจจับจริง ผู้ออกแบบต้องพิสูจน์ความเทียบเท่าแบบ performance-based และผู้ตรวจต้องยอมรับ

หมายเหตุความแม่นยำ: เลขข้อ NFPA 72 เรื่องกล้องควัน (17.7.8) และกล้องเปลวไฟ (17.8.5) มาจากดัชนีตัวบท ส่วนข้อ 17.12 มาจากสื่อวิชาชีพที่สรุปฉบับ 2025 เรายังไม่ได้เปิดตัวบทเต็ม ก่อนนำไปใส่ในแบบ ให้เปิดตัวบทจาก NFPA โดยตรง และเราไม่ได้ใส่ตัวเลข "กล้องเร็วกว่าหัวเพดานกี่นาที" เพราะยังไม่พบแหล่งที่เชื่อถือได้ที่ใช้เป็นตัวเลขทั่วไปได้ ผลขึ้นกับกล้อง ซอฟต์แวร์ และพื้นที่จริง

กล้องฟิวชัน 3-in-1: สองในสามส่วนมีข้อใน วสท. รองรับแล้ว

กล้องรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งรวมสามอย่างไว้ในตัวเดียว คือ ภาพปกติ ที่วิเคราะห์หาควันและเปลว เซนเซอร์อินฟราเรด ที่จับรังสีจากเปลวไฟ และ กล้องความร้อน ที่เห็นอุณหภูมิผิว เมื่อเทียบกับ วสท. 2567

จุดแข็งของการรวมกันคือการแยกเหตุจริงกับสัญญาณหลอก ของที่เคยหลอกหัวเปลวไฟได้ เช่น ประกายเชื่อมโลหะ หรือแสงที่ถูกใบพัดตัดเป็นจังหวะ (ภาคผนวก ก.2.4) เมื่อมีภาพและอุณหภูมิของจุดเดียวกันมาประกอบ เจ้าหน้าที่หน้าจอแยกได้ในไม่กี่วินาที NFPA 72 ของสหรัฐฯ เรียกอุปกรณ์ที่ประเมินสัญญาณจากหลายเซนเซอร์ร่วมกันว่า multi-criteria detector ส่วนการรอยืนยันสัญญาณซ้ำเรียกว่า alarm verification ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

จุดที่ต้องตั้งให้ถูก: ข้อ 8.6(5) ห้ามตั้งการพิสูจน์สัญญาณ (verification) กับอุปกรณ์ตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ สัญญาณที่ต่อเข้าตู้แจ้งเหตุจึงควรแจ้งทันทีที่เจอควันหรือเปลวอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ตั้งให้รอครบทุกเซนเซอร์ ส่วนการดูหลายอย่างพร้อมกันใช้บอกระดับความรุนแรงและช่วยการตัดสินใจของคนหน้าจอ และเช่นเดียวกับกล้องทุกชนิด ต้องมีเอกสารรับรองด้านตรวจจับเพลิงไหม้ ต่อแบบตรวจคุมสาย และให้วิศวกรระบุในแบบ

ตาราง: ใช้แทนอะไรได้ อะไรไม่ได้ (แยกตามพื้นที่)

ความหมายของคำในตาราง: ได้ = มีข้อ วสท. รองรับให้นับเป็นหัวตรวจจับ (ข้อบังคับหรือภาคผนวก) เมื่อผ่านเงื่อนไขของข้อนั้นครบ · คู่กับ = ใช้ร่วมกับหัวหลัก ไม่ใช่แทน · เสริม = เพิ่มได้เพื่อเตือนล่วงหน้า แต่ไม่ลดจำนวนหัวที่มาตรฐานกำหนด · ไม่ได้/ไม่ควร = ขัดข้อบังคับ หรือมาตรฐานเขียนว่าไม่ควร

พื้นที่อุปกรณ์หลักตาม วสท.กล้องควันด้วยภาพหัวเปลวไฟ UV/IR · กล้องเปลวไฟกล้องความร้อนอ้างอิง
ห้องนอน ห้องพัก ทางเดินปิด ทางหนีไฟ บันไดหัวควัน หรือหัวผสมที่มีการตรวจจับควัน (บังคับ)ไม่ได้ แทนไม่ได้ ไม่เหมาะกับพื้นที่ป้องกันชีวิตไม่ได้4.1.2 · 6.5.4(1) · 7.1 · ตาราง ก.1
โถงสูง atrium 10.5–25 ม.ห้ามหัวควันชนิดจุด → ลำแสง หรือ ASDได้ ถ้าแสงพอ ไม่มีของบัง มีภาพทับซ้อน ตรวจคุมสายเสริม ถ้ามีเชื้อเพลิงให้เปลวเร็วเสริม6.2.1(1) · 6.3.1 · 6.5.3(1) · ก.4.2
โถงสนามบิน หอประชุมใหญ่ชนิดจุด และ ASD หรือกล้องคู่กับ หัวชนิดจุด—เสริมตาราง ก.2
คลังสินค้าลำแสง หรือ ASD (ตาราง ก.2 ไม่ได้ใส่กล้อง)ใช้ได้ตามหลัก 6.5.3 เฉพาะเมื่อไม่มีชั้นวางบังและไม่มีไอเสียรถยกเป็นประจำเสริมตามชนิดสินค้าเสริมตาราง ก.2 · 6.5.4(2)(4)
ภายนอกและกึ่งเปิด: หลังคาลานขนถ่าย ลานจอดรถบรรทุก สถานีน้ำมันหัวชนิดจุดห้ามติดที่ลมแรงเกิน 1.5 ม./วินาทีได้ ระวังฝน หมอกได้ กล้องเปลวไฟ 7.4.1 · หัว UV ใช้ภายนอกได้เสริม6.2.1(4) · 6.5.3(4) · 7.4.1 · ก.2.4
ลานจอดรถในอาคาร ทางลาดหัวความร้อนชนิดจุดไม่ควร ถ้ามีไอเสียเป็นประจำเสริมเสริมตาราง ก.1 · 6.5.4(4)
อุโมงค์ อู่จอดรถไฟฟ้า อาคารจอดรถอัตโนมัติASD หรือกล้องได้กล้องเปลวไฟ ได้เสริมก.4.3 · ตาราง ก.2 · 7.4.1
ห้องเก็บของเหลวไวไฟ เชื้อเพลิง แก๊สควัน ความร้อน และเปลวไฟได้ได้ ตรงกับหลัก 7.1 (เปลวเร็ว ควันน้อย) · ไฮโดรเจน: กล้องภาพมองไม่เห็นเปลวเสริม7.1 · 7.4 · ตาราง ก.2
ห้องพ่นสี · หน่วยผลิตปิโตรเคมี · งานเชื่อมโลหะความร้อน และเปลวไฟได้ในหน่วยผลิตตามตาราง ก.2ได้ · ระวังหัว UV ทำงานกับประกายเชื่อม เลือกชนิดที่แยกแหล่งหลอกได้เสริมตาราง ก.2 · ก.2.4 · 7.4
ห้องประจุแบตเตอรี่ตามผู้ออกแบบ (ตารางไม่มีแถวนี้)—กล้องเปลวไฟ ได้เสริม เตือนล่วงหน้า7.4.1
ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องควบคุมชนิดจุด หรือ ASD หรือกล้องได้ไม่เหมาะ ไฟมักเริ่มจากการคุเสริมตาราง ก.2 · 7.1
ครัวประกอบอาหาร ห้องซักอบหัวความร้อนชนิดจุดอุณหภูมิสูงไม่ควร มีไอน้ำและควันเป็นปกติไม่เหมาะ มีเปลวจากเตาเป็นปกติเสริม เฝ้าอุณหภูมิตาราง ก.1 · 6.5.4(4)
บ่อขยะ โรงคัดแยก กองวัสดุตามผู้ออกแบบ (ตารางไม่มีแถวนี้)ไม่ควร ถ้าฝุ่นมากกองวัสดุภายนอกใช้หัวเปลวไฟได้เสริม ตรงกับจุดใช้งานที่ VdS ระบุ6.5.4(5) · ก.2.4 · VdS 3878/3189
พื้นที่ความปลอดภัยสูงที่ห้ามติดกล้อง—ไม่ได้กล้องเปลวไฟ ไม่ได้ · หัว UV/IR ซึ่งไม่ใช่กล้อง ใช้ได้ไม่ได้6.5.4(6) · 7.4.3

หมายเหตุความแม่นยำ: คอลัมน์ "อุปกรณ์หลัก" ที่อ้างตาราง ก.1/ก.2 มาจากภาคผนวกซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ ส่วนที่เป็นข้อบังคับคือข้อ 4.1.2, 5.2.4, 6.2.1, 6.3.1, 6.5, ภาค 7 และ 8.6 ตารางนี้เป็นการสรุปของ NVK เพื่อช่วยคุยกับผู้ออกแบบ ไม่ใช่ข้อสรุปแทนการออกแบบของวิศวกร

ผังตัดสินใจ: จะใช้กล้องหรือหัวเปลวไฟแทนได้ไหม

พื้นที่ป้องกันชีวิต? (ห้องนอน ทางหนีไฟ) ใช่ ใช้หัวควันกล้อง = เสริมเท่านั้น ไม่ใช่ ไฟแบบไหนที่น่าจะเกิด คุ มีควันก่อน (กระดาษ ผ้า สายไฟ) → หัวควัน ลำแสง ASD หรือกล้องควัน (6.5) เปลวเร็ว ควันน้อย (น้ำมัน แก๊ส สารไวไฟ) → หัว UV/IR หรือกล้องเปลวไฟ (ภาค 7) สภาพแวดล้อมผ่านไหม แสง · ไอน้ำ · ไอเสีย · ฝุ่น · ฝน · ของบัง (6.5.4 · 7.4.3) ไม่ผ่าน ไม่ใช้กล้องกลับไปหัวชนิดอื่น ผ่าน อุปกรณ์มีการรับรองด้านตรวจจับเพลิงไหม้? ตรวจคุมสาย · เห็นทั้งพื้นที่ · ภาพทับซ้อน · ไม่ตั้ง verification ไม่มี ระบบเสริมไม่ลดจำนวนหัว มี ระบุในแบบ · วิศวกรหรือผู้ตรวจสอบรับรอง (10.1.3)
รูปที่ 4 ผังตัดสินใจแบบย่อ: เริ่มจากถามว่าเป็นพื้นที่ป้องกันชีวิตหรือไม่ แล้วดูชนิดไฟ สภาพแวดล้อม และการรับรองอุปกรณ์ ก่อนให้วิศวกรรับรอง (สรุปโดย NVK จาก วสท. 2567 ข้อ 4.1.2, 6.5, ภาค 7, 8.6 และ 10.1.3)

การรับรองอุปกรณ์ และหลักกฎหมายที่ผูกกับ วสท.

คำนำของ วสท. 2567 เขียนไว้ว่ามาตรฐานนี้ครอบคลุมเฉพาะการออกแบบ ติดตั้ง และตรวจสอบ ไม่ครอบคลุมการเลือกอุปกรณ์ ผู้เกี่ยวข้องต้องเลือกอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานสากลรับรอง และ วสท. เองก็ไม่ได้ทำหน้าที่รับรองหรือทดสอบผลิตภัณฑ์ คำถามว่า "กล้องตัวนี้นับเป็นหัวตรวจจับได้ไหม" จึงต้องตอบด้วยเอกสารรับรองด้านตรวจจับเพลิงไหม้ ไม่ใช่แค่เครื่องหมายด้านไฟฟ้าหรือมาตรฐานโรงงานของผู้ผลิต

ชนิดอุปกรณ์สหรัฐฯ (FM / UL)ยุโรป / อังกฤษ / เยอรมนี
หัวเปลวไฟ UV, IR, UV/IR, IR หลายช่วงคลื่นFM 3260 — ความไวคือระยะไกลสุดที่ตอบสนองได้สม่ำเสมอ ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที ทดสอบสัญญาณหลอกกับแสงแดด การเชื่อมไฟฟ้า ฮีตเตอร์ หลอดไฟEN 54-10 (หัวเปลวไฟชนิดจุด) · ISO 7240-10
กล้องควันและกล้องเปลวไฟด้วยภาพFM 3232 (ม.ค. 2023) — นิยามเป็นกล้องที่จับได้ทั้งควันและเปลวไฟ · UL 2684ยังไม่มี EN · VdS 3847 · BRE LPS 1976 (กล้องเปลวไฟ ใช้ EN 54-10 เป็นฐาน)
กล้องความร้อนUL 2684 (ANSI/CAN/UL 2684:2025) · ติดตั้งตาม NFPA 72-2025 ข้อ 17.12ยังไม่มี EN/ISO · VdS 3878 และ VdS 3189

มีประโยคหนึ่งในมาตรฐาน FM 3232 (ฉบับ ม.ค. 2023 ข้อ 1.2.6) ที่ควรจำไว้ตอนคุยกับลูกค้า คือกล้องตรวจจับเพลิงไหม้ด้วยภาพ "ไม่ได้มีไว้เพื่อแทนที่การป้องกันพื้นที่เปิดแบบมาตรฐานโดยตรง" แต่ให้ความสามารถตรวจจับที่หัวแบบเดิมทำไม่ได้ และต้องระวังเรื่องความไวกับสัญญาณหลอกเป็นพิเศษ แม้แต่มาตรฐานที่ใช้รับรองกล้องเองก็วางกล้องไว้เป็นเครื่องมือสำหรับโจทย์เฉพาะ ไม่ใช่ของแทนทั้งระบบ

ฝั่งกฎหมายไทย กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (กระทรวงแรงงาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 9 มกราคม 2556) ข้อ 9 ให้สถานประกอบกิจการที่มีอาคารตั้งแต่ 2 ชั้น หรือพื้นที่ตั้งแต่ 300 ตารางเมตร ต้องมีระบบแจ้งเหตุทุกชั้น และข้อ 9(5) ให้การติดตั้งระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้เป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือมาตรฐานอื่นที่อธิบดีกำหนด นี่คือจุดที่ทำให้ วสท. มีผลผูกพันกับสถานประกอบการจำนวนมาก ส่วนกฎหมายควบคุมอาคารที่กำหนดว่าอาคารแบบไหนต้องมีระบบ อ่านต่อได้ที่ อาคารและกิจการแบบไหนต้องมีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

เมื่อมาตรฐานถูกผูกด้วยกฎหมาย การ "ใช้แทน" จึงไม่ใช่การตัดสินของผู้ขายหรือผู้ติดตั้ง ผู้ออกแบบต้องระบุชนิดอุปกรณ์ในแบบ อ้างข้อของ วสท. ที่รองรับ แนบหลักฐานการรับรองของอุปกรณ์ แล้ววิศวกรไฟฟ้าหรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมายเป็นผู้รับรองการตรวจสอบตามข้อ 10.1.3

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากตัวบทมาตรฐานและกฎหมาย ณ ตุลาคม 2569 ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย อาคารจริงควรให้วิศวกรผู้ออกแบบและผู้ตรวจสอบพิจารณา

เช็กลิสต์ก่อนเสนอกล้องหรือหัวเปลวไฟในแบบ

  1. ถามก่อนว่าเป็นพื้นที่ป้องกันชีวิตหรือไม่ ห้องนอน ห้องพัก ทางเดินปิด ทางหนีไฟ บันได ต้องเป็นหัวควัน (ข้อ 4.1.2) กล้องใส่เพิ่มได้แต่ไม่นับแทน
  2. ระบุชนิดไฟที่น่าจะเกิด ไฟคุใช้กลุ่มตรวจควัน ไฟเปลวเร็วควันน้อยใช้หัวเปลวไฟ
  3. วัดความสูงเพดาน เกิน 10.50 เมตร ห้ามหัวควันชนิดจุด ทางเลือกตามภาคผนวก ก.4.2 คือหัวลำแสง (ถึง 25.00 เมตร) ASD หรือกล้องจับควัน
  4. เดินดูสภาพแวดล้อมจริง แสง ไอน้ำ ไอเสียรถยก ฝุ่น ฝน งานเชื่อม และของที่จะมาวางบังในอนาคต เช่น ชั้นวางที่จะต่อเติม
  5. ขอเอกสารรับรองด้านตรวจจับเพลิงไหม้ เช่น FM 3260, FM 3232, UL 2684, EN 54-10, VdS หรือ LPS ตามชนิด ไม่ใช่แค่ใบรับรองไฟฟ้าหรือมาตรฐานโรงงาน
  6. ต่อเข้าตู้แบบตรวจคุมสาย ตู้ต้องรู้เมื่อสายขาดหรือกล้องเสีย ถ้าต่อแค่หน้าสัมผัสรีเลย์ ต้องเช็กว่ายังตรวจคุมได้จริง
  7. วางผังมุมกล้อง ให้เห็นทั้งพื้นที่ ไม่มีจุดบอด มีภาพทับซ้อน และใช้ไฟอินฟราเรดที่มีไฟสำรองถ้าต้องทำงานกลางคืน
  8. ไม่ตั้ง verification กับกล้องควัน หัวเปลวไฟ และหัวความร้อน (ข้อ 8.6)
  9. วางแผนทดสอบ ทดสอบด้วยเปลวไฟหรือเปลวจำลองตามข้อ 10.2.1(9) และนัดทำความสะอาดเลนส์เป็นรอบ
  10. กล้องความร้อนและกล้อง AI ทั่วไป ใส่เป็นระบบเตือนล่วงหน้า ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แต่ไม่ลดจำนวนหัวที่มาตรฐานกำหนด และให้วิศวกรรับรองทั้งระบบ (ข้อ 10.1.3)

สรุป

วสท. 2567 ไม่ได้ปิดประตูกล้อง แต่เปิดให้เฉพาะ "กล้องวงจรปิดที่วิเคราะห์ภาพเพื่อจับควันหรือเปลวไฟ" ในข้อ 6.5 และ 7.4 โดยต้องตรวจคุมสาย เห็นทั้งพื้นที่ มีภาพทับซ้อน และห้ามตั้งการพิสูจน์สัญญาณ หัวเปลวไฟ UV/IR เป็นเครื่องมือป้องกันทรัพย์สินในพื้นที่ที่ไฟลุกเป็นเปลวเร็ว ไม่ใช่ตัวแทนหัวควันในห้องนอนหรือทางหนีไฟ ส่วนกล้องความร้อนยังไม่มีหมวดในเล่มไทย แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มไว้ใน NFPA 72 ฉบับ 2025 แล้ว จึงเหมาะเป็นระบบเตือนล่วงหน้าที่ทำงานคู่กับหัวตรวจจับตามมาตรฐาน คำถาม "ใช้แทนได้ไหม" จึงตอบที่ระดับพื้นที่ ด้วยข้อของมาตรฐาน หลักฐานการรับรองอุปกรณ์ และลายเซ็นของวิศวกร

รวมลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทความในคลังความรู้ NVK

แหล่งอ้างอิงทางการ

สินค้าและทีมงาน NVK

สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษา?

ทีมขายและ Engineer ของ NVK พร้อมช่วย scope ระบบและเสนอราคา

💬 สอบถามทาง LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-22 · Portalista

Portalista Internet Coupon: คูปอง Wi-Fi ใบเล็ก ที่ใส่ใจทั้งคนรับและคนเตรียม

จากเคาน์เตอร์โรงแรม โต๊ะในคาเฟ่ ไปถึงจุดลงทะเบียนงานสัมมนา คูปอง Wi-Fi ที่อ่านง่ายและเข้ากับสถานที่ช่วยให้การต้อนรับลื่นไหลขึ้น พร้อมแบบที่ทีมงานหยิบมาใช้ต่อได้ใน Portalista
อ่านต่อ
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-16 · Portalista

Portalista Survey Form: เปลี่ยนช่วงเวลาเชื่อมต่อ Wi-Fi ให้เป็นโอกาสรับฟังผู้ใช้บริการ

รับฟังความพึงพอใจและสิ่งที่ผู้ใช้บริการอยากบอกผ่านหน้า Wi-Fi ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า ศูนย์บริการภาครัฐ ไปจนถึงองค์กรเอกชน พร้อมดูผลสรุปเพื่อนำไปพัฒนาบริการ
อ่านต่อ
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-16 · Portalista

Portalista Tourist Attraction: เปลี่ยนหน้า Wi-Fi ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยว

ชวนผู้มาเยือนค้นพบที่เที่ยวรอบตัวตั้งแต่เปิดหน้า Wi-Fi ด้วย Tourist Attraction ใน Portalista พร้อมตัวอย่างการใช้งานสำหรับโรงแรม เทศบาล และห้างสรรพสินค้า
อ่านต่อ