โกดังเพดานสูง 14 เมตร ลานขนถ่ายสินค้าที่มีแต่หลังคาไม่มีผนัง ห้องเก็บน้ำมันในโรงงาน หรือโถงกลางห้างที่สูงสามชั้น พอถึงขั้นเลือกหัวตรวจจับ คำถามที่ทีมหน้างานได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คือ "ใช้กล้องแทนได้ไหม" บางคนหมายถึงกล้องวงจรปิดที่มี AI จับควัน บางคนหมายถึงหัว Flame Detector แบบ UV/IR บางคนหมายถึงกล้องความร้อน (thermal) ที่เห็นอุณหภูมิเป็นสี ทั้งสามอย่างถูกเรียกรวมกันว่า "กล้องจับไฟ" แต่ในมาตรฐาน วสท. 021002-24 (พ.ศ. 2567) ทั้งสามอย่างมีสถานะไม่เท่ากันเลย และคำตอบว่า "ใช้แทนได้" ขึ้นกับพื้นที่ ไม่ใช่ขึ้นกับตัวกล้อง
สรุปสั้นที่สุด: วสท. 2567 รองรับ "กล้องวงจรปิดที่วิเคราะห์ภาพ" อยู่ 2 หัวข้อ คือ กล้องตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ (ข้อ 6.5) และ กล้องตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ (ข้อ 7.4) โดยกล้องทุกตัวต้องตรวจคุมสายสัญญาณ มองเห็นทั้งพื้นที่ไม่มีจุดบอด มีภาพทับซ้อน และห้ามตั้งการพิสูจน์สัญญาณ
หัวเปลวไฟ UV, IR และ UV/IR (ภาค 7) ใช้กับ พื้นที่ป้องกันทรัพย์สิน มาตรฐานเขียนตรง ๆ ว่าไม่เหมาะกับพื้นที่ป้องกันชีวิต ห้องนอนและทางหนีไฟจึงยังต้องเป็นหัวควัน (ข้อ 4.1.2)
กล้องความร้อนไม่มีหมวดใน วสท. 2567 ฝั่งสหรัฐฯ เพิ่งเขียนกติกาไว้ใน NFPA 72 ฉบับ 2025 ข้อ 17.12 ส่วน EN/ISO ยังไม่มี ในไทยจึงควรใช้เป็นระบบเตือนล่วงหน้าเสริม
จะนับเป็นหัวตรวจจับแทนของเดิมได้หรือไม่ ผู้ออกแบบต้องระบุในแบบพร้อมหลักฐานการรับรองอุปกรณ์ และวิศวกรหรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมายเป็นผู้รับรอง
"กล้องจับไฟ" มีอย่างน้อย 4 ชนิด และทำงานคนละหลัก
ก่อนเปิดมาตรฐาน ต้องแยกให้ออกก่อนว่ากำลังพูดถึงอุปกรณ์ชนิดไหน เพราะหลักการวัดต่างกันตั้งแต่ต้น ข้อดีข้อจำกัดจึงต่างกันไปด้วย
| อุปกรณ์ | วัดอะไร | อยู่ใน วสท. 2567 ไหม | สถานะหลัก |
|---|---|---|---|
| กล้องตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ (Video Image Smoke Detection) | วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด หาควันที่หนาขึ้นหรือขยายตัวเกินเกณฑ์ในภาพ | มี · ข้อ 6.5 | หัวตรวจจับควันชนิดหนึ่ง ใช้ได้ในพื้นที่ที่มาตรฐานระบุ |
| หัวตรวจจับเปลวเพลิง UV, IR, UV/IR (รวมหัว IR หลายช่วงคลื่นที่วงการเรียก IR3 หรือ multi-IR) | รังสีที่เปลวไฟแผ่ออกมา ในช่วงอัลตราไวโอเลตหรืออินฟราเรด | มี · ภาค 7 (ข้อ 7.1–7.3) | ป้องกันทรัพย์สิน ต้องเห็นพื้นที่ตลอดเวลา |
| กล้องตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ (Video Image Flame Detection) | วิเคราะห์ภาพ หาลักษณะของเปลวไฟจริง | มี · ข้อ 7.4 | ป้องกันทรัพย์สิน แยกเปลวจริงกับเปลวเทียมได้ตามที่เล่มเขียน |
| กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal / Radiometric Camera) | อุณหภูมิผิวของวัตถุ ในช่วงอินฟราเรดคลื่นยาว | ไม่มี · ค้นทั้งเล่มไม่พบหัวข้อหรือนิยาม | ระบบเตือนล่วงหน้าเสริม (ในบริบท วสท.) |
หมายเหตุความแม่นยำ: คำว่า "อินฟราเรด" ใน วสท. 2567 ปรากฏเฉพาะเรื่องหัวเปลวไฟชนิด IR และดวงไฟอินฟราเรดที่ช่วยให้กล้องเห็นตอนกลางคืน ไม่ได้หมายถึงกล้องความร้อน ส่วนคำว่า "IR3" หรือ "multi-IR" เป็นชื่อเรียกของผู้ผลิต เล่มมาตรฐานไม่ได้ตั้งเป็นชนิดแยก
วสท. 2567 เขียนอะไรไว้จริง
มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24 แบ่งเป็นภาคที่ 1–10 ซึ่งเป็นตัวมาตรฐาน กับภาคผนวกหลายภาค ทุกภาคผนวกมีหัวกำกับว่า ภาคผนวกไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมาตรฐาน มีไว้เป็นข้อมูลเท่านั้น เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตารางเลือกอุปกรณ์ที่คนชอบยกมาอ้าง (ตาราง ก.1 และ ก.2) อยู่ในภาคผนวก ก ส่วนข้อบังคับจริงอยู่ในภาค 4, 6, 7 และ 8
กล้องตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ — ข้อ 6.5
ข้อ 6.5 ให้นิยามว่าเป็นการตรวจจับ "โดยการวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายทอดจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด" จะเริ่มสัญญาณเมื่อควันหนาแน่นหรือแผ่ขยายเกินพิกัดที่ตั้งไว้ในภาพ ข้อดีที่เล่มเขียนเองคือ ควันไม่ต้องลอยไปถึงตัวอุปกรณ์ ชั้นความร้อนใต้หลังคา (stratification) จึงไม่มีผลต่อความไว และเจ้าหน้าที่เห็นภาพจุดเกิดเหตุบนจอได้ทันที ซึ่งช่วยตัดเวลาค้นหาจุดเกิดเหตุ
เงื่อนไขที่ต้องทำ มีดังนี้
- กล้องทุกชุดต้องตรวจคุมสายสัญญาณ คือตู้แจ้งเหตุต้องรู้เมื่อสายขาดหรือกล้องหยุดทำงาน (ข้อ 6.5)
- จำนวนกล้องต้องพอ ที่จะมองเห็นพื้นที่ทั้งหมดโดยไม่มีจุดบอด มีพื้นที่ภาพทับซ้อน (overlap) ระหว่างกล้อง และภาพแต่ละส่วนต้องไม่เล็กจนแยกนัยสำคัญไม่ได้ (ข้อ 6.5.2)
- ตำแหน่งติดตั้ง ต้องมีแสงพอแต่ไม่จ้าจนเป็นอุปสรรค ไม่มีฝุ่นหรือไอน้ำที่คล้ายควัน จุดยึดไม่ขยับหรือบิดตามอุณหภูมิ และไม่มีโครงสร้างบังมุมมอง (ข้อ 6.5.1)
พื้นที่ที่ ใช้ได้ ตามข้อ 6.5.3 ได้แก่ พื้นที่กว้างหรือโถงสูงที่ชั้นความร้อนใต้หลังคามีผลต่อหัวชนิดอื่น พื้นที่เสี่ยงสูงเช่นพื้นที่เครื่องจักร พื้นที่ที่ระบายอากาศสูง จุดเสี่ยงที่ต้องตรวจเป็นพิเศษ และพื้นที่ภายนอกอาคาร
พื้นที่ที่ ไม่ควรใช้ ตามข้อ 6.5.4 มี 6 กรณี และกรณีแรกคือหัวใจของเรื่อง "ใช้แทน"
- พื้นที่ที่ต้องตรวจจับควัน "ที่พิสูจน์ได้ที่ตัวอุปกรณ์ตรวจจับ" ไม่ใช่เพียงเห็นภาพ
- มีสิ่งของบังหน้ากล้อง ทั้งชั่วคราวและถาวร
- แสงน้อยหรือจ้าเกินไป เว้นแต่ชดเชย เช่น ใช้ดวงไฟอินฟราเรด ซึ่งต้องมีแหล่งจ่ายไฟที่ป้องกันไฟดับ
- มีหมอกหรือควันเป็นปกติ เช่น ไอน้ำ ไอสารเคมี ไอเสียรถยก ฝูงแมลง
- มีฝุ่น ฝน หมอกเป็นครั้งคราว
- พื้นที่ความปลอดภัยสูงที่ไม่อนุญาตให้ติดกล้อง
หัวตรวจจับเปลวเพลิง UV, IR, UV/IR — ภาค 7
ข้อ 7.1 เปิดด้วยประโยคที่ชัดที่สุดในเรื่องนี้ หัวตรวจจับเปลวเพลิง "ใช้กับพื้นที่ป้องกันทรัพย์สิน" เพราะมันจับรังสีจากเปลวไฟ ไม่ได้จับควันหรือความร้อนที่ลอยมาถึง ข้อดีคือไม่ต้องติดที่เพดาน ชั้นความร้อนไม่มีผล แต่ข้อเสียคือจับไฟที่เริ่มจากการคุมีควันหรือลุกไหม้ช้าไม่ได้ จนกว่าจะเกิดเปลว เล่มจึงสรุปว่าไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ป้องกันชีวิต และเหมาะกับพื้นที่ทรัพย์สินเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่เครื่องจักร คลังเชื้อเพลิงเหลว แก๊ส สารเคมีไวไฟ และโถงสูงที่มีเชื้อเพลิงซึ่งให้เปลวเร็วแต่ควันน้อย
ข้อกำหนดที่ต้องจำมีสี่เรื่อง
- ต้องเห็นพื้นที่ตลอดเวลา (clear line-of-sight) ห้ามมีวัตถุหรือโครงสร้างบัง ต้องเข้าทำความสะอาดเลนส์ได้ และไม่ติดใกล้แสงจ้า หลังกระจก หรือแผงโปร่งแสง (ข้อ 7.1, 7.2(1))
- กฎกำลังสองผกผัน ความเข้มรังสีลดลงตามระยะยกกำลังสอง เล่มเขียนว่า ถ้าระยะห่างเพิ่มเป็นสองเท่า ไฟต้องแผ่รังสีแรงขึ้นถึง 4 เท่าหัวจึงจะทำงาน (ข้อ 7.2)
- จุดที่ถูกบัง เช่น ของบนชั้นวางสูง ต้องติดหัวเพิ่มที่จุดนั้น (ข้อ 7.2(2)) และติดบนฐานมั่นคงไม่สั่น ติดหลายชุดซ้อนกันเพื่อเพิ่มความเข้มการตรวจจับได้ (ข้อ 7.3)
- ฝ้าตะแกรง ต้องติดทั้งบนและล่างฝ้า (ข้อ 4.2.7(3))
เล่มไม่ได้กำหนดระยะตรวจจับหรือมุมมองเป็นตัวเลข ให้ใช้ค่าตามผู้ผลิต ซึ่งควรเป็นค่าที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานรับรองอุปกรณ์ (ดูหัวข้อการรับรองด้านล่าง)
UV, IR, UV/IR ต่างกันอย่างไร (ภาคผนวก ก.2.4 — ข้อมูล)
| ชนิด | ฟังอะไร | เหมาะกับ | สิ่งที่อาจทำให้ทำงานผิด |
|---|---|---|---|
| UV | รังสีอัลตราไวโอเลตช่วง 220–270 นาโนเมตร ซึ่งอยู่นอกช่วงรังสีดวงอาทิตย์ที่ถึงพื้น | ไฟของแข็ง ไฟจากไฟฟ้าลัดวงจร และใช้ภายนอกอาคารได้ | ประกายตัดหรือเชื่อมโลหะ แสงวาบจากฟ้าผ่า |
| IR | การวูบวาบของเปลวไฟในย่านราว 5–15 เฮิรตซ์ และรังสีจากเปลวไฮโดรคาร์บอนแถว 4.3 ไมโครเมตร | ไฟเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน | แสงที่ถูกตัดเป็นจังหวะจากมอเตอร์หรือพัดลม ไฟกะพริบ แสงสะท้อนผิวของเหลว |
| UV/IR และ IR หลายช่วงคลื่น | ใช้สองเซนเซอร์หรือหลายช่วงคลื่นในตัวเดียว | พื้นที่ที่ต้องการลดสัญญาณหลอก | ขึ้นกับการออกแบบของผู้ผลิต ต้องดูผลทดสอบ |
ภาคผนวกยังเตือนเรื่องการหน่วงเวลา หัวเปลวไฟมักตั้งหน่วงเวลาเพื่อลดสัญญาณหลอก แต่ถ้าหัวนั้นสั่งระบบดับเพลิง ต้องลดหรือยกเลิกการหน่วง หรือใช้หัวสองชุดที่ไม่หน่วงทำงานร่วมกัน
หมายเหตุความแม่นยำ: ช่วงคลื่นและความถี่ในตารางนี้มาจากภาคผนวก ก.2.4 ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ ค่าจริงของแต่ละรุ่นให้ดูจาก datasheet และรายงานทดสอบตามมาตรฐานรับรองอุปกรณ์
กล้องตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ — ข้อ 7.4
ข้อ 7.4 เป็นกล้องที่วิเคราะห์ภาพหาเปลวไฟ ไม่ได้วัดรังสีเหมือนหัว UV/IR เล่มเขียนว่าแยกได้ว่าอะไรคือเปลวจริงหรือเปลวเทียม และแยกเปลวในกระบวนการผลิตออกจากอัคคีภัยได้ เงื่อนไขเหมือนกล้องควัน คือ กล้องทุกชุดต้องตรวจคุมสายสัญญาณ และจำนวนกล้องต้องเห็นทั้งพื้นที่ ไม่มีจุดบอด มีพื้นที่ทับซ้อน (ข้อ 7.4.4)
ข้อจำกัดที่เล่มเขียนไว้เองคือ กล้องแบบนี้มองไม่เห็นเปลวที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เช่น เปลวจากแก๊สไฮโดรเจน และเปลวที่ซ่อนอยู่ในควันดำหนาทึบ พื้นที่ที่ใช้ได้ตามข้อ 7.4.1 ได้แก่ พื้นที่กว้างและโถงสูง พื้นที่ที่มีเชื้อเพลิงติดง่าย พื้นที่เครื่องจักร สารไวไฟ หลอมโลหะ เตาเผา พื้นที่ประจุแบตเตอรี่ คลังเชื้อเพลิง และพื้นที่ภายนอก เช่น ลานจอดรถบรรทุก จุดขนถ่ายสินค้า สถานีน้ำมัน อุโมงค์ และอาคารจอดรถอัตโนมัติ ติดที่ผนัง โครงสร้างแนวดิ่ง หรือเสา ถ้าติดเสาไฟต้องอยู่ต่ำกว่าดวงโคม (ข้อ 7.4.2) ส่วนพื้นที่ที่ไม่ควรใช้คล้ายกล้องควัน คือมีของบัง แสงจ้า ไอน้ำหรือไอเสียประจำ ฝุ่น ฝน และพื้นที่ห้ามติดกล้อง (ข้อ 7.4.3)
ข้อที่ใช้กับทุกชนิด
- ห้ามพิสูจน์สัญญาณ (verification) ข้อ 8.6 ยอมให้วงจรหัวควันบางพื้นที่ต้องเริ่มสัญญาณสองครั้งภายใน 60 วินาทีก่อนแจ้งเหตุ แต่ระบุชัดว่าห้ามใช้กับหัวความร้อน หัวเปลวเพลิง หัวควันชนิดสุ่มตัวอย่างอากาศ หัวควันชนิดภาพวิดีโอ หัวลำแสง และหัว CO
- การทดสอบรับระบบ ข้อ 10.2.1(9) ให้ตรวจว่าหัวเปลวไฟมีชนิดและจำนวนพอ คลุมพื้นที่ทั้งหมด ติดตั้งมั่นคง ต่อเข้าตู้ถูกต้อง เลนส์สะอาด และทดสอบการตอบสนองต่อเปลวไฟหรือเปลวที่จำลองขึ้น
- ใครรับรอง ข้อ 10.1.3 การตรวจสอบต้องรับรองโดยวิศวกรไฟฟ้า หรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมาย
ลองอ่านเรื่องการหน่วงเวลาเพิ่มได้ในบทความ หน่วงสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้นานเท่าไร
เพดานสูงเกิน 10.50 เมตร: กล้องจับควันอยู่ในรายชื่อเดียวกับหัวลำแสง
เรื่องที่ทำให้คนหันมาหากล้องมากที่สุดคือเพดานสูง และตรงนี้ต้องแยกให้ชัดว่าข้อไหนเป็น "ต้อง" ข้อไหนเป็น "ข้อมูล"
- บังคับ ข้อ 6.2.1(1): หัวควันชนิดจุดติดได้สูงไม่เกิน 10.50 เมตร
- บังคับ ข้อ 6.3.1: หัวควันชนิดลำแสงติดได้ตั้งแต่ 2.70 เมตร แต่ไม่เกิน 25.00 เมตร
- บังคับ ข้อ 5.2.4 และตาราง 5.1: หัวความร้อนชนิดจุดต้องลดระยะห่างตามความสูง ตารางมีตัวคูณถึงเพดาน 9.10 เมตร
- ข้อมูล ภาคผนวก ก.4.2: โถงที่สูงกว่า 10.5 ถึง 25.0 เมตร ให้เลือกอุปกรณ์ชนิดอื่นแทนชนิดจุด "เช่น" ลำแสง สุ่มตัวอย่างอากาศ (ASD) หรือหัวควันชนิดกล้องโทรทัศน์
อ่านแบบนี้ได้ว่า เพดานเกิน 10.50 เมตร ห้ามใช้หัวควันชนิดจุด แน่นอน และภาคผนวก ก.4.2 ยกตัวอย่างทางเลือกไว้สามแบบเรียงกัน คือ หัวลำแสง ระบบสุ่มตัวอย่างอากาศ และกล้องจับควัน ข้อ 6.5.3(1) ก็รองรับให้ใช้กล้องในโถงสูง กล้องมีข้อได้เปรียบที่ข้อ 6.5 เขียนไว้เอง คือควันไม่ต้องลอยขึ้นไปถึงตัวอุปกรณ์ ชั้นความร้อนใต้หลังคาจึงไม่มีผล และเจ้าหน้าที่เห็นภาพจุดเกิดเหตุบนจอได้ทันที ไม่ต้องเดินหาต้นทางของควัน ทั้งนี้ต้องผ่านเงื่อนไขทั้งหมดของข้อ 6.5 และผู้ออกแบบเป็นผู้เลือกในแบบ ส่วนหัวเปลวไฟไม่ได้ผูกกับความสูงเพดานเลย ผูกกับระยะจากหัวถึงจุดเกิดไฟ เล่มจึงเขียนว่าในโถงสูงไม่จำเป็นต้องติดหัวไว้สูง แต่ติดต่ำก็เสี่ยงโดนบัง
หมายเหตุความแม่นยำ: วสท. ไม่ได้ยกเว้นเกณฑ์การแบ่งโซนให้กล้อง แม้เล่มจะเขียนว่ากล้องช่วยตัดเวลาค้นหาจุดเกิดเหตุ ก็อย่าสรุปว่าใช้กล้องแล้วโซนใหญ่ขึ้นได้ เกณฑ์โซนยังเป็นเกณฑ์ทั่วไปของมาตรฐาน
กล้องความร้อน: ไม่อยู่ใน วสท. แต่ต่างประเทศเริ่มเขียนกติกาแล้ว
กล้องความร้อนวัดอุณหภูมิผิวของวัตถุในช่วงอินฟราเรดคลื่นยาว ต่างจากหัว IR flame ที่ฟังรังสีจากเปลวไฟ ข้อได้เปรียบคือมันเห็นความร้อนที่สะสมก่อนจะเกิดควันหรือเปลว เช่น กองขยะที่ร้อนจากภายใน ลูกปืนสายพานที่ร้อนผิดปกติ หรือขั้วต่อไฟฟ้าที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือเหตุผลที่โรงคัดแยกขยะและพื้นที่อุตสาหกรรมสนใจมาก
สถานะในมาตรฐานแต่ละสาย ณ ตุลาคม 2569 เป็นดังนี้
- วสท. 021002-24 (พ.ศ. 2567): ไม่มีหัวข้อ นิยาม หรือข้อกำหนดเรื่องกล้องถ่ายภาพความร้อน ตาราง ช.1 ที่ใช้นับอุปกรณ์ต่อโซนก็มีช่องหัวเปลวไฟแค่ "อินฟราเรด" กับ "อัลตราไวโอเลต"
- NFPA 72 ฉบับ 2025 (สหรัฐฯ): เพิ่มข้อใหม่ 17.12 สำหรับการออกแบบและติดตั้งหัวตรวจจับเพลิงไหม้ด้วยภาพความร้อน โดยเป็นการออกแบบแบบอิงสมรรถนะ (performance-based) ส่วนกล้องควันด้วยภาพ (ข้อ 17.7.8 ในฉบับ 2022–2025) และกล้องเปลวไฟด้วยภาพ (ข้อ 17.8.5) NFPA 72 รองรับมาตั้งแต่ฉบับ 2007 โดยกำหนดให้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ต้อง listed สำหรับการตรวจจับนั้น
- UL 2684 (สหรัฐฯ/แคนาดา): ANSI/CAN/UL 2684:2025 ชื่อ "Video and Thermal Image Detectors for Fire Alarm Systems" เป็นมาตรฐานรับรองตัวอุปกรณ์ที่ครอบทั้งกล้องควัน กล้องเปลวไฟ และกล้องความร้อน
- ยุโรป: ยังไม่มี EN หรือ ISO สำหรับกล้องวัดอุณหภูมิ (CEN เพิ่งเปิดงานร่าง prEN 54-34 สำหรับกล้องจับไฟด้วยภาพ เมื่อ ก.ค. 2026) VdS ของเยอรมนีจึงออกแนวทางของตัวเอง คือ VdS 3878 (ข้อกำหนดและการทดสอบกล้อง IR วัดอุณหภูมิ) และ VdS 3189 (การออกแบบติดตั้ง) โดยระบุจุดใช้งานเช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงรีไซเคิล และที่ทิ้งขยะ
ข่าวที่ผู้ผลิตรายหนึ่งได้ listing UL 2684 สำหรับกล้องความร้อนในเดือนตุลาคม 2026 ก็ยังเขียนเองว่า listing ไม่ได้แทนกฎหมายของแต่ละประเทศหรือการอนุมัติของหน่วยงานท้องถิ่น ข้อสรุปสำหรับงานในไทยจึงตรงไปตรงมา กล้องความร้อนยังไม่มีสถานะเป็นหัวตรวจจับตาม วสท. ทางที่ปลอดภัยคือใช้เป็นระบบเตือนล่วงหน้าที่ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ไปดูก่อน คู่กับหัวตรวจจับที่มาตรฐานรองรับ ถ้าจะนับแทนหัวตรวจจับจริง ผู้ออกแบบต้องพิสูจน์ความเทียบเท่าแบบ performance-based และผู้ตรวจต้องยอมรับ
หมายเหตุความแม่นยำ: เลขข้อ NFPA 72 เรื่องกล้องควัน (17.7.8) และกล้องเปลวไฟ (17.8.5) มาจากดัชนีตัวบท ส่วนข้อ 17.12 มาจากสื่อวิชาชีพที่สรุปฉบับ 2025 เรายังไม่ได้เปิดตัวบทเต็ม ก่อนนำไปใส่ในแบบ ให้เปิดตัวบทจาก NFPA โดยตรง และเราไม่ได้ใส่ตัวเลข "กล้องเร็วกว่าหัวเพดานกี่นาที" เพราะยังไม่พบแหล่งที่เชื่อถือได้ที่ใช้เป็นตัวเลขทั่วไปได้ ผลขึ้นกับกล้อง ซอฟต์แวร์ และพื้นที่จริง
กล้องฟิวชัน 3-in-1: สองในสามส่วนมีข้อใน วสท. รองรับแล้ว
กล้องรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งรวมสามอย่างไว้ในตัวเดียว คือ ภาพปกติ ที่วิเคราะห์หาควันและเปลว เซนเซอร์อินฟราเรด ที่จับรังสีจากเปลวไฟ และ กล้องความร้อน ที่เห็นอุณหภูมิผิว เมื่อเทียบกับ วสท. 2567
- ภาพที่ใช้หาควัน อยู่ในข้อ 6.5 (อุปกรณ์ตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ)
- การจับเปลวจากรังสีอินฟราเรด อยู่ในภาค 7 (หัวตรวจจับเปลวเพลิง) และข้อ 7.4 (กล้องจับเปลวไฟด้วยภาพ)
- กล้องความร้อน ไม่มีหมวดในเล่ม แต่เป็นตัวเตือนล่วงหน้าที่เห็นความร้อนสะสมก่อนเกิดควันหรือเปลว ซึ่งหัวตรวจจับทั่วไปไม่เห็น
จุดแข็งของการรวมกันคือการแยกเหตุจริงกับสัญญาณหลอก ของที่เคยหลอกหัวเปลวไฟได้ เช่น ประกายเชื่อมโลหะ หรือแสงที่ถูกใบพัดตัดเป็นจังหวะ (ภาคผนวก ก.2.4) เมื่อมีภาพและอุณหภูมิของจุดเดียวกันมาประกอบ เจ้าหน้าที่หน้าจอแยกได้ในไม่กี่วินาที NFPA 72 ของสหรัฐฯ เรียกอุปกรณ์ที่ประเมินสัญญาณจากหลายเซนเซอร์ร่วมกันว่า multi-criteria detector ส่วนการรอยืนยันสัญญาณซ้ำเรียกว่า alarm verification ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
จุดที่ต้องตั้งให้ถูก: ข้อ 8.6(5) ห้ามตั้งการพิสูจน์สัญญาณ (verification) กับอุปกรณ์ตรวจจับควันชนิดภาพวิดีโอ สัญญาณที่ต่อเข้าตู้แจ้งเหตุจึงควรแจ้งทันทีที่เจอควันหรือเปลวอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ตั้งให้รอครบทุกเซนเซอร์ ส่วนการดูหลายอย่างพร้อมกันใช้บอกระดับความรุนแรงและช่วยการตัดสินใจของคนหน้าจอ และเช่นเดียวกับกล้องทุกชนิด ต้องมีเอกสารรับรองด้านตรวจจับเพลิงไหม้ ต่อแบบตรวจคุมสาย และให้วิศวกรระบุในแบบ
ตาราง: ใช้แทนอะไรได้ อะไรไม่ได้ (แยกตามพื้นที่)
ความหมายของคำในตาราง: ได้ = มีข้อ วสท. รองรับให้นับเป็นหัวตรวจจับ (ข้อบังคับหรือภาคผนวก) เมื่อผ่านเงื่อนไขของข้อนั้นครบ · คู่กับ = ใช้ร่วมกับหัวหลัก ไม่ใช่แทน · เสริม = เพิ่มได้เพื่อเตือนล่วงหน้า แต่ไม่ลดจำนวนหัวที่มาตรฐานกำหนด · ไม่ได้/ไม่ควร = ขัดข้อบังคับ หรือมาตรฐานเขียนว่าไม่ควร
| พื้นที่ | อุปกรณ์หลักตาม วสท. | กล้องควันด้วยภาพ | หัวเปลวไฟ UV/IR · กล้องเปลวไฟ | กล้องความร้อน | อ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|
| ห้องนอน ห้องพัก ทางเดินปิด ทางหนีไฟ บันได | หัวควัน หรือหัวผสมที่มีการตรวจจับควัน (บังคับ) | ไม่ได้ แทน | ไม่ได้ ไม่เหมาะกับพื้นที่ป้องกันชีวิต | ไม่ได้ | 4.1.2 · 6.5.4(1) · 7.1 · ตาราง ก.1 |
| โถงสูง atrium 10.5–25 ม. | ห้ามหัวควันชนิดจุด → ลำแสง หรือ ASD | ได้ ถ้าแสงพอ ไม่มีของบัง มีภาพทับซ้อน ตรวจคุมสาย | เสริม ถ้ามีเชื้อเพลิงให้เปลวเร็ว | เสริม | 6.2.1(1) · 6.3.1 · 6.5.3(1) · ก.4.2 |
| โถงสนามบิน หอประชุมใหญ่ | ชนิดจุด และ ASD หรือกล้อง | คู่กับ หัวชนิดจุด | — | เสริม | ตาราง ก.2 |
| คลังสินค้า | ลำแสง หรือ ASD (ตาราง ก.2 ไม่ได้ใส่กล้อง) | ใช้ได้ตามหลัก 6.5.3 เฉพาะเมื่อไม่มีชั้นวางบังและไม่มีไอเสียรถยกเป็นประจำ | เสริมตามชนิดสินค้า | เสริม | ตาราง ก.2 · 6.5.4(2)(4) |
| ภายนอกและกึ่งเปิด: หลังคาลานขนถ่าย ลานจอดรถบรรทุก สถานีน้ำมัน | หัวชนิดจุดห้ามติดที่ลมแรงเกิน 1.5 ม./วินาที | ได้ ระวังฝน หมอก | ได้ กล้องเปลวไฟ 7.4.1 · หัว UV ใช้ภายนอกได้ | เสริม | 6.2.1(4) · 6.5.3(4) · 7.4.1 · ก.2.4 |
| ลานจอดรถในอาคาร ทางลาด | หัวความร้อนชนิดจุด | ไม่ควร ถ้ามีไอเสียเป็นประจำ | เสริม | เสริม | ตาราง ก.1 · 6.5.4(4) |
| อุโมงค์ อู่จอดรถไฟฟ้า อาคารจอดรถอัตโนมัติ | ASD หรือกล้อง | ได้ | กล้องเปลวไฟ ได้ | เสริม | ก.4.3 · ตาราง ก.2 · 7.4.1 |
| ห้องเก็บของเหลวไวไฟ เชื้อเพลิง แก๊ส | ควัน ความร้อน และเปลวไฟ | ได้ | ได้ ตรงกับหลัก 7.1 (เปลวเร็ว ควันน้อย) · ไฮโดรเจน: กล้องภาพมองไม่เห็นเปลว | เสริม | 7.1 · 7.4 · ตาราง ก.2 |
| ห้องพ่นสี · หน่วยผลิตปิโตรเคมี · งานเชื่อมโลหะ | ความร้อน และเปลวไฟ | ได้ในหน่วยผลิตตามตาราง ก.2 | ได้ · ระวังหัว UV ทำงานกับประกายเชื่อม เลือกชนิดที่แยกแหล่งหลอกได้ | เสริม | ตาราง ก.2 · ก.2.4 · 7.4 |
| ห้องประจุแบตเตอรี่ | ตามผู้ออกแบบ (ตารางไม่มีแถวนี้) | — | กล้องเปลวไฟ ได้ | เสริม เตือนล่วงหน้า | 7.4.1 |
| ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องควบคุม | ชนิดจุด หรือ ASD หรือกล้อง | ได้ | ไม่เหมาะ ไฟมักเริ่มจากการคุ | เสริม | ตาราง ก.2 · 7.1 |
| ครัวประกอบอาหาร ห้องซักอบ | หัวความร้อนชนิดจุดอุณหภูมิสูง | ไม่ควร มีไอน้ำและควันเป็นปกติ | ไม่เหมาะ มีเปลวจากเตาเป็นปกติ | เสริม เฝ้าอุณหภูมิ | ตาราง ก.1 · 6.5.4(4) |
| บ่อขยะ โรงคัดแยก กองวัสดุ | ตามผู้ออกแบบ (ตารางไม่มีแถวนี้) | ไม่ควร ถ้าฝุ่นมาก | กองวัสดุภายนอกใช้หัวเปลวไฟได้ | เสริม ตรงกับจุดใช้งานที่ VdS ระบุ | 6.5.4(5) · ก.2.4 · VdS 3878/3189 |
| พื้นที่ความปลอดภัยสูงที่ห้ามติดกล้อง | — | ไม่ได้ | กล้องเปลวไฟ ไม่ได้ · หัว UV/IR ซึ่งไม่ใช่กล้อง ใช้ได้ | ไม่ได้ | 6.5.4(6) · 7.4.3 |
หมายเหตุความแม่นยำ: คอลัมน์ "อุปกรณ์หลัก" ที่อ้างตาราง ก.1/ก.2 มาจากภาคผนวกซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ ส่วนที่เป็นข้อบังคับคือข้อ 4.1.2, 5.2.4, 6.2.1, 6.3.1, 6.5, ภาค 7 และ 8.6 ตารางนี้เป็นการสรุปของ NVK เพื่อช่วยคุยกับผู้ออกแบบ ไม่ใช่ข้อสรุปแทนการออกแบบของวิศวกร
ผังตัดสินใจ: จะใช้กล้องหรือหัวเปลวไฟแทนได้ไหม
การรับรองอุปกรณ์ และหลักกฎหมายที่ผูกกับ วสท.
คำนำของ วสท. 2567 เขียนไว้ว่ามาตรฐานนี้ครอบคลุมเฉพาะการออกแบบ ติดตั้ง และตรวจสอบ ไม่ครอบคลุมการเลือกอุปกรณ์ ผู้เกี่ยวข้องต้องเลือกอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานสากลรับรอง และ วสท. เองก็ไม่ได้ทำหน้าที่รับรองหรือทดสอบผลิตภัณฑ์ คำถามว่า "กล้องตัวนี้นับเป็นหัวตรวจจับได้ไหม" จึงต้องตอบด้วยเอกสารรับรองด้านตรวจจับเพลิงไหม้ ไม่ใช่แค่เครื่องหมายด้านไฟฟ้าหรือมาตรฐานโรงงานของผู้ผลิต
| ชนิดอุปกรณ์ | สหรัฐฯ (FM / UL) | ยุโรป / อังกฤษ / เยอรมนี |
|---|---|---|
| หัวเปลวไฟ UV, IR, UV/IR, IR หลายช่วงคลื่น | FM 3260 — ความไวคือระยะไกลสุดที่ตอบสนองได้สม่ำเสมอ ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที ทดสอบสัญญาณหลอกกับแสงแดด การเชื่อมไฟฟ้า ฮีตเตอร์ หลอดไฟ | EN 54-10 (หัวเปลวไฟชนิดจุด) · ISO 7240-10 |
| กล้องควันและกล้องเปลวไฟด้วยภาพ | FM 3232 (ม.ค. 2023) — นิยามเป็นกล้องที่จับได้ทั้งควันและเปลวไฟ · UL 2684 | ยังไม่มี EN · VdS 3847 · BRE LPS 1976 (กล้องเปลวไฟ ใช้ EN 54-10 เป็นฐาน) |
| กล้องความร้อน | UL 2684 (ANSI/CAN/UL 2684:2025) · ติดตั้งตาม NFPA 72-2025 ข้อ 17.12 | ยังไม่มี EN/ISO · VdS 3878 และ VdS 3189 |
มีประโยคหนึ่งในมาตรฐาน FM 3232 (ฉบับ ม.ค. 2023 ข้อ 1.2.6) ที่ควรจำไว้ตอนคุยกับลูกค้า คือกล้องตรวจจับเพลิงไหม้ด้วยภาพ "ไม่ได้มีไว้เพื่อแทนที่การป้องกันพื้นที่เปิดแบบมาตรฐานโดยตรง" แต่ให้ความสามารถตรวจจับที่หัวแบบเดิมทำไม่ได้ และต้องระวังเรื่องความไวกับสัญญาณหลอกเป็นพิเศษ แม้แต่มาตรฐานที่ใช้รับรองกล้องเองก็วางกล้องไว้เป็นเครื่องมือสำหรับโจทย์เฉพาะ ไม่ใช่ของแทนทั้งระบบ
ฝั่งกฎหมายไทย กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (กระทรวงแรงงาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 9 มกราคม 2556) ข้อ 9 ให้สถานประกอบกิจการที่มีอาคารตั้งแต่ 2 ชั้น หรือพื้นที่ตั้งแต่ 300 ตารางเมตร ต้องมีระบบแจ้งเหตุทุกชั้น และข้อ 9(5) ให้การติดตั้งระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้เป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือมาตรฐานอื่นที่อธิบดีกำหนด นี่คือจุดที่ทำให้ วสท. มีผลผูกพันกับสถานประกอบการจำนวนมาก ส่วนกฎหมายควบคุมอาคารที่กำหนดว่าอาคารแบบไหนต้องมีระบบ อ่านต่อได้ที่ อาคารและกิจการแบบไหนต้องมีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
เมื่อมาตรฐานถูกผูกด้วยกฎหมาย การ "ใช้แทน" จึงไม่ใช่การตัดสินของผู้ขายหรือผู้ติดตั้ง ผู้ออกแบบต้องระบุชนิดอุปกรณ์ในแบบ อ้างข้อของ วสท. ที่รองรับ แนบหลักฐานการรับรองของอุปกรณ์ แล้ววิศวกรไฟฟ้าหรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมายเป็นผู้รับรองการตรวจสอบตามข้อ 10.1.3
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากตัวบทมาตรฐานและกฎหมาย ณ ตุลาคม 2569 ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย อาคารจริงควรให้วิศวกรผู้ออกแบบและผู้ตรวจสอบพิจารณา
เช็กลิสต์ก่อนเสนอกล้องหรือหัวเปลวไฟในแบบ
- ถามก่อนว่าเป็นพื้นที่ป้องกันชีวิตหรือไม่ ห้องนอน ห้องพัก ทางเดินปิด ทางหนีไฟ บันได ต้องเป็นหัวควัน (ข้อ 4.1.2) กล้องใส่เพิ่มได้แต่ไม่นับแทน
- ระบุชนิดไฟที่น่าจะเกิด ไฟคุใช้กลุ่มตรวจควัน ไฟเปลวเร็วควันน้อยใช้หัวเปลวไฟ
- วัดความสูงเพดาน เกิน 10.50 เมตร ห้ามหัวควันชนิดจุด ทางเลือกตามภาคผนวก ก.4.2 คือหัวลำแสง (ถึง 25.00 เมตร) ASD หรือกล้องจับควัน
- เดินดูสภาพแวดล้อมจริง แสง ไอน้ำ ไอเสียรถยก ฝุ่น ฝน งานเชื่อม และของที่จะมาวางบังในอนาคต เช่น ชั้นวางที่จะต่อเติม
- ขอเอกสารรับรองด้านตรวจจับเพลิงไหม้ เช่น FM 3260, FM 3232, UL 2684, EN 54-10, VdS หรือ LPS ตามชนิด ไม่ใช่แค่ใบรับรองไฟฟ้าหรือมาตรฐานโรงงาน
- ต่อเข้าตู้แบบตรวจคุมสาย ตู้ต้องรู้เมื่อสายขาดหรือกล้องเสีย ถ้าต่อแค่หน้าสัมผัสรีเลย์ ต้องเช็กว่ายังตรวจคุมได้จริง
- วางผังมุมกล้อง ให้เห็นทั้งพื้นที่ ไม่มีจุดบอด มีภาพทับซ้อน และใช้ไฟอินฟราเรดที่มีไฟสำรองถ้าต้องทำงานกลางคืน
- ไม่ตั้ง verification กับกล้องควัน หัวเปลวไฟ และหัวความร้อน (ข้อ 8.6)
- วางแผนทดสอบ ทดสอบด้วยเปลวไฟหรือเปลวจำลองตามข้อ 10.2.1(9) และนัดทำความสะอาดเลนส์เป็นรอบ
- กล้องความร้อนและกล้อง AI ทั่วไป ใส่เป็นระบบเตือนล่วงหน้า ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แต่ไม่ลดจำนวนหัวที่มาตรฐานกำหนด และให้วิศวกรรับรองทั้งระบบ (ข้อ 10.1.3)
สรุป
วสท. 2567 ไม่ได้ปิดประตูกล้อง แต่เปิดให้เฉพาะ "กล้องวงจรปิดที่วิเคราะห์ภาพเพื่อจับควันหรือเปลวไฟ" ในข้อ 6.5 และ 7.4 โดยต้องตรวจคุมสาย เห็นทั้งพื้นที่ มีภาพทับซ้อน และห้ามตั้งการพิสูจน์สัญญาณ หัวเปลวไฟ UV/IR เป็นเครื่องมือป้องกันทรัพย์สินในพื้นที่ที่ไฟลุกเป็นเปลวเร็ว ไม่ใช่ตัวแทนหัวควันในห้องนอนหรือทางหนีไฟ ส่วนกล้องความร้อนยังไม่มีหมวดในเล่มไทย แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มไว้ใน NFPA 72 ฉบับ 2025 แล้ว จึงเหมาะเป็นระบบเตือนล่วงหน้าที่ทำงานคู่กับหัวตรวจจับตามมาตรฐาน คำถาม "ใช้แทนได้ไหม" จึงตอบที่ระดับพื้นที่ ด้วยข้อของมาตรฐาน หลักฐานการรับรองอุปกรณ์ และลายเซ็นของวิศวกร
รวมลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
บทความในคลังความรู้ NVK
- สรุปมาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24 ฉบับใช้งานหน้างาน
- NFPA 72 vs EN 54 (และ ISO 7240): มาตรฐานตัวไหนเทียบกับตัวไหน
- มาตรฐาน EN 54 คืออะไร? รู้จักทุกพาร์ตของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
- IR Flame Detection Technology
- AI Video Analytics 2026: กล้องทำอะไรได้มากกว่าบันทึกภาพ
- Fire Alarm ไร้สายสำหรับโกดังและคลังสินค้า
- หน่วงสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้นานเท่าไร? เพดานเวลาตาม NFPA 72 และ EN 54
- อาคารและกิจการแบบไหนต้องมีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
แหล่งอ้างอิงทางการ
- วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) — มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24 พ.ศ. 2567 (ข้อ 4.1.2, 5.2.4, 6.2.1, 6.3.1, 6.5, ภาค 7, 8.6, 10.1.3, 10.2.1 และภาคผนวก ก)
- ราชกิจจานุเบกษา — กฎกระทรวงการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (เล่ม 130 ตอน 2 ก, 9 ม.ค. 2556)
- NFPA 72 National Fire Alarm and Signaling Code (หน้าทางการของ NFPA)
- CSE Magazine — What you need to know about the 2025 edition of NFPA 72 (ข้อ 17.12)
- FM Approvals — Class 3260 Radiant Energy-Sensing Fire Detectors
- FM Approvals — Class 3232 Video Image Fire Detectors (ม.ค. 2023)
- Standards Council of Canada — ANSI/CAN/UL 2684:2025 Video and Thermal Image Detectors for Fire Alarm Systems
- CFPA Europe / VdS — แนวทาง VdS 3878 สำหรับกล้อง IR ในงานป้องกันอัคคีภัย (1 เม.ย. 2022)
- BRE — LPS 1976 มาตรฐานทดสอบกล้องตรวจจับเปลวไฟ (9 พ.ค. 2024)
สินค้าและทีมงาน NVK
- Fire Safety ที่เลือกได้ตามสถานที่ — ระบบตรวจจับและแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ NVK ดูแล
- อยากให้ทีม NVK ช่วยดูว่าพื้นที่ของคุณควรใช้หัวแบบไหน หรือกล้องจะช่วยได้ตรงไหน ทักมาคุยได้ที่ LINE @nvkinter




