หน้าแรก›บทความ›เทคนิค & สินค้าใหม่
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่

มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. ฉบับ 2561 กับ 2567 ต่างกันอย่างไร? สรุปทุกจุดที่เปลี่ยน รายภาค

2026-10-05·อ่าน 37 นาที

สเปกและ TOR งานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้หลายโครงการในวันนี้ยังเขียนว่า “ออกแบบตามมาตรฐาน วสท. ฉบับ 2561” หรืออ้างตัวเลขจากไฟล์ร่างที่ส่งต่อกันมาหลายปี ทั้งที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) ประกาศใช้ฉบับใหม่ วสท. 021002-24 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567

เราเปิดเทียบสองเล่มทีละข้อ ครบทั้ง 10 ภาคและภาคผนวกทุกส่วน แล้วสรุปไว้ในบทความนี้ว่าอะไรเปลี่ยน อะไรเพิ่ม อะไรถูกตัด แต่ละจุดกระทบงานออกแบบ ติดตั้ง และตรวจรับอย่างไร ท้ายบทความมีรายการค่าที่ไม่เปลี่ยน และเช็กลิสต์สำหรับปรับสเปกเดิมให้ตรงฉบับใหม่

สรุปสั้นที่สุด:
• ตรวจรับ — สัญญาณจากหัวตรวจจับถึงตู้ควบคุมผ่อนจาก 6 เป็น 10 วินาที (ข้อ 10.2.1(7)) · ผู้รับรองการตรวจสอบเปลี่ยนเป็น “วิศวกรไฟฟ้า หรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมาย”
• ทำงานร่วมกับระบบอื่น — flow switch ของสปริงเกอร์ต้องเป็นสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ · ประตู access control ต้องปลดล็อกเมื่อเข้าขั้นอพยพ · หัวตรวจจับควันในท่อลมต้องติดทุกกรณี
• สายไฟ — สายทนไฟต้องผ่านครบ 3 คุณสมบัติ: ทนไฟ มอก. 2755, ก๊าซกรด มอก. 2757 และควัน มอก. 2758 (หรือ IEC ที่เทียบกัน) · แรงดันตกไม่เกิน 5% · ช่องเดินสายใช้สีส้ม “FA” เท่านั้น
• หัวควัน — ระยะห่าง 9.10 ม. ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. · ส่วนตรวจจับต้องอยู่ต่ำจากเพดานไม่เกิน 600 มม. · ห่างหัวจ่ายลมอย่างน้อย 1 ม.
• หัวความร้อน — ชนิดอุณหภูมิคงที่ติดได้ถึงเพดาน 9.10 ม. (เดิม 7.50 ม.) · เพดานลาดคิดระยะตามความสูงยอดจั่ว ไม่แบ่งที่มุม 30° แล้ว
• ห้องศูนย์สั่งการดับเพลิง — อย่างน้อย 16 ตร.ม. (เดิม 9 ตร.ม.) และต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอดเวลา
• ของใหม่ — ข้อ 7.4 หัวตรวจจับเปลวเพลิงจากภาพวิดีโอ · ห้องนอนผู้พิการต้องมีไฟกะพริบหรืออุปกรณ์สั่นใต้หมอน · กำหนดจุดติดตั้งโทรศัพท์ฉุกเฉิน
• ไม่เปลี่ยน — โซน 30 ม./1,000 ตร.ม. · isolator ทุก 250 ชุด · แบตเตอรี่ 24 ชม. + 15 นาที · ปุ่มแจ้งเหตุสูง 1.00–1.30 ม. · เสียง 65–110 dB(A) · ตารางความเข้มแสงทุกแถว

บทความนี้สรุปจากการเปิดเทียบตัวเล่มทั้งสองฉบับ ไม่ใช่เอกสารทางการของ วสท. และไม่ได้คัดลอกตัวบท เลขข้อในวงเล็บเป็นเลขข้อในเล่มฉบับ 2567 ก่อนอ้างในงานจริงให้เปิดข้อนั้นในเล่มยืนยันอีกครั้ง

1. “ฉบับ 2561” กับ “ฉบับ 2567” คือเล่มไหน

ก่อนเทียบต้องเคลียร์ก่อนว่าเรากำลังพูดถึงเล่มไหน เพราะมาตรฐานเล่มนี้เปลี่ยนรหัสระหว่างทาง และไฟล์ที่วงการเรียกว่า “ฉบับ 61” จริง ๆ แล้วเป็นฉบับร่าง

พ.ศ. 2549 ปรับปรุงครั้งที่ 1 รหัสชุดเดิม วสท. 02-2002 ก.ค. 2561 ร่างเทคนิคพิจารณ์ V.3-2017 · “ฉบับ 61” พ.ศ. 2562 ปรับปรุงครั้งที่ 2 วสท. 021002-19 1 พ.ค. 2567 ปรับปรุงครั้งที่ 3 วสท. 021002-24 · ฉบับปัจจุบัน บทความนี้เทียบสองจุดนี้ (ผลต่างสะสม รวมการแก้ในฉบับ 2562)
รูปที่ 1 · ลำดับฉบับของมาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. ปีของฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 อ้างตามหน้าบรรณานุกรมของฉบับ 2567 (ร่าง 2561 ระบุว่าพิมพ์ ต.ค. 2551)
ฉบับสถานะรายละเอียดที่ควรรู้
ร่าง วสท. 02-2002 V.3-2017ร่างสำหรับเทคนิคพิจารณ์ 20 ก.ค. 2561ไฟล์ที่ส่งต่อกันในวงการ ใช้เลขหน้าแยกรายภาค เช่น “6-3” และไม่เคยประกาศใช้ในรูปร่างนี้
วสท. 021002-19ประกาศใช้ พ.ศ. 2562ฉบับทางการที่ออกตามร่างข้างบน
วสท. 021002-24ประกาศใช้ 1 พ.ค. 2567 · พิมพ์ครั้งที่ 2 มี.ค. 2569214 หน้า ISBN 978-616-396-134-1 (พิมพ์ครั้งที่ 2) ใช้เลขหน้าต่อเนื่องทั้งเล่ม และเปลี่ยนตัวอักษรภาคผนวกบางตัว

รหัส 021002-24 อ่านได้ว่า 02 = สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า · 1 = เลขกรอบมาตรฐาน · 002 = ลำดับมาตรฐานในสาขา · 24 = ปี ค.ศ. 2024 ที่จัดทำหรือปรับปรุง (ร่าง 2561 อธิบายเลข 02 ว่าเป็นสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย ฉบับ 2567 แก้เป็นสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า)

ข้อควรรู้เรื่องการเทียบ: ระหว่างร่าง 2561 กับฉบับ 2567 มีฉบับ 2562 คั่นอยู่ สิ่งที่บทความนี้สรุปจึงเป็น “ผลต่างสะสม” บางจุดอาจแก้ไปตั้งแต่ฉบับ 2562 แล้ว เล่ม 2567 พิมพ์แถบเส้นตั้งที่ขอบกระดาษกำกับย่อหน้าที่แก้ จุดใหญ่เกือบทุกจุดในบทความนี้มีแถบกำกับ ซึ่งบอกว่าเพิ่งเปลี่ยนในรอบ 2567 แต่แถบไม่ได้มีครบทุกจุด จึงใช้แทนการเปิดเล่มยืนยันไม่ได้

อีกเรื่องที่ต้องจำ: ภาคผนวกทุกภาคเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อบังคับ ทั้งสองฉบับเขียนไว้ชัด ดังนั้นเนื้อหาที่ถูกย้ายจากตัวมาตรฐานไปภาคผนวก ก็เท่ากับลดสถานะจากข้อบังคับเป็นข้อแนะนำ

2. ภาพรวม: โครงเล่มเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนคือเงื่อนไข

ฉบับ 2567 ยังเป็น 10 ภาคและภาคผนวก ก–ญ เหมือนร่าง 2561 ในระดับสารบัญมีหัวข้อใหม่หัวข้อเดียว คือ 7.4 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ ส่วนหัวข้อหัวตรวจจับควันจากภาพวิดีโอ (6.5) มีอยู่แล้วตั้งแต่ร่าง 2561 นิยามในภาคที่ 1 ยังมี 36 ข้อเท่าเดิม

ตัวเลขหลักที่ผู้ออกแบบใช้ทุกวันแทบไม่ขยับ สิ่งที่เปลี่ยนจริงคือเงื่อนไขว่าอะไรต้องติด ติดที่ไหน ใช้สายอะไร และใครเป็นผู้รับรอง

ภาคระดับการเปลี่ยนเรื่องหลักที่เปลี่ยน
1 ทั่วไปกลางห้องศูนย์สั่งการ 16 ตร.ม. · นิยาม ELV · ขอบเขตครอบคลุมระบบเครือข่าย
2 ความต้องการทั่วไปสูงflow switch · access control · ระบบประกาศและโทรศัพท์ฉุกเฉิน · สถานประกอบการ
3 การแบ่งโซนต่ำตัวเลขเท่าเดิมทั้งหมด · ห้องบันไดหนีไฟต้องเป็นโซนเดียว
4 ตำแหน่งติดตั้งกลางหัวในท่อลม · ประตูรั้ง · ช่องเหนือฝ้า · ยอมรับหัวแบบผสม
5 หัวความร้อนสูงเพดานสูงสุด · เพดานลาด · ตงและคาน
6 หัวควันสูงระยะ 9.10 ม. ถึงเพดาน 10.50 ม. · ระยะต่ำจากเพดาน · คานลึก · เกณฑ์ใช้กล้องตรวจจับควัน
7 หัวเปลวเพลิงกลางข้อ 7.4 ใหม่ · ระบุว่าไม่เหมาะกับพื้นที่ป้องกันชีวิต
8 ข้อกำหนดการติดตั้งสูงสายทนไฟ มอก. 3 ข้อ · แรงดันตก 5% · สีส้ม “FA” · ระยะห่างปุ่มแจ้งเหตุ
9 อุปกรณ์แจ้งสัญญาณกลางเกณฑ์ความดังและวิธีวัด · ห้องนอนผู้พิการ
10 ปฏิบัติการตรวจสอบสูงเวลาตอบสนอง 10 วินาที · ผู้รับรองการตรวจสอบ
ภาคผนวกกลางรหัสสีช่องเดินสาย · ทดสอบค่าความเป็นฉนวน · สัญลักษณ์สายทนไฟ

3. ภาคที่ 1 ทั่วไป: นิยามและขอบเขต

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
1.2 การใช้งานเน้นระบบตรวจจับอัตโนมัติและอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือระบุชัดว่ารวมอุปกรณ์แจ้งสัญญาณ แผงควบคุม แผงแสดงผล และสื่อกลางการเชื่อมต่อสัญญาณ ทั้งระบบเดี่ยวและระบบที่ต่อเป็นเครือข่ายระบบหลายแผงและเส้นทางสื่อสารระหว่างแผงต้องผ่านข้อกำหนดติดตั้งและตรวจสอบเหมือนส่วนอื่น
1.3.4 ช่องทางเดินนิยามรวมความกว้างไม่เกิน 3.60 ม.ตัดความกว้างออกจากนิยาม และไม่นับโถงลิฟต์ ส่วนเกณฑ์ 3.6 ม. ย้ายไปอยู่ในข้อระยะห่าง (5.2.2, 6.2.2)ทางเดินที่กว้างเกิน 3.6 ม. ใช้ระยะห่างหัวแบบพื้นที่ปกติ
1.3.7 ตู้ตู้ที่ประกอบเป็นส่วนของอาคารตู้ที่สร้างถาวรและเคลื่อนย้ายไม่ได้เกณฑ์ตู้ในข้อ 4.2.3 และข้อยกเว้นใน 4.3 ใช้กับตู้บิลต์อินเท่านั้น
1.3.23 ไฟฟ้าแรงดันต่ำพิเศษ (ELV)แรงดันไม่เกิน 50 Vกระแสสลับไม่เกิน 50 V หรือกระแสตรง (ไม่มีริ้วคลื่น) ไม่เกิน 120 Vวงจร DC 50–120 V กลายเป็น ELV มีผลกับข้อยกเว้นในพื้นที่ปิดที่มีบริภัณฑ์ไฟฟ้า (4.2.2.1)
1.3.24 ศูนย์สั่งการดับเพลิงอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อยู่ชั้นพื้นดิน พื้นที่อย่างน้อย 9 ตร.ม.เพิ่มอาคารชุมนุมคนและอาคารสาธารณะ · อยู่ชั้นพื้นดิน หรือสูง/ต่ำกว่าได้ 1 ชั้นถ้ามีประตูเข้าบันไดหนีไฟโดยตรง · อย่างน้อย 16 ตร.ม. · ควรอยู่ใกล้ลิฟต์ดับเพลิง · ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำห้องตลอดเวลาห้องที่ออกแบบไว้ 9–15 ตร.ม. ไม่ผ่าน และเจ้าของอาคารต้องวางแผนจัดคนประจำห้อง

4. ภาคที่ 2 ความต้องการทั่วไป

ภาคนี้เปลี่ยนมากที่สุดในเชิงงานระบบ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับระบบอื่นในข้อ 2.5 ซึ่งกระทบการตั้งโปรแกรมแผงโดยตรง

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
2.1.1(9) ขอบเขต—เพิ่มสถานประกอบการตั้งแต่ 2 ชั้น หรือมีพื้นที่ประกอบกิจการตั้งแต่ 300 ตร.ม.สถานประกอบการที่เล็กกว่า “อาคารขนาดเล็ก” เข้าข่ายด้วย แต่ข้อ 2.3 ไม่ได้กำหนดชุดอุปกรณ์เฉพาะ ผู้ออกแบบต้องจัดเข้าประเภทตามขนาดเอง
2.2.5 การหน่วงเวลาเพดานหน่วงรวม 10 นาทีอยู่ในหมายเหตุย้ายขึ้นเป็นเนื้อความ ค่า 10 นาทีเท่าเดิมมีสถานะเป็นข้อบังคับชัดเจน
2.3.1 บ้านและอาคารที่เล็กกว่าอาคารขนาดเล็กใช้หัวควันแบบมีเสียงในตัวได้ แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างน้อย 1 ปี ใช้กับทุกการใช้งานเฉพาะอาคารที่อยู่อาศัย ให้ “ควรพิจารณา” มีระบบ · ไม่กำหนดอายุแบตเตอรี่แล้ว · เตือนแบตใกล้หมดต้องเป็นเสียงสเปกอายุแบตเตอรี่ต้องไปอ้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์แทน
2.3.2 หมายเหตุอาคารขนาดเล็กชั้นเดียวที่โล่งมองเห็นทั่ว อาจยกเว้นหัวตรวจจับอัตโนมัติเฉพาะอาคารที่ไม่ได้ใช้อยู่อาศัย และต้องมองเห็นทั่วจากทางเข้า-ออกข้อยกเว้นแคบลง อาคารที่มีคนพักใช้ไม่ได้
2.3.5.1 ระบบประกาศฉุกเฉินอาคารที่มีผู้ใช้ตั้งแต่ 300 คนเพิ่ม: ต้องมีระบบประกาศในที่จอดรถของอาคารรวม เช่น ศูนย์การค้า (ยกเว้นอาคารจอดรถแยก) · เสียงประกาศกับเสียงเตือนห้ามซ้อนกันในพื้นที่เดียวกัน · ถ้าใช้ลำโพงอย่างเดียว ห้ามติดอุปกรณ์แจ้งสัญญาณชนิดอื่นปนต้องเดินลำโพงถึงชั้นจอดรถ และตั้งลำดับเสียงเตือนกับเสียงประกาศใน EVAC
2.3.5.2 โทรศัพท์ฉุกเฉินไม่ระบุจุดติดตั้ง · intercom ใช้กับผู้ติดในบันไดหนีไฟหรือพื้นที่หลบภัยกำหนดจุดบังคับ: พื้นที่ป้องกัน ห้องปลอดควันหน้าลิฟต์ ห้องเครื่องลิฟต์ ห้องเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และพื้นที่หลบภัยชั่วคราว · intercom เหลือเฉพาะพื้นที่หลบภัยจำนวนจุดโทรศัพท์ใน BOQ เพิ่มขึ้น
รูปที่ 2.5หัวควันหน้าลิฟต์ดับเพลิงห่างประตูได้ถึง 6.40 ม. (ในรูป)ไม่เกิน 1.5 ม. ทั้งหน้าลิฟต์และหน้าบันไดแก้ให้ตรงกับภาคที่ 4 ใครวางหัวตามรูปเดิมต้องขยับเข้าใกล้ประตู
2.5.1 ระบบระบายควันสั่งพัดลมระบายควันที่หลังคาทั้งพัดลมที่อยู่ในอาคารและบนหลังคาจุด interlock เพิ่ม เช่น พัดลมที่จอดรถใต้ดิน
2.5.4 ลิฟต์ลิฟต์ลงมาจอดชั้นล่างชั้นล่างหรือชั้นที่ปลอดภัยรองรับการเรียกลิฟต์ไปชั้นสำรองเมื่อชั้นล่างเป็นชั้นเกิดเหตุ
2.5.5 สปริงเกอร์flow switch อยู่ในกลุ่มสัญญาณตรวจคุม (supervisory) ที่แจ้งที่แผงflow switch ต้องส่งเป็นสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (fire alarm) ส่วนสวิตช์แรงดันน้ำและสวิตช์วาล์วยังเป็น supervisoryต้องตั้งโปรแกรม monitor module ของ flow switch เป็นอินพุตเพลิงไหม้ ซึ่งจะเริ่มลำดับแจ้งเหตุและ interlock ทั้งหมด
2.5.7 Access controlแผงต้อง “สามารถ” ปลดล็อกประตูเพื่อให้คนในพื้นที่ออกมาได้เมื่อเข้าขั้นอพยพต้องปลดล็อก ให้คนในพื้นที่ออก และให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าได้อิสระ โดยระบบควบคุมประตูยังแจ้งบุกรุกตามปกติต้องปลดล็อกทั้งสองทิศ ไม่ใช่แค่ฝั่งออก

5. ภาคที่ 3–4 การแบ่งโซนและตำแหน่งติดตั้ง

ภาคที่ 3 ไม่มีตัวเลขเปลี่ยนแม้แต่ค่าเดียว ส่วนภาคที่ 4 เปลี่ยนเงื่อนไขการติดตั้งหลายจุด

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
3.2(5)อาคารเกิน 500 ตร.ม. และสูงเกิน 3 ชั้น ต้องแบ่งอย่างน้อยชั้นละโซนเพิ่มว่าทุกโซนยังต้องผ่านเกณฑ์ข้อ 3.2(1)(2)ชั้นใหญ่ต้องแบ่งหลายโซน ให้ระยะค้นหาไม่เกิน 30 ม. และพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม.
3.2(8)—ห้องบันไดหนีไฟ: หัวควันทุกชั้นและสวิตช์แจ้งเหตุในห้องบันได ต้องอยู่โซนเดียวกันห้องบันไดเป็นโซนแนวดิ่ง ห้ามแบ่งตามชั้น
3.3 ระบบสามัญ—ระบุว่าวงจรแจ้งสัญญาณต้องเป็นสายทนไฟ ส่วนวงจรตรวจจับใช้สายทั่วไปได้ย้ำข้อ 8.11 ให้ชัดสำหรับระบบสามัญ
3.5(3)ตัวอย่างพื้นที่แจ้งสัญญาณขั้นตอนเดียว คือ พื้นที่สาธารณะเพิ่มสถานศึกษาโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องให้อุปกรณ์แจ้งสัญญาณดังพร้อมกันทุกวงจร
4.1.2 พื้นที่ป้องกันชีวิตต้องใช้หัวตรวจจับควัน “เท่านั้น”หัวควัน หรือหัวแบบผสมที่มีการตรวจจับควันด้วยใช้หัว multi-sensor ในห้องนอนและทางหนีไฟได้ ช่วยลดสัญญาณหลอก
4.1.3(3)หัวต้องมองเห็นได้จากทางเข้าพื้นที่มองเห็นได้ภายในพื้นที่วางตำแหน่งตามระยะห่างและทิศลมได้อิสระขึ้น
4.2.1 หัวควันในท่อลมยกเว้นได้ถ้าพื้นที่มีหัวควันต่อเข้าระบบแจ้งเหตุอยู่แล้วตัดข้อยกเว้น ต้องติดทุกกรณี · ถ้าไม่มีท่อลมกลับ ให้ติดที่เครื่องส่งลมเย็นทุกชุดหรือทุกโซนจำนวนจุดและงานประสานกับผู้รับเหมาระบบปรับอากาศเพิ่มขึ้น
4.2.2 พื้นที่ปิดพื้นที่ปิดทุกแห่งถือเป็นพื้นที่ป้องกันบังคับเฉพาะพื้นที่ปิดที่เป็นพื้นที่ป้องกัน และช่องเข้า 600×600 มม. ต้องเข้าไปตรวจและบำรุงรักษาได้สะดวกผู้ออกแบบต้องระบุให้ชัดว่าพื้นที่เหนือฝ้าหรือใต้พื้นยกใดเป็นพื้นที่ป้องกัน
4.2.3 ตู้ใหญ่กว่า 2 ตร.ม. ที่เดินเข้าได้ หรือ เก็บวัสดุติดไฟได้ ต้องติดหัวต้องครบทั้งใหญ่กว่า 2 ตร.ม. เดินเข้าได้ และ เก็บวัสดุติดไฟได้ และใช้หัวชนิดที่เหมาะสมขอบเขตแคบลง
4.2.6 ประตูรั้ง (door holder)หัวควัน 1 ชุดและสวิตช์ปลดรั้ง 1 ชุด ด้านพื้นที่ป้องกันไม่ต้องมีสวิตช์ปลดรั้งแล้ว · ถ้าสองฝั่งเป็นพื้นที่ป้องกัน ต้องติดหัวทั้งสองด้าน · หัวต้องส่งสัญญาณเข้าแผงควบคุมใช้หัวแบบสแตนด์อโลนที่สั่งแค่รีเลย์ประตูไม่ได้แล้ว
4.2.13 ช่องเหนือฝ้าลึก 800 มม. ขึ้นไปต้องติด · ตื้นกว่า 800 มม. ไม่ต้องติดถ้าไม่เอื้อต่อการลามข้ามผนังลึก 800 มม. ขึ้นไปต้องติดแม้ปิดล้อมแยกแล้ว · ตื้นกว่า 800 มม. ต้องติด เว้นแต่ปิดล้อมแยกและไม่เอื้อต่อการลามช่องเหนือฝ้าที่ต่อเนื่องข้ามผนังกั้นห้องต้องมีหัวตรวจจับ

6. ภาคที่ 5 อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน

ค่าในตารางที่ 5.1 (ตัวคูณลดระยะตามความสูงเพดาน 11 แถว) เท่าเดิมทุกแถว ที่เปลี่ยนคือวิธีใช้ตาราง

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
5.2.1(1) เพดานสูงสุดชนิดอุณหภูมิคงที่ไม่เกิน 7.50 ม. · ชนิดอัตราการเพิ่มอุณหภูมิ (ROR) ไม่เกิน 9.10 ม.ทุกชนิดติดได้ถึง 9.10 ม. โดยลดระยะห่างตามตาราง 5.1ใช้หัวอุณหภูมิคงที่บนเพดาน 7.5–9.1 ม. ได้ (ระยะห่างราว 3.09–4.19 ม.)
5.2.2 เพดานราบตัวอย่างหลักที่เพดาน 3.0–3.7 ม.: ระยะห่าง 8.28 ม. ห่างผนัง 4.14 ม. รัศมี 5.80 ม.ฐานที่เพดานไม่เกิน 3.0 ม.: ระยะห่าง 9.1 ม. ห่างผนัง 4.5 ม. รัศมี 6.3 ม. · ทางเดิน 12/6 ม. ต้องลดระยะตามตาราง 5.1 ถ้าเพดานเกิน 3 ม.ค่าที่ใช้ได้จริงเท่าเดิม แต่ตัวเลขฐานที่ยกไปใช้เปลี่ยน
หมายเหตุตาราง 5.1ใช้กับหัวชนิดจุดแบบ RORใช้กับหัวชนิดจุดแบบอุณหภูมิคงที่ แบบผสม และแบบชดเชยอัตรา (rate-compensated) · ชนิดเส้นและแบบ ROR อย่างเดียวให้ใช้ระยะตามผู้ผลิตถ้อยคำเรื่อง ROR อ่านได้สองทาง ถ้าจะใช้ ROR บนเพดานสูงเกิน 3 ม. ให้ยึดค่าผู้ผลิต
5.2.3(4) เพดานลาดแบ่งที่มุม 30° ใช้สูตรระยะตามแนวลาด (เช่น 9.56 ม.) และ s÷cos θวัดระยะในแนวระดับทุกมุมลาด และเลือกค่าจากตาราง 5.1 ตามความสูงยอดจั่ว · แถวใกล้ยอดห่างยอด 0.5–1.5 ม. · แถวสุดท้ายห่างผนัง 100 มม. ถึง ½sสูตรเดิมย้ายไปภาคผนวก ข.7 ซึ่งเป็นข้อมูลเท่านั้น ผู้ตรวจจึงไม่ควรอ้างสูตรนั้นเป็นข้อบังคับ
5.2.6(2) ตงถี่ (ห่างไม่เกิน 1.0 ม.)ใช้ ½S โดยไม่แยกทิศ½s เฉพาะแนวตั้งฉากกับตง แนวขนานใช้ s เต็มจำนวนหัวบนเพดานตงถี่ลดลงได้มาก
5.2.6(3) คานห่างเกิน 1.0 ม.ติดทั้งใต้คานและเพดาน ลดระยะแนวตั้งฉากเหลือ 2/3ติดใต้คานหรือเพดาน · 2/3 s แนวตั้งฉาก · s แนวขนานไม่ต้องติดสองระดับพร้อมกัน
5.2.6(5) คานลึกลึกมากกว่า 300 มม. ห่างมากกว่า 2.40 ม.ลึกตั้งแต่ 300 มม. ห่างตั้งแต่ 2.40 ม. · ต้องติดทุกช่องคาน หรือใต้คานทุกคานข้ามช่องคานโดยอ้างระยะห่างไม่ได้
5.3.2 ชนิดเส้นกำหนดเฉพาะเพดานไม่เกิน 3 ม.ความสูงอื่นให้ใช้ค่าผู้ผลิตต้องแนบเอกสารผู้ผลิตประกอบแบบ
รูป 5.8 หลังคาพิเศษอยู่ในตัวมาตรฐาน (ฟันเลื่อย ช่องแสง สันระบายอากาศ)ย้ายไปภาคผนวก ข.8 (รูป ข.9) ตัวเลขเท่าเดิมสถานะเปลี่ยนจากข้อบังคับเป็นข้อแนะนำ

7. ภาคที่ 6 อุปกรณ์ตรวจจับควัน

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
6.2.2(1) ระยะห่างบนเพดานราบระยะ 9.10 ม. (82.8 ตร.ม.) ระบุไว้สำหรับเพดานไม่เกิน 3.00 ม.ระยะ 9.10 ม. ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. รัศมี 6.30 ม. ห่างผนัง 4.50 ม.ไม่ต้องลดระยะหัวควันตามความสูงเหมือนหัวความร้อน ปิดช่องว่างของร่างเดิมที่ไม่มีค่าสำหรับเพดาน 3–10.5 ม.
6.2.2(2) ทางเดินระยะ 12/6 ม. ที่เพดานไม่เกิน 3.0 ม.ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. · ทางเดินกว้างเกิน 3.6 ม. ใช้ระยะ 9.10 ม.—
6.2.1(2) + ตาราง 6.1ระยะต่ำจากเพดานกำหนดเป็น “ไม่น้อยกว่า” ตามความสูงวัดถึงส่วนตรวจจับ และต้องอยู่ในช่วง “ค่าต่ำสุด–600 มม.” ทุกความสูงถึง 10.50 ม. ทั้งหัวควันชนิดจุดและหัวตรวจก๊าซ COห้อยหัวต่ำจากเพดานเกิน 600 มม. ไม่ได้ ค่าต่ำสุดเท่าเดิมทุกแถว (CO มีอยู่แล้วตั้งแต่ร่าง 2561)
6.2.3 เพดานลาดแบ่งที่มุม 30° คิดระยะตามแนวลาด (9.10/cos 30° = 10.50 ม.)ใช้ 9.10 ม. ในแนวระดับทุกความชัน · ยอดจั่วสูงไม่เกิน 10.50 ม. · แถวสุดท้ายห่างผนังไม่เกิน 4.5 ม.ระวังสับสน: “10.50” ในร่างคือระยะตามแนวลาด แต่ในฉบับใหม่คือความสูงยอดจั่ว
6.2.5 ช่องลมปรับอากาศห่างหัวจ่ายลมหรือช่องลมกลับอย่างน้อย 910 มม.อย่างน้อย 1 ม.หัวที่วางห่าง 0.91–0.99 ม. ตามแบบเดิมไม่ผ่าน ต้องเช็กแบบฝ้าใหม่
6.2.6(2)(ก) คานลึกคานลึก 0.1h ขึ้นไป ห่างกัน 0.4h ขึ้นไป ให้ติดที่เพดานระหว่างคานต้องติดระหว่างคานทุกคานในแนวตั้งฉาก แนวขนานใช้ sจำนวนหัวในอาคารที่มีคานลึกเพิ่มขึ้นมาก
6.2.6(3) ทางเดินมีคานขวางกว้างไม่เกิน 4.6 ม. ใช้ระยะเพดานราบกว้างไม่เกิน 3.6 ม. ใช้ระยะทางเดิน 12 ม. · กว้างกว่านั้นใช้ 9.10 ม.เกณฑ์ทางเดินตรงกับข้อ 6.2.2
6.3.1(3) หัวลำแสง (beam)ต่ำจากเพดาน 300–750 มม. ตายตัวทุกความสูงตามตาราง 6.1 (300 มม. ที่เพดานไม่เกิน 8 ม. ไล่ถึง 750 มม. ที่ 25 ม.) · ติดลำแสงเสริมระดับต่ำลงมาได้ · ดูขีดจำกัดของผู้ผลิตประกอบรองรับการติดหลายระดับเพื่อแก้ปัญหาควันลอยไม่ถึงเพดานในโถงสูง · รูป 6.12 แก้ระยะจาก 18.00 เป็น 14.00 ม. ให้ตรงกับข้อความ
6.4.2 ท่อหัวสุ่มตัวอย่างอากาศ (ASD)ท่อสีขาวคาดแดงหรือส้ม หรือเขียน “แจ้งเหตุเพลิงไหม้” ทุก 2 ม.ท่อชนิดอื่นตามผู้ผลิตได้ · ทำเครื่องหมาย “ASD” บนท่อทุกสีทุก 2 ม. (แถบกว้าง 25 มม. ตัวอักษรสูง 10 มม.)แก้สเปกฉลากท่อ
6.5.3 / 6.5.4 กล้องตรวจจับควัน (VSD)มีหัวข้อแล้ว แต่ไม่บอกว่าพื้นที่ไหนใช้หรือไม่ควรใช้ใช้ได้: โถงสูง พื้นที่ระบายอากาศสูง จุดเสี่ยงเฉพาะ ภายนอกอาคาร · ไม่ควรใช้: มีไอน้ำ ไอเสียรถยก ฝุ่น ฝน แสงไม่พอหรือจ้าเกิน หรือพื้นที่ห้ามติดกล้อง · ถ้าใช้ไฟอินฟราเรดช่วย ไฟต้องมีแหล่งจ่ายที่กันไฟดับใช้เป็นเกณฑ์คัดว่าโครงการไหนเสนอ VSD ได้

8. ภาคที่ 7 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวเพลิง

ข้อ 7.1 เขียนใหม่ทั้งข้อ บอกตรง ๆ ว่าหัวตรวจจับเปลวเพลิงเป็นอุปกรณ์ป้องกันทรัพย์สิน ตรวจไฟคุหรือไฟที่ลุกช้าไม่ได้ จึง “ไม่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ป้องกันชีวิต” และพื้นที่ตรวจจับต้องอยู่ในแนวสายตาของหัวตลอดเวลา

หัวข้อใหม่ 7.4 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ (ร่าง 2561 มีแค่ชื่อชนิดนี้ในภาคผนวก ก) กำหนดไว้ดังนี้

9. ภาคที่ 8 ข้อกำหนดการติดตั้ง

ภาคนี้กระทบผู้ติดตั้งและการตรวจรับมากที่สุด โดยเฉพาะสายทนไฟและการทำเครื่องหมาย

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
8.11.2.4 สายทนไฟดูภาคผนวก ค ซึ่งให้ผ่านมาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น IEC 60331, BS 6387, AS 3013 และทนไฟ 750 °C นาน 2 ชม.เขียนในตัวมาตรฐาน: ต้องผ่านครบทั้งสาม คือ ทนไฟ (มอก. 2755 หรือ IEC 60331) + ก๊าซกรด (มอก. 2757 หรือ IEC 60754-1/-2) + ควัน (มอก. 2758 หรือ IEC 61034-2)สายที่มีใบรับรองทนไฟอย่างเดียว เช่น BS 6387 อาจไม่ผ่านตามตัวอักษร ต้องขอผลทดสอบก๊าซกรดและควันประกอบ
8.11.2.2 แรงดันตกแรงดันตกหรือความต้านทานลูปไม่เกินค่าที่ผู้ผลิตกำหนดไม่เกินร้อยละ 5วงจรยาวอาจต้องเพิ่มขนาดสายหรือเพิ่มชุดจ่ายไฟ
8.11.2.1 ขนาดสายไม่เล็กกว่า 1.5 ตร.มม.สายวงจร 1.5 ตร.มม. เท่าเดิม · สายไฟฟ้ากำลังไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม.สายป้อนไฟเข้าแผงและชุดจ่ายไฟเสริมต้องใหญ่ขึ้น
8.11.3.2 ช่องเดินสายสีเหลืองหรือส้ม แถบกว้าง 25 มม. ทุก 2 ม.สีส้มเท่านั้น แถบกว้าง 30 มม. ทุก 3 ม.สีเหลืองถูกกำหนดให้เป็นไฟฟ้าฉุกเฉินตามตารางรหัสสีในภาคผนวก ค.11 งานที่คาดเหลืองตามร่างเดิมจะไม่ผ่าน
8.11.5(2) กล่องต่อสายทาสีเหลืองหรือส้ม หรือ เขียน “แจ้งเหตุเพลิงไหม้” สูง 10 มม.ทาสีส้ม และ เขียน “FA” สูงอย่างน้อย 20 มม.ต้องทำทั้งสองอย่างทุกกล่อง
8.8(2) ป้ายไฟแสดงผลระยะไกล“แจ้งเหตุเพลิงไหม้” สูง 5 มม.“FA” สูงอย่างน้อย 10 มม.เปลี่ยนแบบป้าย
8.7.2 ปุ่มแจ้งเหตุด้วยมือ (MCP)ระยะเข้าถึงไม่เกิน 30 ม. (พื้นที่โล่ง) / 45 ม. (ตามแนวทางเดิน)เพิ่มทางเลือก “หรือ” ระยะห่างระหว่างปุ่มไม่เกิน 60 ม. / 90 ม.ตรวจแบบได้ง่ายขึ้น
8.9.2 ประตูรั้งครอบคลุมประตูกั้นควันและประตูกั้นไฟลามเหลือเฉพาะประตูกั้นควันไม่สอดคล้องกับข้อ 2.5.8 ที่ยังพูดถึงประตูกั้นไฟลาม
8.1 หมายเหตุส่วนที่ไม่ได้กำหนด ให้ทำตามผู้ผลิตทำตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับล่าสุดก่อน แล้วจึงตามผู้ผลิตอ้างคู่มือผู้ผลิตแทนมาตรฐานไฟฟ้าไม่ได้
8.2.1 ไฟฟ้าหลัก220 V230 Vปรับตามแรงดันระบุ ไม่กระทบการเลือกแผง

10. ภาคที่ 9 อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ

ค่าความเข้มแสงในตารางที่ 9.1 (ติดผนัง 12 แถว) และ 9.2 (ติดเพดาน 22 แถว) เท่าเดิมทุกค่า ที่เปลี่ยนคือเกณฑ์ความดังและห้องนอนผู้พิการ

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
9.1(2) พื้นที่สาธารณะดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย 15 dB(A) และ ดังกว่าเสียงแวดล้อมสูงสุด 5 dB(A)+15 dB(A) หรือ +5 dB(A) · วัดที่ความสูง 1.5 ม. จากพื้น ต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วินาทีผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งก็พอ (NFPA 72 ใช้เกณฑ์ที่สูงกว่า ถ้าสเปกต้องการเข้มกว่าให้เขียนระบุเอง)
9.1(3) พื้นที่ส่วนบุคคลดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย 10 dB(A)+10 dB(A) หรือ +5 dB(A) เหนือเสียงแวดล้อมสูงสุด · ใช้วิธีวัดเดียวกับข้อ 9.1(2)—
9.1(4) ห้องนอน75 dB(A) ที่หมอน75 dB(A) ที่หมอนเท่าเดิม และทุกจุดในห้องต้องผ่านเกณฑ์ +15/+5 dB(A) ต่อเนื่อง 60 วินาที—
9.1(4.1) ใหม่—ห้องนอนผู้พิการทางการได้ยิน ต้องมีไฟกะพริบเพิ่มที่จุดติดอุปกรณ์เสียงโรงแรม หอพัก และโรงพยาบาลต้องกำหนดห้องที่รองรับ
9.1(4.2) ใหม่—ห้องนอนผู้พิการหรือผู้ที่ตื่นยาก ต้องมีอุปกรณ์แจ้งสัญญาณแบบสั่นสอดใต้หมอนมาตรฐานไม่ได้กำหนดสเปกอุปกรณ์นี้ ต้องระบุเองในสเปก
9.1(6)อุปกรณ์ในโซนเดียวกันต้องทำงานพร้อมกัน (synchronized)เพิ่ม: สัญญาณของระบบอื่นต้องแตกต่างจากสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้เสียงและแสงของระบบกันขโมยหรือระบบแก๊สต้องแยกออกได้

11. ภาคที่ 10 ปฏิบัติการตรวจสอบ

ข้อร่าง 2561วสท. 021002-24ผลต่อหน้างาน
10.2.1(7) เวลาตอบสนองจากหัวตรวจจับทำงานถึงแผงบันทึกเหตุ ไม่เกิน 6 วินาที (30 วินาทีถ้าใช้การพิสูจน์สัญญาณ)ไม่เกิน 10 วินาที (30 วินาทีเท่าเดิม)เกณฑ์ตรวจรับผ่อนลง ใช้กับทุกระบบ
10.1.3 ผู้รับรองการตรวจสอบวิศวกรทุกสาขา ระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร และต้องผ่านอบรมที่มีประกาศนียบัตรจาก วสท. หรือมีคุณสมบัติอื่นตามกฎหมายรับรองโดยวิศวกรไฟฟ้า หรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมาย โดยไม่ระบุระดับใบอนุญาตและไม่ต้องมีใบอบรมจำกัดสาขาเป็นไฟฟ้า แต่ไม่กำหนดระดับ ผู้ว่าจ้างควรระบุระดับใบ กว. ที่ต้องการใน TOR (แบบฟอร์มในภาคผนวก ฉ ยังมีช่อง “ใบ กว. เลขที่”)

รายการทดสอบอื่นในข้อ 10.2.1 เท่าเดิม เช่น ค่าความเป็นฉนวนเทียบดินอย่างน้อย 0.5 MΩ และเปิดปิดเบรกเกอร์อย่างน้อย 5 ครั้ง เอกสารส่งมอบในข้อ 10.4 (แบบที่ติดตั้งจริง คู่มือ รายงาน logbook) ก็ไม่เปลี่ยน

12. ภาคผนวก

13. ค่าที่ไม่เปลี่ยน ใช้ต่อได้เลย

เรื่องค่า (เท่ากันทั้งร่าง 2561 และฉบับ 2567)
โซนตรวจจับระยะค้นหาไม่เกิน 30 ม. · พื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม. (โล่งมองเห็นทั่วไม่เกิน 2,000 ตร.ม.) · ทั้งอาคารเป็นโซนเดียวได้ถ้าไม่เกิน 500 ตร.ม.
วงจร SLCไม่เกิน 10 ชั้น / 20,000 ตร.ม. / 1,000 ชุด · คั่น isolator ทุก 250 ชุด
ประเภทอาคารอาคารขนาดเล็ก ใหญ่ ใหญ่พิเศษ (10,000 ตร.ม.) และอาคารสูง (23 ม.) ใช้เกณฑ์เดิม
แบตเตอรี่สำรองปกติ 24 ชม. + แจ้งเหตุ 15 นาที คูณ 1.25
แผงควบคุมขอบบนสูง 1.50–1.80 ม. · พื้นที่ว่างหน้าแผงลึก 1.00 ม.
ปุ่มแจ้งเหตุด้วยมือสูง 1.00–1.30 ม. · ห่างวงกบประตูทางออกไม่เกิน 1.50 ม.
การพิสูจน์สัญญาณ (verification)สองครั้งในโซนเดียวกันภายใน 60 วินาที
การหน่วงเวลารับทราบภายใน 15 วินาที ตรวจสอบภายใน 180 วินาที รวมทุกขั้นไม่เกิน 10 นาที
เสียง65–110 dB(A) · ห้องนอน 75 dB(A) ที่หมอน · ดังต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วินาที
แสงกะพริบ 1–2 ครั้ง/วินาที · ระยะห่างไม่เกิน 30 ม. · สูง 2.00–2.30 ม. · ค่า cd ทุกแถวของตาราง 9.1/9.2
หัวความร้อนตาราง 5.1 ทั้ง 11 แถว · ห่างช่องลมปรับอากาศอย่างน้อย 1 ม.
หัวลำแสงติดสูง 2.70–25 ม. · ห่างกันไม่เกิน 14 ม. · ห่างผนัง 7 ม. / 3.5 ม.
หัวสุ่มตัวอย่างอากาศควันเดินทางจากรูไกลสุดไม่เกิน 120 วินาที · โซนไม่เกิน 2,000 ตร.ม.
การเชื่อมระบบอื่นบริภัณฑ์ต่อร่วมห่างแผงของระบบอื่นไม่เกิน 1.0 ม. · สายต้องตรวจคุมวงจร

14. แล้วระบบไร้สายล่ะ?

คำถามนี้เจอบ่อยตั้งแต่อุปกรณ์แจ้งเหตุไร้สายแพร่หลาย เราค้นทั้งสองเล่มทุกหน้า ไม่พบข้อกำหนดเรื่องอุปกรณ์หรือเส้นทางสัญญาณแบบไร้สายเลย ทั้งในแง่อนุญาตและในแง่ห้าม คำว่า “วิทยุ” ที่ปรากฏในเล่มหมายถึงวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่เท่านั้น และฉบับ 2567 ไม่ได้เพิ่มเรื่องนี้

สิ่งที่ขยับคือข้อ 1.2 ที่ใช้คำว่า “สื่อกลางการเชื่อมต่อสัญญาณ” โดยไม่ระบุชนิด ส่วนข้อ 8.11.2.3 ยังเปิดทางให้ใช้วิธีเดินสายคมนาคมอื่นที่ทำงานได้เทียบเท่า เช่น ใยแก้ว ซึ่งยังเป็นวิธีที่ใช้สาย

ในทางปฏิบัติ ถ้าจะใช้ระบบไร้สายในงานที่อ้าง วสท. ผู้ออกแบบต้องแสดงว่าระบบทำสมรรถนะได้ตามข้อเดียวกับระบบเดินสาย ได้แก่ เวลาตอบสนองตามข้อ 10.2.1(7) แบตเตอรี่สำรอง และการตรวจคุมการเชื่อมต่อ ควรเลือกอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์สำหรับอุปกรณ์ไร้สาย เช่น EN 54-25 และตกลงกับเจ้าของงานและผู้ตรวจตั้งแต่ขั้นออกแบบ

15. จุดที่ฉบับ 2567 ยังเขียนไม่ตรงกันเอง

ระหว่างเทียบ เราพบหลายจุดที่ข้อความในเล่ม 2567 ขัดกันเอง ควรรู้ไว้ก่อนเจอคำถามจากผู้ตรวจ

  1. รัศมีหัวความร้อน — ข้อ 5.2.2 ใช้ 6.3 ม. แต่ข้อ 5.3.2 และภาคผนวก ข ใช้ 6.4 ม. ถ้าออกแบบด้วยวงกลมรัศมี ให้ใช้ 6.3 ม. ซึ่งเข้มกว่า
  2. แถวแรกใต้ยอดจั่ว (หัวความร้อน) — ข้อ 5.2.3(3) ให้อยู่ในระยะ 1 ม. จากแนวยอดจั่ว แต่ 5.2.3(4) ให้ 0.5–1.5 ม. ถ้าวางที่ 0.5–1.0 ม. จะผ่านทั้งสองข้อ
  3. ประตูกั้นไฟลาม — ข้อ 8.9.2 ตัดออกจากขอบเขต แต่ข้อ 2.5.8 ยังพูดถึงและอ้างกลับไปที่ 8.9.2
  4. การอ้างข้อแหล่งจ่ายไฟ — ข้อ 10.2.1(12) อ้างข้อ 9.2 ทั้งที่แหล่งจ่ายไฟอยู่ข้อ 8.2 (ผิดมาตั้งแต่ร่าง)
  5. แบบฟอร์มผู้ติดตั้ง — ภาคผนวก ฉ อ้าง “ภาคผนวก ซ” แต่แบบฟอร์มอยู่ภาคผนวก ช (ภาคผนวก ซ คือข้อมูล HRR)
  6. ผู้รับรองการตรวจสอบ — ข้อ 10.1.3 ไม่ระบุระดับใบอนุญาต แต่แบบฟอร์มยังมีช่อง “ใบ กว. เลขที่” และยังเรียกว่าผู้ปฏิบัติการตรวจสอบ

เช็กลิสต์ปรับสเปก แบบ และ TOR เดิมให้ตรงฉบับ 2567

  1. เปลี่ยนข้อความอ้างอิงเป็น “มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24” และเลิกอ้างเลขหน้าแบบ “6-3” หรืออักษรภาคผนวกตามร่าง
  2. ตั้งเกณฑ์ทดสอบเวลาตอบสนองไม่เกิน 10 วินาที (30 วินาทีถ้าใช้การพิสูจน์สัญญาณ) และระบุสาขากับระดับใบ กว. ของผู้รับรองการตรวจสอบให้ชัด
  3. สเปกสายทนไฟให้ระบุครบ 3 คุณสมบัติ: มอก. 2755/IEC 60331 + มอก. 2757/IEC 60754 + มอก. 2758/IEC 61034-2 และเลิกอ้าง BS 6387 อย่างเดียว
  4. คำนวณแรงดันตกทุกวงจรให้ไม่เกิน 5% และใช้สายไฟฟ้ากำลังอย่างน้อย 2.5 ตร.มม.
  5. ช่องเดินสายคาดสีส้ม 30 มม. ทุก 3 ม. · กล่องต่อสายทาส้มและเขียน “FA” สูง 20 มม. · ป้ายไฟแสดงผลระยะไกลเขียน “FA” สูง 10 มม.
  6. ตรวจโปรแกรมแผง: flow switch เป็นอินพุตเพลิงไหม้ · access control ปลดล็อกสองทิศเมื่อเข้าขั้นอพยพ · หัวควันประตูรั้งรายงานเข้าแผง
  7. เพิ่มหัวควันในท่อลมทุกระบบ หรือที่เครื่องส่งลมเย็นทุกชุดถ้าไม่มีท่อลมกลับ
  8. ทบทวนผังหัวตรวจจับ: ส่วนตรวจจับของหัวควันต่ำจากเพดานไม่เกิน 600 มม. · ห่างหัวจ่ายลมอย่างน้อย 1 ม. · คานลึกต้องมีหัวทุกช่อง · เพดานลาดคิดตามความสูงยอดจั่ว
  9. ห้องศูนย์สั่งการดับเพลิงอย่างน้อย 16 ตร.ม. พร้อมแผนจัดเจ้าหน้าที่ประจำ
  10. ระบบเสียง: ลำโพงในที่จอดรถของอาคารรวม · เสียงประกาศกับเสียงเตือนไม่ซ้อนกัน · จุดโทรศัพท์ฉุกเฉินครบตามข้อ 2.3.5.2 · ห้องนอนผู้พิการมีไฟกะพริบหรืออุปกรณ์สั่น

สรุป

ฉบับ 2567 ไม่ได้รื้อมาตรฐานใหม่ ตัวเลขหลักอย่างโซน 30 ม./1,000 ตร.ม. แบตเตอรี่ 24 ชม. + 15 นาที และความดังเสียงยังเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเงื่อนไขที่กระทบงานจริงหลายเรื่อง ผ่อนลงคือเวลาตอบสนอง 10 วินาที ระยะหัวควันบนเพดานสูง และการวางหัวบนเพดานตงถี่ เข้มขึ้นคือสายทนไฟ มอก. 3 ข้อ สีส้ม “FA” หัวควันในท่อลม flow switch ห้องศูนย์สั่งการ 16 ตร.ม. และระบบเสียงในที่จอดรถ งานที่ยังอ้างร่าง 2561 ควรไล่ตามเช็กลิสต์ข้างบนก่อนส่งแบบหรือตรวจรับ

รวมลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษา?

ทีมขายและ Engineer ของ NVK พร้อมช่วย scope ระบบและเสนอราคา

💬 สอบถามทาง LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-05

สรุปมาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24 ฉบับใช้งานหน้างาน: โซน ระยะห่างหัวตรวจจับ เสียง แบตเตอรี่ และการตรวจรับ

มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) คือคู่มือที่ผู้ออกแบบและผู้ตรวจรับในไทยใช้จริง บทความนี้สรุปตัวเลขที่ต้องใช้หน้างานจากตัวเล่ม วสท. 021002-24 (พ.ศ. 2567) ตั้งแต่การแบ่งโซน ระยะห่างหัวตรวจจับ ความดังของเสียง แบตเตอรี่สำรอง สายทนไฟ ไปจนถึงการตรวจรับ พร้อมลำดับฉบับของมาตรฐานเล่มนี้
อ่านต่อ
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-05

ใช้ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไร้สายในงานที่อ้าง วสท. 021002-24 ได้ไหม? เช็ก Hikvision LoRa และ Ajax EN54 ทีละข้อ พร้อมเทียบ EN 54-25 และ NFPA 72

มาตรฐาน วสท. 021002-24 เขียนขึ้นสำหรับระบบเดินสาย และไม่มีข้อกำหนดเรื่องระบบไร้สายเลยทั้งเล่ม แล้วจะใช้ระบบไร้สายในงานที่อ้าง วสท. ได้อย่างไร บทความนี้ไล่ข้อกำหนดของ วสท. 021002-24 ทีละข้อ เทียบกับ Hikvision LoRa และ Ajax EN54 จากเอกสารผู้ผลิตและใบรับรองจริง พร้อมเทียบ Ajax กับเกณฑ์ของ EN 54-25 และ NFPA 72 บท 23.16 ว่าทำได้ตรงไหน และยังขาดอะไร
อ่านต่อ
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่
2026-10-02

Ajax EN54 ทำงานอย่างไร? Architecture, การแบ่ง Fire Zone และการออกแบบ SOP ให้ใช้งานได้จริง

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไร้สาย Ajax EN54 มีตู้ควบคุมหนึ่งตัว อุปกรณ์ 200 ตัว และ fire zone 40 โซน แต่จะใช้งานได้ดีหรือไม่ขึ้นกับการแบ่งโซน การตั้งสิทธิ์ และการตั้งเวลาหน่วงให้ตรงกับ SOP ของอาคาร บทความนี้อธิบายด้วยแผนภาพ 8 รูป ตั้งแต่โครงสร้างระบบจนถึงขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุ
อ่านต่อ