สเปกและ TOR งานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้หลายโครงการในวันนี้ยังเขียนว่า “ออกแบบตามมาตรฐาน วสท. ฉบับ 2561” หรืออ้างตัวเลขจากไฟล์ร่างที่ส่งต่อกันมาหลายปี ทั้งที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) ประกาศใช้ฉบับใหม่ วสท. 021002-24 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567
เราเปิดเทียบสองเล่มทีละข้อ ครบทั้ง 10 ภาคและภาคผนวกทุกส่วน แล้วสรุปไว้ในบทความนี้ว่าอะไรเปลี่ยน อะไรเพิ่ม อะไรถูกตัด แต่ละจุดกระทบงานออกแบบ ติดตั้ง และตรวจรับอย่างไร ท้ายบทความมีรายการค่าที่ไม่เปลี่ยน และเช็กลิสต์สำหรับปรับสเปกเดิมให้ตรงฉบับใหม่
สรุปสั้นที่สุด:
• ตรวจรับ — สัญญาณจากหัวตรวจจับถึงตู้ควบคุมผ่อนจาก 6 เป็น 10 วินาที (ข้อ 10.2.1(7)) · ผู้รับรองการตรวจสอบเปลี่ยนเป็น “วิศวกรไฟฟ้า หรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมาย”
• ทำงานร่วมกับระบบอื่น — flow switch ของสปริงเกอร์ต้องเป็นสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ · ประตู access control ต้องปลดล็อกเมื่อเข้าขั้นอพยพ · หัวตรวจจับควันในท่อลมต้องติดทุกกรณี
• สายไฟ — สายทนไฟต้องผ่านครบ 3 คุณสมบัติ: ทนไฟ มอก. 2755, ก๊าซกรด มอก. 2757 และควัน มอก. 2758 (หรือ IEC ที่เทียบกัน) · แรงดันตกไม่เกิน 5% · ช่องเดินสายใช้สีส้ม “FA” เท่านั้น
• หัวควัน — ระยะห่าง 9.10 ม. ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. · ส่วนตรวจจับต้องอยู่ต่ำจากเพดานไม่เกิน 600 มม. · ห่างหัวจ่ายลมอย่างน้อย 1 ม.
• หัวความร้อน — ชนิดอุณหภูมิคงที่ติดได้ถึงเพดาน 9.10 ม. (เดิม 7.50 ม.) · เพดานลาดคิดระยะตามความสูงยอดจั่ว ไม่แบ่งที่มุม 30° แล้ว
• ห้องศูนย์สั่งการดับเพลิง — อย่างน้อย 16 ตร.ม. (เดิม 9 ตร.ม.) และต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอดเวลา
• ของใหม่ — ข้อ 7.4 หัวตรวจจับเปลวเพลิงจากภาพวิดีโอ · ห้องนอนผู้พิการต้องมีไฟกะพริบหรืออุปกรณ์สั่นใต้หมอน · กำหนดจุดติดตั้งโทรศัพท์ฉุกเฉิน
• ไม่เปลี่ยน — โซน 30 ม./1,000 ตร.ม. · isolator ทุก 250 ชุด · แบตเตอรี่ 24 ชม. + 15 นาที · ปุ่มแจ้งเหตุสูง 1.00–1.30 ม. · เสียง 65–110 dB(A) · ตารางความเข้มแสงทุกแถว
บทความนี้สรุปจากการเปิดเทียบตัวเล่มทั้งสองฉบับ ไม่ใช่เอกสารทางการของ วสท. และไม่ได้คัดลอกตัวบท เลขข้อในวงเล็บเป็นเลขข้อในเล่มฉบับ 2567 ก่อนอ้างในงานจริงให้เปิดข้อนั้นในเล่มยืนยันอีกครั้ง
1. “ฉบับ 2561” กับ “ฉบับ 2567” คือเล่มไหน
ก่อนเทียบต้องเคลียร์ก่อนว่าเรากำลังพูดถึงเล่มไหน เพราะมาตรฐานเล่มนี้เปลี่ยนรหัสระหว่างทาง และไฟล์ที่วงการเรียกว่า “ฉบับ 61” จริง ๆ แล้วเป็นฉบับร่าง
| ฉบับ | สถานะ | รายละเอียดที่ควรรู้ |
|---|---|---|
| ร่าง วสท. 02-2002 V.3-2017 | ร่างสำหรับเทคนิคพิจารณ์ 20 ก.ค. 2561 | ไฟล์ที่ส่งต่อกันในวงการ ใช้เลขหน้าแยกรายภาค เช่น “6-3” และไม่เคยประกาศใช้ในรูปร่างนี้ |
| วสท. 021002-19 | ประกาศใช้ พ.ศ. 2562 | ฉบับทางการที่ออกตามร่างข้างบน |
| วสท. 021002-24 | ประกาศใช้ 1 พ.ค. 2567 · พิมพ์ครั้งที่ 2 มี.ค. 2569 | 214 หน้า ISBN 978-616-396-134-1 (พิมพ์ครั้งที่ 2) ใช้เลขหน้าต่อเนื่องทั้งเล่ม และเปลี่ยนตัวอักษรภาคผนวกบางตัว |
รหัส 021002-24 อ่านได้ว่า 02 = สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า · 1 = เลขกรอบมาตรฐาน · 002 = ลำดับมาตรฐานในสาขา · 24 = ปี ค.ศ. 2024 ที่จัดทำหรือปรับปรุง (ร่าง 2561 อธิบายเลข 02 ว่าเป็นสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย ฉบับ 2567 แก้เป็นสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า)
ข้อควรรู้เรื่องการเทียบ: ระหว่างร่าง 2561 กับฉบับ 2567 มีฉบับ 2562 คั่นอยู่ สิ่งที่บทความนี้สรุปจึงเป็น “ผลต่างสะสม” บางจุดอาจแก้ไปตั้งแต่ฉบับ 2562 แล้ว เล่ม 2567 พิมพ์แถบเส้นตั้งที่ขอบกระดาษกำกับย่อหน้าที่แก้ จุดใหญ่เกือบทุกจุดในบทความนี้มีแถบกำกับ ซึ่งบอกว่าเพิ่งเปลี่ยนในรอบ 2567 แต่แถบไม่ได้มีครบทุกจุด จึงใช้แทนการเปิดเล่มยืนยันไม่ได้
อีกเรื่องที่ต้องจำ: ภาคผนวกทุกภาคเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อบังคับ ทั้งสองฉบับเขียนไว้ชัด ดังนั้นเนื้อหาที่ถูกย้ายจากตัวมาตรฐานไปภาคผนวก ก็เท่ากับลดสถานะจากข้อบังคับเป็นข้อแนะนำ
2. ภาพรวม: โครงเล่มเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนคือเงื่อนไข
ฉบับ 2567 ยังเป็น 10 ภาคและภาคผนวก ก–ญ เหมือนร่าง 2561 ในระดับสารบัญมีหัวข้อใหม่หัวข้อเดียว คือ 7.4 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ ส่วนหัวข้อหัวตรวจจับควันจากภาพวิดีโอ (6.5) มีอยู่แล้วตั้งแต่ร่าง 2561 นิยามในภาคที่ 1 ยังมี 36 ข้อเท่าเดิม
ตัวเลขหลักที่ผู้ออกแบบใช้ทุกวันแทบไม่ขยับ สิ่งที่เปลี่ยนจริงคือเงื่อนไขว่าอะไรต้องติด ติดที่ไหน ใช้สายอะไร และใครเป็นผู้รับรอง
| ภาค | ระดับการเปลี่ยน | เรื่องหลักที่เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 1 ทั่วไป | กลาง | ห้องศูนย์สั่งการ 16 ตร.ม. · นิยาม ELV · ขอบเขตครอบคลุมระบบเครือข่าย |
| 2 ความต้องการทั่วไป | สูง | flow switch · access control · ระบบประกาศและโทรศัพท์ฉุกเฉิน · สถานประกอบการ |
| 3 การแบ่งโซน | ต่ำ | ตัวเลขเท่าเดิมทั้งหมด · ห้องบันไดหนีไฟต้องเป็นโซนเดียว |
| 4 ตำแหน่งติดตั้ง | กลาง | หัวในท่อลม · ประตูรั้ง · ช่องเหนือฝ้า · ยอมรับหัวแบบผสม |
| 5 หัวความร้อน | สูง | เพดานสูงสุด · เพดานลาด · ตงและคาน |
| 6 หัวควัน | สูง | ระยะ 9.10 ม. ถึงเพดาน 10.50 ม. · ระยะต่ำจากเพดาน · คานลึก · เกณฑ์ใช้กล้องตรวจจับควัน |
| 7 หัวเปลวเพลิง | กลาง | ข้อ 7.4 ใหม่ · ระบุว่าไม่เหมาะกับพื้นที่ป้องกันชีวิต |
| 8 ข้อกำหนดการติดตั้ง | สูง | สายทนไฟ มอก. 3 ข้อ · แรงดันตก 5% · สีส้ม “FA” · ระยะห่างปุ่มแจ้งเหตุ |
| 9 อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ | กลาง | เกณฑ์ความดังและวิธีวัด · ห้องนอนผู้พิการ |
| 10 ปฏิบัติการตรวจสอบ | สูง | เวลาตอบสนอง 10 วินาที · ผู้รับรองการตรวจสอบ |
| ภาคผนวก | กลาง | รหัสสีช่องเดินสาย · ทดสอบค่าความเป็นฉนวน · สัญลักษณ์สายทนไฟ |
3. ภาคที่ 1 ทั่วไป: นิยามและขอบเขต
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 1.2 การใช้งาน | เน้นระบบตรวจจับอัตโนมัติและอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ | ระบุชัดว่ารวมอุปกรณ์แจ้งสัญญาณ แผงควบคุม แผงแสดงผล และสื่อกลางการเชื่อมต่อสัญญาณ ทั้งระบบเดี่ยวและระบบที่ต่อเป็นเครือข่าย | ระบบหลายแผงและเส้นทางสื่อสารระหว่างแผงต้องผ่านข้อกำหนดติดตั้งและตรวจสอบเหมือนส่วนอื่น |
| 1.3.4 ช่องทางเดิน | นิยามรวมความกว้างไม่เกิน 3.60 ม. | ตัดความกว้างออกจากนิยาม และไม่นับโถงลิฟต์ ส่วนเกณฑ์ 3.6 ม. ย้ายไปอยู่ในข้อระยะห่าง (5.2.2, 6.2.2) | ทางเดินที่กว้างเกิน 3.6 ม. ใช้ระยะห่างหัวแบบพื้นที่ปกติ |
| 1.3.7 ตู้ | ตู้ที่ประกอบเป็นส่วนของอาคาร | ตู้ที่สร้างถาวรและเคลื่อนย้ายไม่ได้ | เกณฑ์ตู้ในข้อ 4.2.3 และข้อยกเว้นใน 4.3 ใช้กับตู้บิลต์อินเท่านั้น |
| 1.3.23 ไฟฟ้าแรงดันต่ำพิเศษ (ELV) | แรงดันไม่เกิน 50 V | กระแสสลับไม่เกิน 50 V หรือกระแสตรง (ไม่มีริ้วคลื่น) ไม่เกิน 120 V | วงจร DC 50–120 V กลายเป็น ELV มีผลกับข้อยกเว้นในพื้นที่ปิดที่มีบริภัณฑ์ไฟฟ้า (4.2.2.1) |
| 1.3.24 ศูนย์สั่งการดับเพลิง | อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อยู่ชั้นพื้นดิน พื้นที่อย่างน้อย 9 ตร.ม. | เพิ่มอาคารชุมนุมคนและอาคารสาธารณะ · อยู่ชั้นพื้นดิน หรือสูง/ต่ำกว่าได้ 1 ชั้นถ้ามีประตูเข้าบันไดหนีไฟโดยตรง · อย่างน้อย 16 ตร.ม. · ควรอยู่ใกล้ลิฟต์ดับเพลิง · ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำห้องตลอดเวลา | ห้องที่ออกแบบไว้ 9–15 ตร.ม. ไม่ผ่าน และเจ้าของอาคารต้องวางแผนจัดคนประจำห้อง |
4. ภาคที่ 2 ความต้องการทั่วไป
ภาคนี้เปลี่ยนมากที่สุดในเชิงงานระบบ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับระบบอื่นในข้อ 2.5 ซึ่งกระทบการตั้งโปรแกรมแผงโดยตรง
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 2.1.1(9) ขอบเขต | — | เพิ่มสถานประกอบการตั้งแต่ 2 ชั้น หรือมีพื้นที่ประกอบกิจการตั้งแต่ 300 ตร.ม. | สถานประกอบการที่เล็กกว่า “อาคารขนาดเล็ก” เข้าข่ายด้วย แต่ข้อ 2.3 ไม่ได้กำหนดชุดอุปกรณ์เฉพาะ ผู้ออกแบบต้องจัดเข้าประเภทตามขนาดเอง |
| 2.2.5 การหน่วงเวลา | เพดานหน่วงรวม 10 นาทีอยู่ในหมายเหตุ | ย้ายขึ้นเป็นเนื้อความ ค่า 10 นาทีเท่าเดิม | มีสถานะเป็นข้อบังคับชัดเจน |
| 2.3.1 บ้านและอาคารที่เล็กกว่าอาคารขนาดเล็ก | ใช้หัวควันแบบมีเสียงในตัวได้ แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างน้อย 1 ปี ใช้กับทุกการใช้งาน | เฉพาะอาคารที่อยู่อาศัย ให้ “ควรพิจารณา” มีระบบ · ไม่กำหนดอายุแบตเตอรี่แล้ว · เตือนแบตใกล้หมดต้องเป็นเสียง | สเปกอายุแบตเตอรี่ต้องไปอ้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์แทน |
| 2.3.2 หมายเหตุ | อาคารขนาดเล็กชั้นเดียวที่โล่งมองเห็นทั่ว อาจยกเว้นหัวตรวจจับอัตโนมัติ | เฉพาะอาคารที่ไม่ได้ใช้อยู่อาศัย และต้องมองเห็นทั่วจากทางเข้า-ออก | ข้อยกเว้นแคบลง อาคารที่มีคนพักใช้ไม่ได้ |
| 2.3.5.1 ระบบประกาศฉุกเฉิน | อาคารที่มีผู้ใช้ตั้งแต่ 300 คน | เพิ่ม: ต้องมีระบบประกาศในที่จอดรถของอาคารรวม เช่น ศูนย์การค้า (ยกเว้นอาคารจอดรถแยก) · เสียงประกาศกับเสียงเตือนห้ามซ้อนกันในพื้นที่เดียวกัน · ถ้าใช้ลำโพงอย่างเดียว ห้ามติดอุปกรณ์แจ้งสัญญาณชนิดอื่นปน | ต้องเดินลำโพงถึงชั้นจอดรถ และตั้งลำดับเสียงเตือนกับเสียงประกาศใน EVAC |
| 2.3.5.2 โทรศัพท์ฉุกเฉิน | ไม่ระบุจุดติดตั้ง · intercom ใช้กับผู้ติดในบันไดหนีไฟหรือพื้นที่หลบภัย | กำหนดจุดบังคับ: พื้นที่ป้องกัน ห้องปลอดควันหน้าลิฟต์ ห้องเครื่องลิฟต์ ห้องเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และพื้นที่หลบภัยชั่วคราว · intercom เหลือเฉพาะพื้นที่หลบภัย | จำนวนจุดโทรศัพท์ใน BOQ เพิ่มขึ้น |
| รูปที่ 2.5 | หัวควันหน้าลิฟต์ดับเพลิงห่างประตูได้ถึง 6.40 ม. (ในรูป) | ไม่เกิน 1.5 ม. ทั้งหน้าลิฟต์และหน้าบันได | แก้ให้ตรงกับภาคที่ 4 ใครวางหัวตามรูปเดิมต้องขยับเข้าใกล้ประตู |
| 2.5.1 ระบบระบายควัน | สั่งพัดลมระบายควันที่หลังคา | ทั้งพัดลมที่อยู่ในอาคารและบนหลังคา | จุด interlock เพิ่ม เช่น พัดลมที่จอดรถใต้ดิน |
| 2.5.4 ลิฟต์ | ลิฟต์ลงมาจอดชั้นล่าง | ชั้นล่างหรือชั้นที่ปลอดภัย | รองรับการเรียกลิฟต์ไปชั้นสำรองเมื่อชั้นล่างเป็นชั้นเกิดเหตุ |
| 2.5.5 สปริงเกอร์ | flow switch อยู่ในกลุ่มสัญญาณตรวจคุม (supervisory) ที่แจ้งที่แผง | flow switch ต้องส่งเป็นสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (fire alarm) ส่วนสวิตช์แรงดันน้ำและสวิตช์วาล์วยังเป็น supervisory | ต้องตั้งโปรแกรม monitor module ของ flow switch เป็นอินพุตเพลิงไหม้ ซึ่งจะเริ่มลำดับแจ้งเหตุและ interlock ทั้งหมด |
| 2.5.7 Access control | แผงต้อง “สามารถ” ปลดล็อกประตูเพื่อให้คนในพื้นที่ออกมาได้ | เมื่อเข้าขั้นอพยพต้องปลดล็อก ให้คนในพื้นที่ออก และให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าได้อิสระ โดยระบบควบคุมประตูยังแจ้งบุกรุกตามปกติ | ต้องปลดล็อกทั้งสองทิศ ไม่ใช่แค่ฝั่งออก |
5. ภาคที่ 3–4 การแบ่งโซนและตำแหน่งติดตั้ง
ภาคที่ 3 ไม่มีตัวเลขเปลี่ยนแม้แต่ค่าเดียว ส่วนภาคที่ 4 เปลี่ยนเงื่อนไขการติดตั้งหลายจุด
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 3.2(5) | อาคารเกิน 500 ตร.ม. และสูงเกิน 3 ชั้น ต้องแบ่งอย่างน้อยชั้นละโซน | เพิ่มว่าทุกโซนยังต้องผ่านเกณฑ์ข้อ 3.2(1)(2) | ชั้นใหญ่ต้องแบ่งหลายโซน ให้ระยะค้นหาไม่เกิน 30 ม. และพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม. |
| 3.2(8) | — | ห้องบันไดหนีไฟ: หัวควันทุกชั้นและสวิตช์แจ้งเหตุในห้องบันได ต้องอยู่โซนเดียวกัน | ห้องบันไดเป็นโซนแนวดิ่ง ห้ามแบ่งตามชั้น |
| 3.3 ระบบสามัญ | — | ระบุว่าวงจรแจ้งสัญญาณต้องเป็นสายทนไฟ ส่วนวงจรตรวจจับใช้สายทั่วไปได้ | ย้ำข้อ 8.11 ให้ชัดสำหรับระบบสามัญ |
| 3.5(3) | ตัวอย่างพื้นที่แจ้งสัญญาณขั้นตอนเดียว คือ พื้นที่สาธารณะ | เพิ่มสถานศึกษา | โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องให้อุปกรณ์แจ้งสัญญาณดังพร้อมกันทุกวงจร |
| 4.1.2 พื้นที่ป้องกันชีวิต | ต้องใช้หัวตรวจจับควัน “เท่านั้น” | หัวควัน หรือหัวแบบผสมที่มีการตรวจจับควันด้วย | ใช้หัว multi-sensor ในห้องนอนและทางหนีไฟได้ ช่วยลดสัญญาณหลอก |
| 4.1.3(3) | หัวต้องมองเห็นได้จากทางเข้าพื้นที่ | มองเห็นได้ภายในพื้นที่ | วางตำแหน่งตามระยะห่างและทิศลมได้อิสระขึ้น |
| 4.2.1 หัวควันในท่อลม | ยกเว้นได้ถ้าพื้นที่มีหัวควันต่อเข้าระบบแจ้งเหตุอยู่แล้ว | ตัดข้อยกเว้น ต้องติดทุกกรณี · ถ้าไม่มีท่อลมกลับ ให้ติดที่เครื่องส่งลมเย็นทุกชุดหรือทุกโซน | จำนวนจุดและงานประสานกับผู้รับเหมาระบบปรับอากาศเพิ่มขึ้น |
| 4.2.2 พื้นที่ปิด | พื้นที่ปิดทุกแห่งถือเป็นพื้นที่ป้องกัน | บังคับเฉพาะพื้นที่ปิดที่เป็นพื้นที่ป้องกัน และช่องเข้า 600×600 มม. ต้องเข้าไปตรวจและบำรุงรักษาได้สะดวก | ผู้ออกแบบต้องระบุให้ชัดว่าพื้นที่เหนือฝ้าหรือใต้พื้นยกใดเป็นพื้นที่ป้องกัน |
| 4.2.3 ตู้ | ใหญ่กว่า 2 ตร.ม. ที่เดินเข้าได้ หรือ เก็บวัสดุติดไฟได้ ต้องติดหัว | ต้องครบทั้งใหญ่กว่า 2 ตร.ม. เดินเข้าได้ และ เก็บวัสดุติดไฟได้ และใช้หัวชนิดที่เหมาะสม | ขอบเขตแคบลง |
| 4.2.6 ประตูรั้ง (door holder) | หัวควัน 1 ชุดและสวิตช์ปลดรั้ง 1 ชุด ด้านพื้นที่ป้องกัน | ไม่ต้องมีสวิตช์ปลดรั้งแล้ว · ถ้าสองฝั่งเป็นพื้นที่ป้องกัน ต้องติดหัวทั้งสองด้าน · หัวต้องส่งสัญญาณเข้าแผงควบคุม | ใช้หัวแบบสแตนด์อโลนที่สั่งแค่รีเลย์ประตูไม่ได้แล้ว |
| 4.2.13 ช่องเหนือฝ้า | ลึก 800 มม. ขึ้นไปต้องติด · ตื้นกว่า 800 มม. ไม่ต้องติดถ้าไม่เอื้อต่อการลามข้ามผนัง | ลึก 800 มม. ขึ้นไปต้องติดแม้ปิดล้อมแยกแล้ว · ตื้นกว่า 800 มม. ต้องติด เว้นแต่ปิดล้อมแยกและไม่เอื้อต่อการลาม | ช่องเหนือฝ้าที่ต่อเนื่องข้ามผนังกั้นห้องต้องมีหัวตรวจจับ |
6. ภาคที่ 5 อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน
ค่าในตารางที่ 5.1 (ตัวคูณลดระยะตามความสูงเพดาน 11 แถว) เท่าเดิมทุกแถว ที่เปลี่ยนคือวิธีใช้ตาราง
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 5.2.1(1) เพดานสูงสุด | ชนิดอุณหภูมิคงที่ไม่เกิน 7.50 ม. · ชนิดอัตราการเพิ่มอุณหภูมิ (ROR) ไม่เกิน 9.10 ม. | ทุกชนิดติดได้ถึง 9.10 ม. โดยลดระยะห่างตามตาราง 5.1 | ใช้หัวอุณหภูมิคงที่บนเพดาน 7.5–9.1 ม. ได้ (ระยะห่างราว 3.09–4.19 ม.) |
| 5.2.2 เพดานราบ | ตัวอย่างหลักที่เพดาน 3.0–3.7 ม.: ระยะห่าง 8.28 ม. ห่างผนัง 4.14 ม. รัศมี 5.80 ม. | ฐานที่เพดานไม่เกิน 3.0 ม.: ระยะห่าง 9.1 ม. ห่างผนัง 4.5 ม. รัศมี 6.3 ม. · ทางเดิน 12/6 ม. ต้องลดระยะตามตาราง 5.1 ถ้าเพดานเกิน 3 ม. | ค่าที่ใช้ได้จริงเท่าเดิม แต่ตัวเลขฐานที่ยกไปใช้เปลี่ยน |
| หมายเหตุตาราง 5.1 | ใช้กับหัวชนิดจุดแบบ ROR | ใช้กับหัวชนิดจุดแบบอุณหภูมิคงที่ แบบผสม และแบบชดเชยอัตรา (rate-compensated) · ชนิดเส้นและแบบ ROR อย่างเดียวให้ใช้ระยะตามผู้ผลิต | ถ้อยคำเรื่อง ROR อ่านได้สองทาง ถ้าจะใช้ ROR บนเพดานสูงเกิน 3 ม. ให้ยึดค่าผู้ผลิต |
| 5.2.3(4) เพดานลาด | แบ่งที่มุม 30° ใช้สูตรระยะตามแนวลาด (เช่น 9.56 ม.) และ s÷cos θ | วัดระยะในแนวระดับทุกมุมลาด และเลือกค่าจากตาราง 5.1 ตามความสูงยอดจั่ว · แถวใกล้ยอดห่างยอด 0.5–1.5 ม. · แถวสุดท้ายห่างผนัง 100 มม. ถึง ½s | สูตรเดิมย้ายไปภาคผนวก ข.7 ซึ่งเป็นข้อมูลเท่านั้น ผู้ตรวจจึงไม่ควรอ้างสูตรนั้นเป็นข้อบังคับ |
| 5.2.6(2) ตงถี่ (ห่างไม่เกิน 1.0 ม.) | ใช้ ½S โดยไม่แยกทิศ | ½s เฉพาะแนวตั้งฉากกับตง แนวขนานใช้ s เต็ม | จำนวนหัวบนเพดานตงถี่ลดลงได้มาก |
| 5.2.6(3) คานห่างเกิน 1.0 ม. | ติดทั้งใต้คานและเพดาน ลดระยะแนวตั้งฉากเหลือ 2/3 | ติดใต้คานหรือเพดาน · 2/3 s แนวตั้งฉาก · s แนวขนาน | ไม่ต้องติดสองระดับพร้อมกัน |
| 5.2.6(5) คานลึก | ลึกมากกว่า 300 มม. ห่างมากกว่า 2.40 ม. | ลึกตั้งแต่ 300 มม. ห่างตั้งแต่ 2.40 ม. · ต้องติดทุกช่องคาน หรือใต้คานทุกคาน | ข้ามช่องคานโดยอ้างระยะห่างไม่ได้ |
| 5.3.2 ชนิดเส้น | กำหนดเฉพาะเพดานไม่เกิน 3 ม. | ความสูงอื่นให้ใช้ค่าผู้ผลิต | ต้องแนบเอกสารผู้ผลิตประกอบแบบ |
| รูป 5.8 หลังคาพิเศษ | อยู่ในตัวมาตรฐาน (ฟันเลื่อย ช่องแสง สันระบายอากาศ) | ย้ายไปภาคผนวก ข.8 (รูป ข.9) ตัวเลขเท่าเดิม | สถานะเปลี่ยนจากข้อบังคับเป็นข้อแนะนำ |
7. ภาคที่ 6 อุปกรณ์ตรวจจับควัน
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 6.2.2(1) ระยะห่างบนเพดานราบ | ระยะ 9.10 ม. (82.8 ตร.ม.) ระบุไว้สำหรับเพดานไม่เกิน 3.00 ม. | ระยะ 9.10 ม. ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. รัศมี 6.30 ม. ห่างผนัง 4.50 ม. | ไม่ต้องลดระยะหัวควันตามความสูงเหมือนหัวความร้อน ปิดช่องว่างของร่างเดิมที่ไม่มีค่าสำหรับเพดาน 3–10.5 ม. |
| 6.2.2(2) ทางเดิน | ระยะ 12/6 ม. ที่เพดานไม่เกิน 3.0 ม. | ใช้ได้ถึงเพดาน 10.50 ม. · ทางเดินกว้างเกิน 3.6 ม. ใช้ระยะ 9.10 ม. | — |
| 6.2.1(2) + ตาราง 6.1 | ระยะต่ำจากเพดานกำหนดเป็น “ไม่น้อยกว่า” ตามความสูง | วัดถึงส่วนตรวจจับ และต้องอยู่ในช่วง “ค่าต่ำสุด–600 มม.” ทุกความสูงถึง 10.50 ม. ทั้งหัวควันชนิดจุดและหัวตรวจก๊าซ CO | ห้อยหัวต่ำจากเพดานเกิน 600 มม. ไม่ได้ ค่าต่ำสุดเท่าเดิมทุกแถว (CO มีอยู่แล้วตั้งแต่ร่าง 2561) |
| 6.2.3 เพดานลาด | แบ่งที่มุม 30° คิดระยะตามแนวลาด (9.10/cos 30° = 10.50 ม.) | ใช้ 9.10 ม. ในแนวระดับทุกความชัน · ยอดจั่วสูงไม่เกิน 10.50 ม. · แถวสุดท้ายห่างผนังไม่เกิน 4.5 ม. | ระวังสับสน: “10.50” ในร่างคือระยะตามแนวลาด แต่ในฉบับใหม่คือความสูงยอดจั่ว |
| 6.2.5 ช่องลมปรับอากาศ | ห่างหัวจ่ายลมหรือช่องลมกลับอย่างน้อย 910 มม. | อย่างน้อย 1 ม. | หัวที่วางห่าง 0.91–0.99 ม. ตามแบบเดิมไม่ผ่าน ต้องเช็กแบบฝ้าใหม่ |
| 6.2.6(2)(ก) คานลึก | คานลึก 0.1h ขึ้นไป ห่างกัน 0.4h ขึ้นไป ให้ติดที่เพดานระหว่างคาน | ต้องติดระหว่างคานทุกคานในแนวตั้งฉาก แนวขนานใช้ s | จำนวนหัวในอาคารที่มีคานลึกเพิ่มขึ้นมาก |
| 6.2.6(3) ทางเดินมีคานขวาง | กว้างไม่เกิน 4.6 ม. ใช้ระยะเพดานราบ | กว้างไม่เกิน 3.6 ม. ใช้ระยะทางเดิน 12 ม. · กว้างกว่านั้นใช้ 9.10 ม. | เกณฑ์ทางเดินตรงกับข้อ 6.2.2 |
| 6.3.1(3) หัวลำแสง (beam) | ต่ำจากเพดาน 300–750 มม. ตายตัวทุกความสูง | ตามตาราง 6.1 (300 มม. ที่เพดานไม่เกิน 8 ม. ไล่ถึง 750 มม. ที่ 25 ม.) · ติดลำแสงเสริมระดับต่ำลงมาได้ · ดูขีดจำกัดของผู้ผลิตประกอบ | รองรับการติดหลายระดับเพื่อแก้ปัญหาควันลอยไม่ถึงเพดานในโถงสูง · รูป 6.12 แก้ระยะจาก 18.00 เป็น 14.00 ม. ให้ตรงกับข้อความ |
| 6.4.2 ท่อหัวสุ่มตัวอย่างอากาศ (ASD) | ท่อสีขาวคาดแดงหรือส้ม หรือเขียน “แจ้งเหตุเพลิงไหม้” ทุก 2 ม. | ท่อชนิดอื่นตามผู้ผลิตได้ · ทำเครื่องหมาย “ASD” บนท่อทุกสีทุก 2 ม. (แถบกว้าง 25 มม. ตัวอักษรสูง 10 มม.) | แก้สเปกฉลากท่อ |
| 6.5.3 / 6.5.4 กล้องตรวจจับควัน (VSD) | มีหัวข้อแล้ว แต่ไม่บอกว่าพื้นที่ไหนใช้หรือไม่ควรใช้ | ใช้ได้: โถงสูง พื้นที่ระบายอากาศสูง จุดเสี่ยงเฉพาะ ภายนอกอาคาร · ไม่ควรใช้: มีไอน้ำ ไอเสียรถยก ฝุ่น ฝน แสงไม่พอหรือจ้าเกิน หรือพื้นที่ห้ามติดกล้อง · ถ้าใช้ไฟอินฟราเรดช่วย ไฟต้องมีแหล่งจ่ายที่กันไฟดับ | ใช้เป็นเกณฑ์คัดว่าโครงการไหนเสนอ VSD ได้ |
8. ภาคที่ 7 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวเพลิง
ข้อ 7.1 เขียนใหม่ทั้งข้อ บอกตรง ๆ ว่าหัวตรวจจับเปลวเพลิงเป็นอุปกรณ์ป้องกันทรัพย์สิน ตรวจไฟคุหรือไฟที่ลุกช้าไม่ได้ จึง “ไม่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ป้องกันชีวิต” และพื้นที่ตรวจจับต้องอยู่ในแนวสายตาของหัวตลอดเวลา
หัวข้อใหม่ 7.4 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวเพลิงชนิดภาพวิดีโอ (ร่าง 2561 มีแค่ชื่อชนิดนี้ในภาคผนวก ก) กำหนดไว้ดังนี้
- หลักการ — ใช้บริภัณฑ์วิเคราะห์ภาพจากกล้อง ดูขนาดและการขยายตัวของเปลว และต้องแยกเปลวจริงออกจากเปลวเทียมหรือเปลวจากกระบวนการผลิตได้
- ข้อจำกัด — ตรวจเปลวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น เปลวไฮโดรเจน และเปลวที่ซ่อนในควันดำหนาไม่ได้
- ใช้ได้ (7.4.1) — โถงสูง อุตสาหกรรมที่มีเชื้อเพลิงติดไฟง่าย พื้นที่เครื่องจักรและหลอมโลหะ พื้นที่ประจุแบตเตอรี่ ที่เก็บเชื้อเพลิง และพื้นที่ภายนอก เช่น ลานขนถ่าย สถานีจ่ายน้ำมัน อุโมงค์ อาคารจอดรถอัตโนมัติ
- ตำแหน่งกล้อง (7.4.2) — ติดผนัง โครงสร้าง หรือเสาที่มองเห็นพื้นที่ได้ไม่ถูกบัง ถ้าติดเสาไฟส่องสว่างต้องอยู่ต่ำกว่าดวงโคม และในภาพต้องไม่มีวัตถุสะท้อนแสงโดยตรง
- ไม่ควรใช้ (7.4.3) — มีสิ่งบัง แสงจ้า มีไอน้ำ หมอก หรือไอเสียเป็นปกติ หรือพื้นที่ห้ามติดกล้อง
- จำนวนกล้อง (7.4.4) — ต้องมองเห็นทั้งพื้นที่ ไม่มีจุดบอด และมุมมองของกล้องต้องทับซ้อนกัน · สายสัญญาณกล้องทุกชุดต้องตรวจคุมได้
9. ภาคที่ 8 ข้อกำหนดการติดตั้ง
ภาคนี้กระทบผู้ติดตั้งและการตรวจรับมากที่สุด โดยเฉพาะสายทนไฟและการทำเครื่องหมาย
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 8.11.2.4 สายทนไฟ | ดูภาคผนวก ค ซึ่งให้ผ่านมาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น IEC 60331, BS 6387, AS 3013 และทนไฟ 750 °C นาน 2 ชม. | เขียนในตัวมาตรฐาน: ต้องผ่านครบทั้งสาม คือ ทนไฟ (มอก. 2755 หรือ IEC 60331) + ก๊าซกรด (มอก. 2757 หรือ IEC 60754-1/-2) + ควัน (มอก. 2758 หรือ IEC 61034-2) | สายที่มีใบรับรองทนไฟอย่างเดียว เช่น BS 6387 อาจไม่ผ่านตามตัวอักษร ต้องขอผลทดสอบก๊าซกรดและควันประกอบ |
| 8.11.2.2 แรงดันตก | แรงดันตกหรือความต้านทานลูปไม่เกินค่าที่ผู้ผลิตกำหนด | ไม่เกินร้อยละ 5 | วงจรยาวอาจต้องเพิ่มขนาดสายหรือเพิ่มชุดจ่ายไฟ |
| 8.11.2.1 ขนาดสาย | ไม่เล็กกว่า 1.5 ตร.มม. | สายวงจร 1.5 ตร.มม. เท่าเดิม · สายไฟฟ้ากำลังไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม. | สายป้อนไฟเข้าแผงและชุดจ่ายไฟเสริมต้องใหญ่ขึ้น |
| 8.11.3.2 ช่องเดินสาย | สีเหลืองหรือส้ม แถบกว้าง 25 มม. ทุก 2 ม. | สีส้มเท่านั้น แถบกว้าง 30 มม. ทุก 3 ม. | สีเหลืองถูกกำหนดให้เป็นไฟฟ้าฉุกเฉินตามตารางรหัสสีในภาคผนวก ค.11 งานที่คาดเหลืองตามร่างเดิมจะไม่ผ่าน |
| 8.11.5(2) กล่องต่อสาย | ทาสีเหลืองหรือส้ม หรือ เขียน “แจ้งเหตุเพลิงไหม้” สูง 10 มม. | ทาสีส้ม และ เขียน “FA” สูงอย่างน้อย 20 มม. | ต้องทำทั้งสองอย่างทุกกล่อง |
| 8.8(2) ป้ายไฟแสดงผลระยะไกล | “แจ้งเหตุเพลิงไหม้” สูง 5 มม. | “FA” สูงอย่างน้อย 10 มม. | เปลี่ยนแบบป้าย |
| 8.7.2 ปุ่มแจ้งเหตุด้วยมือ (MCP) | ระยะเข้าถึงไม่เกิน 30 ม. (พื้นที่โล่ง) / 45 ม. (ตามแนวทางเดิน) | เพิ่มทางเลือก “หรือ” ระยะห่างระหว่างปุ่มไม่เกิน 60 ม. / 90 ม. | ตรวจแบบได้ง่ายขึ้น |
| 8.9.2 ประตูรั้ง | ครอบคลุมประตูกั้นควันและประตูกั้นไฟลาม | เหลือเฉพาะประตูกั้นควัน | ไม่สอดคล้องกับข้อ 2.5.8 ที่ยังพูดถึงประตูกั้นไฟลาม |
| 8.1 หมายเหตุ | ส่วนที่ไม่ได้กำหนด ให้ทำตามผู้ผลิต | ทำตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับล่าสุดก่อน แล้วจึงตามผู้ผลิต | อ้างคู่มือผู้ผลิตแทนมาตรฐานไฟฟ้าไม่ได้ |
| 8.2.1 ไฟฟ้าหลัก | 220 V | 230 V | ปรับตามแรงดันระบุ ไม่กระทบการเลือกแผง |
10. ภาคที่ 9 อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ
ค่าความเข้มแสงในตารางที่ 9.1 (ติดผนัง 12 แถว) และ 9.2 (ติดเพดาน 22 แถว) เท่าเดิมทุกค่า ที่เปลี่ยนคือเกณฑ์ความดังและห้องนอนผู้พิการ
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 9.1(2) พื้นที่สาธารณะ | ดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย 15 dB(A) และ ดังกว่าเสียงแวดล้อมสูงสุด 5 dB(A) | +15 dB(A) หรือ +5 dB(A) · วัดที่ความสูง 1.5 ม. จากพื้น ต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วินาที | ผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งก็พอ (NFPA 72 ใช้เกณฑ์ที่สูงกว่า ถ้าสเปกต้องการเข้มกว่าให้เขียนระบุเอง) |
| 9.1(3) พื้นที่ส่วนบุคคล | ดังกว่าเสียงแวดล้อมเฉลี่ย 10 dB(A) | +10 dB(A) หรือ +5 dB(A) เหนือเสียงแวดล้อมสูงสุด · ใช้วิธีวัดเดียวกับข้อ 9.1(2) | — |
| 9.1(4) ห้องนอน | 75 dB(A) ที่หมอน | 75 dB(A) ที่หมอนเท่าเดิม และทุกจุดในห้องต้องผ่านเกณฑ์ +15/+5 dB(A) ต่อเนื่อง 60 วินาที | — |
| 9.1(4.1) ใหม่ | — | ห้องนอนผู้พิการทางการได้ยิน ต้องมีไฟกะพริบเพิ่มที่จุดติดอุปกรณ์เสียง | โรงแรม หอพัก และโรงพยาบาลต้องกำหนดห้องที่รองรับ |
| 9.1(4.2) ใหม่ | — | ห้องนอนผู้พิการหรือผู้ที่ตื่นยาก ต้องมีอุปกรณ์แจ้งสัญญาณแบบสั่นสอดใต้หมอน | มาตรฐานไม่ได้กำหนดสเปกอุปกรณ์นี้ ต้องระบุเองในสเปก |
| 9.1(6) | อุปกรณ์ในโซนเดียวกันต้องทำงานพร้อมกัน (synchronized) | เพิ่ม: สัญญาณของระบบอื่นต้องแตกต่างจากสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ | เสียงและแสงของระบบกันขโมยหรือระบบแก๊สต้องแยกออกได้ |
11. ภาคที่ 10 ปฏิบัติการตรวจสอบ
| ข้อ | ร่าง 2561 | วสท. 021002-24 | ผลต่อหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 10.2.1(7) เวลาตอบสนอง | จากหัวตรวจจับทำงานถึงแผงบันทึกเหตุ ไม่เกิน 6 วินาที (30 วินาทีถ้าใช้การพิสูจน์สัญญาณ) | ไม่เกิน 10 วินาที (30 วินาทีเท่าเดิม) | เกณฑ์ตรวจรับผ่อนลง ใช้กับทุกระบบ |
| 10.1.3 ผู้รับรองการตรวจสอบ | วิศวกรทุกสาขา ระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร และต้องผ่านอบรมที่มีประกาศนียบัตรจาก วสท. หรือมีคุณสมบัติอื่นตามกฎหมาย | รับรองโดยวิศวกรไฟฟ้า หรือผู้ตรวจสอบตามกฎหมาย โดยไม่ระบุระดับใบอนุญาตและไม่ต้องมีใบอบรม | จำกัดสาขาเป็นไฟฟ้า แต่ไม่กำหนดระดับ ผู้ว่าจ้างควรระบุระดับใบ กว. ที่ต้องการใน TOR (แบบฟอร์มในภาคผนวก ฉ ยังมีช่อง “ใบ กว. เลขที่”) |
รายการทดสอบอื่นในข้อ 10.2.1 เท่าเดิม เช่น ค่าความเป็นฉนวนเทียบดินอย่างน้อย 0.5 MΩ และเปิดปิดเบรกเกอร์อย่างน้อย 5 ครั้ง เอกสารส่งมอบในข้อ 10.4 (แบบที่ติดตั้งจริง คู่มือ รายงาน logbook) ก็ไม่เปลี่ยน
12. ภาคผนวก
- ค. สายไฟฟ้าและรหัสสี — ตัด BS 6387, AS 3013, IEC 60332 และเกณฑ์ 750 °C/2 ชม. ออก ใช้ชุด มอก./IEC เดียวกับข้อ 8.11.2.4 · เพิ่ม ค.9 ให้ทดสอบค่าความเป็นฉนวนของสาย · เพิ่ม ค.11 ตารางรหัสสีช่องเดินสาย อ้างมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง (FA = ส้ม, E ไฟฟ้าฉุกเฉิน = เหลือง)
- จ. สัญลักษณ์ — เพิ่มสัญลักษณ์สายทนไฟ (FRC) และรีเลย์โมดูล (RM) พร้อมรูป จ.4–จ.5 ตัวอย่างวงจรที่ต้องใช้สายทนไฟ ทั้งระบบสามัญและระบบระบุตำแหน่ง
- ฉ. แบบรายงานการตรวจสอบ — ความถี่การตรวจสอบในตาราง ฉ.1 ทั้ง 14 รายการเดิมเท่าเดิมทุกแถว เพิ่มแถว “วัดค่าความเป็นฉนวนของสายสัญญาณ” เฉพาะการตรวจครั้งแรก
- ก. การเลือกใช้อุปกรณ์ — เพิ่มหลักการเลือกหัวเปลวเพลิง UV/IR พร้อมรูป ก.2 · ตาราง ก.1 เท่าเดิม · ตาราง ก.2 แก้แถวเดียว (อุตสาหกรรมกระดาษ)
- ข. รัศมีป้องกัน — รับเนื้อหาเพดานลาดและหลังคาพิเศษที่ย้ายมาจากภาคที่ 5 (ข.7–ข.9)
- ง. ตัวอย่างคำนวณแบตเตอรี่ — เท่าเดิมทุกตัวเลข
- เปลี่ยนตัวอักษร — ข้อมูลอัตราการคายความร้อน (HRR) ญ → ซ · การคำนวณแบบอิงสมรรถนะ ด → ฌ · คำศัพท์ ต → ญ (เพิ่มคำว่า Shop Drawing) เอกสารที่อ้างตัวอักษรตามร่างต้องแก้
13. ค่าที่ไม่เปลี่ยน ใช้ต่อได้เลย
| เรื่อง | ค่า (เท่ากันทั้งร่าง 2561 และฉบับ 2567) |
|---|---|
| โซนตรวจจับ | ระยะค้นหาไม่เกิน 30 ม. · พื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม. (โล่งมองเห็นทั่วไม่เกิน 2,000 ตร.ม.) · ทั้งอาคารเป็นโซนเดียวได้ถ้าไม่เกิน 500 ตร.ม. |
| วงจร SLC | ไม่เกิน 10 ชั้น / 20,000 ตร.ม. / 1,000 ชุด · คั่น isolator ทุก 250 ชุด |
| ประเภทอาคาร | อาคารขนาดเล็ก ใหญ่ ใหญ่พิเศษ (10,000 ตร.ม.) และอาคารสูง (23 ม.) ใช้เกณฑ์เดิม |
| แบตเตอรี่สำรอง | ปกติ 24 ชม. + แจ้งเหตุ 15 นาที คูณ 1.25 |
| แผงควบคุม | ขอบบนสูง 1.50–1.80 ม. · พื้นที่ว่างหน้าแผงลึก 1.00 ม. |
| ปุ่มแจ้งเหตุด้วยมือ | สูง 1.00–1.30 ม. · ห่างวงกบประตูทางออกไม่เกิน 1.50 ม. |
| การพิสูจน์สัญญาณ (verification) | สองครั้งในโซนเดียวกันภายใน 60 วินาที |
| การหน่วงเวลา | รับทราบภายใน 15 วินาที ตรวจสอบภายใน 180 วินาที รวมทุกขั้นไม่เกิน 10 นาที |
| เสียง | 65–110 dB(A) · ห้องนอน 75 dB(A) ที่หมอน · ดังต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วินาที |
| แสง | กะพริบ 1–2 ครั้ง/วินาที · ระยะห่างไม่เกิน 30 ม. · สูง 2.00–2.30 ม. · ค่า cd ทุกแถวของตาราง 9.1/9.2 |
| หัวความร้อน | ตาราง 5.1 ทั้ง 11 แถว · ห่างช่องลมปรับอากาศอย่างน้อย 1 ม. |
| หัวลำแสง | ติดสูง 2.70–25 ม. · ห่างกันไม่เกิน 14 ม. · ห่างผนัง 7 ม. / 3.5 ม. |
| หัวสุ่มตัวอย่างอากาศ | ควันเดินทางจากรูไกลสุดไม่เกิน 120 วินาที · โซนไม่เกิน 2,000 ตร.ม. |
| การเชื่อมระบบอื่น | บริภัณฑ์ต่อร่วมห่างแผงของระบบอื่นไม่เกิน 1.0 ม. · สายต้องตรวจคุมวงจร |
14. แล้วระบบไร้สายล่ะ?
คำถามนี้เจอบ่อยตั้งแต่อุปกรณ์แจ้งเหตุไร้สายแพร่หลาย เราค้นทั้งสองเล่มทุกหน้า ไม่พบข้อกำหนดเรื่องอุปกรณ์หรือเส้นทางสัญญาณแบบไร้สายเลย ทั้งในแง่อนุญาตและในแง่ห้าม คำว่า “วิทยุ” ที่ปรากฏในเล่มหมายถึงวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่เท่านั้น และฉบับ 2567 ไม่ได้เพิ่มเรื่องนี้
สิ่งที่ขยับคือข้อ 1.2 ที่ใช้คำว่า “สื่อกลางการเชื่อมต่อสัญญาณ” โดยไม่ระบุชนิด ส่วนข้อ 8.11.2.3 ยังเปิดทางให้ใช้วิธีเดินสายคมนาคมอื่นที่ทำงานได้เทียบเท่า เช่น ใยแก้ว ซึ่งยังเป็นวิธีที่ใช้สาย
ในทางปฏิบัติ ถ้าจะใช้ระบบไร้สายในงานที่อ้าง วสท. ผู้ออกแบบต้องแสดงว่าระบบทำสมรรถนะได้ตามข้อเดียวกับระบบเดินสาย ได้แก่ เวลาตอบสนองตามข้อ 10.2.1(7) แบตเตอรี่สำรอง และการตรวจคุมการเชื่อมต่อ ควรเลือกอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์สำหรับอุปกรณ์ไร้สาย เช่น EN 54-25 และตกลงกับเจ้าของงานและผู้ตรวจตั้งแต่ขั้นออกแบบ
15. จุดที่ฉบับ 2567 ยังเขียนไม่ตรงกันเอง
ระหว่างเทียบ เราพบหลายจุดที่ข้อความในเล่ม 2567 ขัดกันเอง ควรรู้ไว้ก่อนเจอคำถามจากผู้ตรวจ
- รัศมีหัวความร้อน — ข้อ 5.2.2 ใช้ 6.3 ม. แต่ข้อ 5.3.2 และภาคผนวก ข ใช้ 6.4 ม. ถ้าออกแบบด้วยวงกลมรัศมี ให้ใช้ 6.3 ม. ซึ่งเข้มกว่า
- แถวแรกใต้ยอดจั่ว (หัวความร้อน) — ข้อ 5.2.3(3) ให้อยู่ในระยะ 1 ม. จากแนวยอดจั่ว แต่ 5.2.3(4) ให้ 0.5–1.5 ม. ถ้าวางที่ 0.5–1.0 ม. จะผ่านทั้งสองข้อ
- ประตูกั้นไฟลาม — ข้อ 8.9.2 ตัดออกจากขอบเขต แต่ข้อ 2.5.8 ยังพูดถึงและอ้างกลับไปที่ 8.9.2
- การอ้างข้อแหล่งจ่ายไฟ — ข้อ 10.2.1(12) อ้างข้อ 9.2 ทั้งที่แหล่งจ่ายไฟอยู่ข้อ 8.2 (ผิดมาตั้งแต่ร่าง)
- แบบฟอร์มผู้ติดตั้ง — ภาคผนวก ฉ อ้าง “ภาคผนวก ซ” แต่แบบฟอร์มอยู่ภาคผนวก ช (ภาคผนวก ซ คือข้อมูล HRR)
- ผู้รับรองการตรวจสอบ — ข้อ 10.1.3 ไม่ระบุระดับใบอนุญาต แต่แบบฟอร์มยังมีช่อง “ใบ กว. เลขที่” และยังเรียกว่าผู้ปฏิบัติการตรวจสอบ
เช็กลิสต์ปรับสเปก แบบ และ TOR เดิมให้ตรงฉบับ 2567
- เปลี่ยนข้อความอ้างอิงเป็น “มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002-24” และเลิกอ้างเลขหน้าแบบ “6-3” หรืออักษรภาคผนวกตามร่าง
- ตั้งเกณฑ์ทดสอบเวลาตอบสนองไม่เกิน 10 วินาที (30 วินาทีถ้าใช้การพิสูจน์สัญญาณ) และระบุสาขากับระดับใบ กว. ของผู้รับรองการตรวจสอบให้ชัด
- สเปกสายทนไฟให้ระบุครบ 3 คุณสมบัติ: มอก. 2755/IEC 60331 + มอก. 2757/IEC 60754 + มอก. 2758/IEC 61034-2 และเลิกอ้าง BS 6387 อย่างเดียว
- คำนวณแรงดันตกทุกวงจรให้ไม่เกิน 5% และใช้สายไฟฟ้ากำลังอย่างน้อย 2.5 ตร.มม.
- ช่องเดินสายคาดสีส้ม 30 มม. ทุก 3 ม. · กล่องต่อสายทาส้มและเขียน “FA” สูง 20 มม. · ป้ายไฟแสดงผลระยะไกลเขียน “FA” สูง 10 มม.
- ตรวจโปรแกรมแผง: flow switch เป็นอินพุตเพลิงไหม้ · access control ปลดล็อกสองทิศเมื่อเข้าขั้นอพยพ · หัวควันประตูรั้งรายงานเข้าแผง
- เพิ่มหัวควันในท่อลมทุกระบบ หรือที่เครื่องส่งลมเย็นทุกชุดถ้าไม่มีท่อลมกลับ
- ทบทวนผังหัวตรวจจับ: ส่วนตรวจจับของหัวควันต่ำจากเพดานไม่เกิน 600 มม. · ห่างหัวจ่ายลมอย่างน้อย 1 ม. · คานลึกต้องมีหัวทุกช่อง · เพดานลาดคิดตามความสูงยอดจั่ว
- ห้องศูนย์สั่งการดับเพลิงอย่างน้อย 16 ตร.ม. พร้อมแผนจัดเจ้าหน้าที่ประจำ
- ระบบเสียง: ลำโพงในที่จอดรถของอาคารรวม · เสียงประกาศกับเสียงเตือนไม่ซ้อนกัน · จุดโทรศัพท์ฉุกเฉินครบตามข้อ 2.3.5.2 · ห้องนอนผู้พิการมีไฟกะพริบหรืออุปกรณ์สั่น
สรุป
ฉบับ 2567 ไม่ได้รื้อมาตรฐานใหม่ ตัวเลขหลักอย่างโซน 30 ม./1,000 ตร.ม. แบตเตอรี่ 24 ชม. + 15 นาที และความดังเสียงยังเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเงื่อนไขที่กระทบงานจริงหลายเรื่อง ผ่อนลงคือเวลาตอบสนอง 10 วินาที ระยะหัวควันบนเพดานสูง และการวางหัวบนเพดานตงถี่ เข้มขึ้นคือสายทนไฟ มอก. 3 ข้อ สีส้ม “FA” หัวควันในท่อลม flow switch ห้องศูนย์สั่งการ 16 ตร.ม. และระบบเสียงในที่จอดรถ งานที่ยังอ้างร่าง 2561 ควรไล่ตามเช็กลิสต์ข้างบนก่อนส่งแบบหรือตรวจรับ
รวมลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
- อาคารและโรงงานแบบไหน ต้องมีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้และระบบดับเพลิงอะไรบ้าง — คู่มือกฎหมายไทย
- NFPA 72 vs EN 54: ตารางอ้างอิงข้ามมาตรฐาน พร้อมจุดยืนของ วสท.
- NFPA · EN 54 · ISO 7240 · วสท. — 4 สายมาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
- หน่วงสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้นานเท่าไร? เพดานเวลาตาม NFPA 72 และ EN 54
- สรุปมาตรฐาน วสท. 021002-24 ฉบับใช้งานหน้างาน: โซน ระยะหัวตรวจจับ เสียง แบตเตอรี่ และการตรวจรับ
- ใช้ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไร้สายในงานที่อ้าง วสท. 021002-24 ได้ไหม? เช็ก Hikvision LoRa และ Ajax EN54 ทีละข้อ
- มาตรฐาน EN 54 คืออะไร? รู้จักทุกพาร์ตของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
- มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2567 (วสท. 021002-24) — ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
- วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
- สินค้า Fire Safety ที่ NVK จัดจำหน่าย
- สอบถาม / ขอใบเสนอราคา ทาง LINE @nvkinter



