ตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional เป็นหัวใจของระบบป้องกันอัคคีภัย หากปล่อยไม่เช็กเป็นประจำ อาจมีอาการผิดพลาดเมื่อต้องใช้งานจริง เช็กลิสต์ในบทความนี้ออกแบบมาสำหรับช่างอาคาร คู่ค้า และผู้ดูแลอาคาร สามารถทำเองได้ในเวลาอันสั้น ไม่ต้องพึ่งช่างพิเศษ
เนื้อหาครอบคลุม 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การเช็ก LED และสัญญาณเตือน การตรวจสอบแบตเตอรี่สำรอง และการอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่าน USB สำหรับรุ่น HF-C104 / HF-C108 ทำตามขั้นตอนได้ง่าย ไม่งง ช่วยให้ตู้แจ้งเหตุพร้อมทำงานทุกเวลา
1. เช็ก LED สัญญาณและปุ่มควบคุม ภายใน 5 นาที
งานเช็กประจำเดือนข้อแรกที่แนะนำให้ทำเสมอ คือการตรวจสอบ LED สัญญาณและปุ่มควบคุมบนตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ เพราะ LED ทุกดวงบนหน้าจอเป็นตัวบอกสถานะการทำงานของระบบทั้งหมด ตั้งแต่ไฟเข้า ระบบทำงานปกติ จนถึงอาการผิดพลาดต่างๆ
เริ่มต้นด้วยการเช็ก LED ทุกดวงบนหน้าจอตู้ให้ครบทุกตัว ได้แก่ Power, General Fault, System Fault, Battery Fault และ Zone indicator LED ทุกโซน เปรียบเทียบสีและสถานะของแต่ละดวงตามที่ระบุไว้ในคู่มือผู้ใช้เพื่อยืนยันว่าระบบทำงานปกติ
สำหรับช่างหรือผู้ดูแลระบบที่ต้องการบันทึกผลได้ง่าย สามารถอ้างอิงตารางเช็กเบื้องต้นได้ดังนี้
| ชื่อ LED | สถานะปกติ | สถานะผิดพลาด | การดำเนินการเบื้องต้น |
|---|---|---|---|
| Power | ติดสีเขียวคงที่ | ดับ หรือกะพริบ | ตรวจสอบสายไฟจ่ายไฟเข้าตู้ และฟิวส์หลัก |
| General Fault | ดับ | ติดสีแดง หรือกะพริบ | ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบทั่วไป เช่น สายเคเบิลที่ขาดหลุด |
| System Fault | ดับ | ติดสีแดงคงที่ | ตรวจสอบการทำงานของระบบหลัก ติดต่อช่างเทคนิคหากไม่พบสาเหตุ |
| Battery Fault | ดับ | ติดสีเหลือง หรือแดง | ตรวจสอบแบตเตอรี่สำรอง และแรงดันไฟฟ้าแบต |
| Zone indicator LED | ดับ (ยกเว้นระหว่างการทดสอบ) | ติดสีแดงเมื่อไม่มีเหตุเพลิง | ตรวจสอบอุปกรณ์ตรวจจับในโซนนั้น เช่น สายขาด อุปกรณ์ชำรุด |
หลังจากเช็ก LED เสร็จ ให้ทดสอบปุ่มควบคุม 2 ปุ่มหลักดังนี้
- ปุ่ม Buzzer Mute กดเพื่อปิดเสียงเตือนชั่วคราว ตรวจสอบว่าปุ่มกดได้ปกติ ไม่ติดขัด และเสียงดังจริงตามหน้าที่
- ปุ่ม Reset กดเพื่อรีเซ็ตสัญญาณเตือน หลังการทดสอบเสร็จ ให้สังเกตว่าระบบกลับมาสถานะปกติ LED ทุกดวงกลับสู่สถานะปกติเสมอ
สุดท้ายอย่าลืมจดบันทึกผลการเช็กทุกครั้งไว้ในสมุดบันทึกหรือฟอร์มตรวจสอบระบบ เพื่อติดตามอาการผิดพลาดที่อาจเกิดซ้ำในเดือนถัดไป และเป็นข้อมูลอ้างอิงเมื่อต้องติดต่อช่างซ่อมบำรุงในภายหลัง
2. ตรวจสอบแบตเตอรี่สำรอง ไม่ให้หมดเมื่อไฟดับ
แบตเตอรี่สำรองมีหน้าที่ให้ไฟฟ้าแก่ระบบเมื่อไฟฟ้าหลังขาด ถ้าแบตเตอรี่เสีย ระบบจะทำงานไม่ได้เมื่อฉุกเฉิน ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาสแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทันเวลา
การตรวจสอบแบตเตอรี่ทุกเดือนช่วยค้นพบปัญหาเร็ว ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิด ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษมากนัก ทำเองได้ตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนตรวจสอบแบตเตอรี่สำรอง
- เช็ก LED สถานะ Battery Fault บนตู้ ถ้าไฟสีแดงติด หรือขึ้นสัญญาณ Fault ให้ตรวจสอบสายต่อและสภาพแบตเตอรี่ทันที ไม่ปล่อยทิ้งไว้
- ตรวจสอบสายต่อแบตเตอรี่ ดูว่าสายต่อหลวม มีรอยสนิม หรือเสียหายหรือไม่ ถ้าพบปัญหาให้ขันขั้วต่อหรือเปลี่ยนสายทันที
- ทดสอบตัดไฟฟ้าหลักชั่วคราว เพื่อสาธิตการทำงานของแบตเตอรี่สำรอง ระบบต้องทำงานต่อเนื่องไม่ขาดสาย เสร็จแล้วอย่าลืมเปิดไฟฟ้าหลักกลับคืน
- บันทึกผลการตรวจสอบ จดว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ รวมถึงวันที่ทำการตรวจสอบ เพื่อติดตามสภาพแบตเตอรี่ในระยะยาว
สิ่งที่ต้องสังเกตเพิ่มเติม
เช็กอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ปกติแบตเตอรี่ระบบไฟจะมีอายุการใช้งานจนถึงหลายปี แต่ควรตรวจสอบสภาพทุกเดือนเพื่อป้องกันปัญหาไม่คาดคิด
ถ้าพบว่าแบตเตอรี่ไม่สามารถถือโหลดได้ หรือมีรอยบวม รั่ว ให้เปลี่ยนทันที และจดบันทึกวันที่เปลี่ยนเพื่อติดตาม
หมายเหตุ: ถ้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับสภาพแบตเตอรี่ หรือไม่รู้ว่าต้องใช้แบตเตอรี่รุ่นไหน ให้ปรึกษาผู้ให้บริการระบบป้องกันอัคคีภัยที่เชื่อถือได้
3. อัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่าน USB สำหรับรุ่น HF-C104 / HF-C108
การอัปเกรดเฟิร์มแวร์ช่วยแก้บัคที่พบการใช้งาน ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของตู้แจ้งเหตุ และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยใช้งานได้สะดวกขึ้น สำหรับรุ่น HF-C104 และ HF-C108 ทำได้เองผ่านพอร์ต USB บนบอร์ดภายในตู้ ไม่ต้องส่งตู้เข้าศูนย์ซ่อม
ก่อนเริ่มขั้นตอน เตรียมแฟลชไดร์ฟ USB ที่ฟอร์แมตเป็นระบบไฟล์ FAT32 เท่านั้น เสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับพอร์ต USB บนบอร์ดตู้แจ้งเหตุเรียบร้อยก่อนดำเนินการอัปเกรด
ขั้นตอนอัปเกรดเฟิร์มแวร์
- เข้าสู่ระดับสิทธิ์ผู้ดูแล
กดปุ่ม Admin Control ค้างไว้ 3 วินาทีเพื่อเข้าสู่ระดับ L2 จากนั้นกดปุ่ม Admin Control + Buzzer Mute พร้อมกันเพื่อเข้าสู่ระดับสิทธิ์สูงสุด L3 - เริ่มทำการอัปเกรด
กดปุ่ม USB บนบอร์ดค้างไว้มากกว่า 10 วินาที ระบบจะเริ่มทำการอัปเกรด โดยคุณจะสังเกตเห็น LED 8 กะพริบ 13 ครั้งก่อนที่จะติดค้าง - รอจนการอัปเกรดเสร็จสมบูรณ์
รอประมาณ 1 นาทีให้ระบบประมวลผลสิ้นสุด สัญญาณยืนยันว่าเสร็จแล้วคือ LED 8 จะติดค้าง และ LED 9 จะติดค้างเป็นเวลา 5 วินาที - รีสตาร์ทระบบเพื่อใช้งานเวอร์ชันใหม่
กดปุ่ม RST บนบอร์ดเพื่อให้คอนโทรลเลอร์รีสตาร์ท เมื่อระบบเปิดขึ้นมาจะใช้เฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่ทันที
ข้อควรระวังสำคัญ
- ห้ามถอดแฟลชไดร์ฟ USB ออกจากตู้ในขณะที่กำลังอัปเกรดอยู่ อาจทำให้ระบบเสียหายได้
- ห้ามตัดไฟฟ้าตู้แจ้งเหตุระหว่างการอัปเกรด ไม่เช่นนั้นอาจทำให้บูตระบบไม่ได้
- ก่อนเริ่มอัปเกรด ให้ตรวจสอบยืนยันว่าแฟลชไดร์ฟฟอร์แมตเป็น FAT32 แล้ว ระบบจะไม่รองรับระบบไฟล์อื่น
- ถ้าหลังอัปเกรดพบอาการผิดปกติ เช่น LED แสดงสถานะไม่ตรง หรือระบบทำงานผิดปกติ สามารถติดต่อทีมเทคนิคของ NVK เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
หากต้องการไฟล์เฟิร์มแวร์ล่าสุดสำหรับรุ่น HF-C104 / HF-C108 หรือมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อ NVK ได้ที่ LINE @nvkinter หรือโทร 02-940-2070
สิ่งที่ต้องทำหลังเช็กเสร็จทุกเดือน
การเช็กรายเดือนไม่ใช่แค่ตรวจอาการปกติแล้วจบลง จดบันทึกผลการตรวจสอบทุกรายการ เป็นขั้นตอนที่ช่วยติดตามอาการผิดพลาดในระยะยาวได้ชัดเจน สามารถบันทึกลงในสมุดบันทึกประจำห้องเครื่อง หรือระบบดูแลอาคารของคุณก็ได้
เมื่อพบอาการผิดปกติที่แก้ไขไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น บอร์ดเสีย โปรแกรมแครช หรือสัญญาณแจ้งเตือนผิดปกติไม่หาย แม้จะทำตามคู่มือแก้ไขเบื้องต้นแล้วก็ตาม ให้ติดต่อผู้จัดจำหน่ายทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือแก้ไขเองโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิง เพราะอาจทำให้ความเสียหายแพร่ไปยังส่วนอื่นของระบบได้
การตรวจสอบเพิ่มเติมที่ต้องทำเป็นครึ่งปีหนึ่ง
นอกจากเช็กรายเดือนของตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional แล้ว ยังต้องทดสอบระบบรวมกับอุปกรณ์อื่นเป็นครึ่งปีหนึ่งด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทั้งระบบทำงานได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุจริง
- ทดสอบการทำงานของหัวตรวจจับควัน ทุกจุดติดตั้ง
- ตรวจสอบสัญญาณเตือนเสียงและไฟกระพริบทุกหน่วย
- ทดสอบการส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับระบบ
สำหรับรุ่น HF-C108 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลระบบ หรือต้องการสินค้าอุปกรณ์เสริมที่ใช้คู่กับตู้แจ้งเหตุ สามารถติดต่อทีมสนับสนุนของ NVK ได้ตลอดเวลา
ติดต่อ N.V.K. INTER CO., LTD. ผ่าน LINE @nvkinter (https://line.me/R/ti/p/@nvkinter) หรือโทร 02-940-2070



