สำหรับงานระบบเพลิงไหม้ขนาดเล็กถึงกลาง ที่ต้องการตู้ควบคุมที่ใช้งานง่าย ติดตั้งเร็ว และมีพอร์ตครบพอใช้ HF-C108 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายผู้รับเหมาค้นหา นี่คือตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ประเภท Conventional 8 โซน ที่รองรับอุปกรณ์ตรวจจับสาย และสามารถเชื่อมต่อแพลตฟอร์มได้ตามความต้องการใช้งาน
บทความนี้สรุปสเปกหลัก จุดเด่น แผนภาพการต่อ และงานที่เหมาะสมของ HF-C108 ทั้งหมดในที่เดียว เพื่อช่วยผู้รับเหมาตัดสินใจเลือกใช้งานได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องขุดดูคู่มือยาวๆ หลายเล่ม
ภาพรวม HF-C108 ตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional 8 โซน
HF-C108 เป็น Conventional Fire Alarm Control Panel ที่ออกแบบมาสำหรับตรวจจับเหตุเพลิงไหม้ และส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์มทันทีเมื่อมีอุปกรณ์ปลายทางส่งสัญญาณอาลาร์ม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ขนาดกลางถึงเล็ก ที่มีพื้นที่ป้องกันอย่างเป็นกลุ่ม
ตู้รองรับอุปกรณ์ไฮบริด ทั้งสายและไร้สายในตัวเดียว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบงานได้มากขึ้น
- เชื่อมต่ออุปกรณ์สายประเภท Conventional ได้ตามมาตรฐาน
- รองรับอุปกรณ์ไร้สายหลายประเภท เช่น เครื่องตรวจจับควัน ไซเรนไฟ-แสง ปุ่มกดแจ้งเหตุ (manual call point)
ตัวตู้ทำจากวัสดุโลหะ บางเฉียบ มีพับประตูแบบซ่อน ให้ลักษณะเรียบเนียน และรองรับการติดตั้ง 2 แบบ ได้แก่ แขวนผนังและฝังผนัง เหมาะกับอาคารที่ต้องการความสวยงามหรือต้องการประหยัดพื้นที่ผนัง
น้ำหนักรวมแบตเตอรี่สำรอง 2 ก้อน และบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 4.9 กก. น้ำหนักไม่มาก ทำให้ช่างติดตั้งถือและยกติดตั้งบนผนังได้ง่าย ไม่ยากในการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ทำงาน
สเปกหลักที่ผู้รับเหมาต้องรู้ (สรุปจาก Datasheet)
สเปกของ HF-C108 ออกแบบมาสำหรับงานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional ขนาดกลาง ถึงขนาดเล็ก ที่ต้องการความน่าเชื่อถือและการติดตั้งที่ไม่ซับซ้อน ผู้รับเหมาสามารถอ้างอิงสเปกเหล่านี้ในการคำนวณขอบเขตงานและเลือกอุปกรณ์คู่ได้เลย
หัวข้อสเปกสำคัญแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ความจุโซน พารามิเตอร์สายสื่อสาร อินเทอร์เฟซ พาวเวอร์ และสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งครอบคลุมทุกประเด็นที่ต้องใช้ในการออกแบบระบบ
1. ความจุโซนและจำนวนอุปกรณ์
- รองรับทั้งหมด 8 โซน Conventional
- โซนละสูงสุด 32 อุปกรณ์ Conventional (เช่น สูบควัน ปุ่มกดแจ้งเหตุ)
- รวมทั้งระบบสูงสุด 256 node
ความจุนี้เหมาะสำหรับอาคารที่แบ่งพื้นที่ป้องกันได้ชัดเจน ไม่ต้องจัดการโซนจำนวนมาก ช่วยลดความซับซ้อนในการเดินสายและตั้งค่าระบบ
2. พารามิเตอร์สายสื่อสารและระยะทาง
- ใช้สาย RVS 2*1.5 mm² ชนิดทนไฟ
- ระยะทางสื่อสารสูงสุด 500 เมตร นับจากตู้ควบคุมถึงอุปกรณ์ปลายสาย
สเปคนี้ช่วยให้ผู้รับเหมาคำนวณความยาวสายและขอบเขตของแต่ละโซนได้ก่อนออกเดินงาน ลดปัญหาสัญญาณอ่อนหรือการตกหล่นของอุปกรณ์ภายหลัง
3. อินเทอร์เฟซและฟังก์ชันพื้นฐาน
ตู้ HF-C108 มีอินเทอร์เฟซครบครันสำหรับต่ออุปกรณ์เสริมและระบบอื่น ได้แก่ Ethernet 1 ช่อง Auxiliary Power 4 ช่อง USB 1 ช่อง 24V out 1 ช่อง Fire Bell Output 2 ช่อง Fire Alarm Relay Out 1 ช่อง Fault Relay Out 1 ช่อง และ RS-485 1 ช่อง
- ความดังเสียงอาลาร์ม 75dB ที่ระยะ 1 เมตร
- มีไฟแจ้งเหตุสีเปลวไฟคู่กับบัสเซอร์ความดัง 85dB สำหรับแจ้งเตือนภาพและเสียง
- รองรับฟังก์ชันพื้นฐาน Local Silence, Reset, Self-Test
ฟังก์ชัน Self-Test ช่วยลดเวลาตรวจสอบระบบขั้นตอนแรกของช่าง ส่วน Local Silence และ Reset รองรับการดำเนินงานขณะเกิดเหตุหรือทดสอบระบบได้อย่างยืดหยุ่น
4. พาวเวอร์และสภาพแวดล้อมการทำงาน
- ไฟหลัก: 90V~270V / 50Hz~60Hz
- ไฟสำรอง: แบตเตอรี่ 12V 2200 mAh จำนวน 2 ก้อน
- อุณหภูมิทำงาน -10°C ถึง 55°C
- ความชื้นทำงาน 5%~95% ไม่ควบแน่น
ช่วงไฟเข้าที่กว้างรองรับแหล่งจ่ายไฟที่อาจมีการผันผวนได้ ส่วนไฟสำรองรับประกันว่าระบบยังทำงานต่อได้แม้จะขาดไฟหลัก ส่วนสภาพแวดล้อมการทำงานเหมาะกับการติดตั้งในอาคารทั่วไปในประเทศไทย
หากต้องการสเปกรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับเสนองานหรือออกแบบระบบ สามารถติดต่อทีมเทคนิคของ NVK เพื่อขอไฟล์ datasheet แบบเต็มได้
จุดเด่นที่เหมาะกับงานติดตั้งจริงของช่างผู้รับเหมา
HF-C108 ออกแบบมาสำหรับงานติดตั้งจริงของช่าง ผู้รับเหมา ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมอุปกรณ์เสริมเพิ่มมากมาย พอร์ตครบครันในตัวเดียวครบทุกความต้องการพื้นฐานของระบบเพลิงไหม้ ขนาดกะทัดรัดเหมาะกับพื้นที่จำกัด และมีฟังก์ชันช่วยงานช่างตั้งแต่ติดตั้งจนถึงบำรุงรักษา
1. พอร์ตครบครัน ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่ม
ตู้รุ่นนี้มาพร้อมพอร์ตที่ใช้งานบ่อยครบหมด ช่างไม่ต้องซื้อ module เสริมเพิ่ม หรือวางสายเกินความจำเป็น ลดต้นทุนและเวลาติดตั้งได้มาก
- Ethernet 1 ช่อง สำหรับเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์กส่งข้อมูลไปแพลตฟอร์ม
- RS485 1 ช่อง สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์รองรับโปรโตคอล RS485
- I/O และไฟออก 24V 500mA สำหรับอุปกรณ์เสริมทั่วไป
- ไฟออกกระดิ่งเพลิง 2 ช่อง รองรับกระดิ่งหลายตัวโดยตรง
- รีเลย์อาลาร์ม 1 ช่อง และรีเลย์ฟอลต์ 1 ช่อง สำหรับเชื่อมต่อระบบอื่นๆ ตามความต้องการ
2. ขนาดตู้กะทัดรัด เหมาะกับพื้นที่จำกัด
ตู้มีขนาดกว้าง 300 x สูง 220 x ลึก 80 มิลลิเมตร ตัวบางและมีบานพับแบบซ่อน รองรับทั้งติดผนังและฝังตู้ได้ เหมาะกับงานที่มีพื้นที่วางตู้จำกัด เช่น หอพัก คอนโดเล็กๆ หรือร้านค้าขนาดกลาง
3. มีแบตเตอรี่สำรองในตัว ใช้งานต่อได้เมื่อไฟหลักขาด
ตู้มาพร้อมแบตเตอรี่สำรอง 12V 2200mAh จำนวน 2 ก้อน ในตัว ติดตั้งเสร็จใช้งานได้ทันที ไม่ต้องซื้อแบตเพิ่ม แบตจะช่วยให้ระบบทำงานต่อเนื่อง แม้ไฟฟ้าหลักจะขาดไปก็ตาม
4. ฟังก์ชันดีบักในตัว บำรุงรักษาง่าย
ตู้มีฟังก์ชันทดสอบตัวเองและตรวจสอบสถานะระบบหลายมิติในตัว ช่างสามารถตรวจสอบปัญหาได้เร็ว ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ดีบักเพิ่มเติม ช่วยลดเวลาดีบักและบำรุงรักษาในภายหลัง
5. แสดงสถานะและความแรงสัญญาณชัดเจน ติดตั้งปรับแต่งง่าย
หน้าตู้แสดงสถานะอาลาร์ม ชัดเจน พร้อมแสดงความแรงสัญญาณของอุปกรณ์แต่ละจุด ช่างติดตั้งสามารถปรับตำแหน่งอุปกรณ์ หรือตรวจสอบสายสัญญาณได้ง่าย ไม่ต้องเดาปัญหา
6. รองรับหลายโหมดการทำงาน ครบสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบรองรับทั้งโหมดแจ้งเตือนอัตโนมัติ แจ้งเตือนด้วยมือ และโหมดจัดการหลายระดับสำหรับอาลาร์ม อาจปรับแต่งโหมดการทำงานให้เหมาะกับลักษณะงานแต่ละแห่งได้ เช่น งานหอพัก งานโรงงาน หรืองานศาลาแดงที่มีการใช้งานแตกต่างกัน
แผนภาพการต่อระบบ HF-C108 ง่ายต่อการออกแบบงาน
การออกแบบและต่อระบบ HF-C108 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนอุปกรณ์ตรวจจับ (อินพุต) ส่วนตู้ควบคุมหลัก และส่วนเอาต์พุตแจ้งเตือน + ส่วนเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม โครงสร้างชัดเจน ทำให้ช่างวางแผนสายและติดตั้งได้เร็ว ไม่สับสน
ด้านอินพุต (อุปกรณ์ตรวจจับ 8 โซน)
ตู้รองรับอุปกรณ์ประเภท Conventional ทุกชนิดที่ใช้กันทั่วไป แบ่งตามโซน 1 ถึง 8 ได้ดังนี้
- เครื่องตรวจจับควัน (smoke detector)
- เครื่องตรวจจับความร้อน (heat detector)
- ปุ่มกดแจ้งเหตุ (manual call point)
- สูงสุด 32 ตัวต่อโซน รวมทั้งหมด 256 จุดต่อตู้
ด้านเอาต์พุต (อุปกรณ์แจ้งเตือน)
ช่องเอาต์พุตครบตามความต้องการงานมาตรฐาน ไม่ต้องเพิ่มอุปกรณ์เสริมมากนัก สามารถต่ออุปกรณ์ได้ดังนี้
- กระดิ่งเพลิง 2 ช่อง ไฟ 27.5V/500mA รวมทุกช่อง
- ไซเรนไฟ-แสง และอุปกรณ์แจ้งเตือนอื่นๆ ตามสเปคที่รองรับ
- มี relay สำหรับสัญญาณอาลาร์มและสัญญาณ fault เพื่อต่อกับระบบอื่นๆ ได้
ด้านการสื่อสารและการขยายระบบ
ตู้มีช่องสื่อสารครบสำหรับทั้งการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มและการขยายระบบในอนาคต
- Ethernet 1 ช่อง ต่อเข้าเครือข่าย เพื่อส่งสัญญาณอาลาร์มไปยังแพลตฟอร์ม และจัดการระบบระยะไกล
- RS485 1 ช่อง สำหรับต่ออุปกรณ์ขยายระบบอื่นๆ ที่รองรับโปรโตคอลเดียวกัน
ด้านพาวเวอร์
ระบบไฟรองรับไฟหลักที่ผันผวนได้กว้าง และมีช่องต่อแบตเตอรี่สำรองตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัย
- ไฟหลัก 90-270V AC ใช้ได้กับทั้งระบบไฟ 220V มาตรฐานไทย
- แบตเตอรี่สำรอง 12V 2 ก้อน สำรองใช้งานเมื่อไฟดับ
เกี่ยวกับสายและระยะทาง
สำหรับการต่ออุปกรณ์โซน ให้ใช้สาย RVS 2*1.5 mm² ทนไฟ ระยะทางสูงสุด 500 เมตรต่อโซน ช่วยให้คำนวณความยาวสายและออกแบบเส้นทางได้ง่ายขึ้น
ระยะทางนี้วัดจากตู้ควบคุมถึงอุปกรณ์ปลายสุดของโซนนั้นๆ หากงานมีโซนที่ระยะทางเกินค่าที่ระบุ ให้ปรึกษาผู้ให้บริการก่อนออกแบบงาน
เหมาะกับงานแบบไหน? งานขนาดไหนจึงควรเลือกรุ่นนี้
HF-C108 ตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Conventional 8 โซน เหมาะกับโครงการขนาดเล็กถึงกลาง ที่มีพื้นที่ป้องกันเข้มข้น ไม่ต้องการระบบ Addressable ที่ซับซ้อน ระบบนี้ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการการป้องกันไฟที่เชื่อถือได้ แต่ไม่ต้องใช้ฟีเจอร์ระบุตำแหน่งอุปกรณ์ที่ละเอียดจนเกินความจำเป็น
จากข้อมูลจาก Datasheet สถานที่ที่เหมาะสมกับการใช้ HF-C108 ได้แก่ หอพัก คอนโดมิเนียมขนาดเล็ก บ้านพักสาธารณะ บ้านพักผู้สูงอายุ ศาลเจ้า วัด ตลาดสด อาคารสูงขนาดเล็ก และโรงงานขนาดกลาง ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่สามารถแบ่งโซนป้องกันได้ชัดเจน และมีจำนวนอุปกรณ์ไม่มากเกินไป
สำหรับงานประมูลราคาประหยัด HF-C108 มีข้อได้เปรียบหลายประการ ราคาพอดีจ่าย มีสเปกครบพอใช้ ติดตั้งและบำรุงรักษาไม่ยาก ไม่ต้องส่งคนเฉพาะทางดูแล ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้รับเหมาและเจ้าของอาคารได้มากมาย
อย่างไรก็ตาม มีกรณีที่ไม่แนะนำให้ใช้ HF-C108 ได้แก่
- งานขนาดใหญ่ที่ต้องการระบุตำแหน่งอุปกรณ์ที่แจ้งเตือนได้ละเอียด ควรใช้ระบบ Addressable แทน
- งานที่มีอุปกรณ์มากกว่า 256 จุด เนื่องจาก HF-C108 รองรับสูงสุด 8 โซน พร้อมอุปกรณ์สูงสุด 32 ตัวต่อโซน รวมทั้งหมด 256 จุด
นอกจากนี้ HF-C108 ยังเหมาะกับงานที่ต้องการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มจัดการระยะไกล เพื่อแจ้งเตือนผู้ดูแลได้ทันทีเมื่อมีเหตุ รองรับการเชื่อมต่อผ่านอีเธอร์เน็ต สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์มได้ทันทีเมื่อตรวจพบเหตุเพลิงไหม้หรือเหตุการณ์ผิดปกติ
ข้อควรระวังก่อนติดตั้ง และวิธีขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก NVK
ก่อนเริ่มติดตั้ง HF-C108 ผู้รับเหมาควรตรวจสอบข้อกำหนดพื้นฐานหลายประการ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสัญญาณผิดพลาด หรือการทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพในภายหลัง โดยเฉพาะสายสื่อสารและขนาดตู้ที่ส่งผลโดยตรงต่อความเสถียรของระบบ
ข้อควรระวังด้านสายสื่อสารและไฟฟ้า
- ต้องใช้สายสื่อสาร RVS 2*1.5 mm² สายทนไฟเท่านั้น ไม่แนะนำใช้สายที่มีขนาดเล็กกว่า เพราะจะส่งผลต่อระยะทางสูงสุดและความเสถียรของสัญญาณสู่อุปกรณ์แต่ละโซน
- แบตเตอรี่สำรองมีอายุการใช้งานจำกัด ต้องตรวจสอบสภาพและประสิทธิภาพเป็นประจำตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานได้ตามปกติเมื่อไฟฟ้าหลักขาด
ข้อควรระวังด้านการติดตั้งตู้และการตั้งค่า
- หากเลือกวิธีติดตั้งตู้ฝังผนัง ต้องตรวจสอบขนาดรูฝังให้พอดีกับขนาดตู้ที่กำหนด คือ กว้าง 300 x สูง 220 x ลึก 80 มม. เพื่อป้องกันปัญหาติดตั้งไม่สนิทหรือไม่พอดี
- การตั้งค่า Dip Switch และปุ่ม USE ต้องทำตามคู่มือการใช้งานอย่างเคร่งครัด การตั้งค่าผิดอาจทำให้โหมดทำงานของระบบผิดพลาด หรือแจ้งเหตุไม่ถูกต้อง
สำหรับผู้รับเหมาที่ต้องการขอสเปกรายละเอียด ใบเสนอราคา หรือคำแนะนำการออกแบบงานสำหรับ HF-C108 สามารถติดต่อ NVK ได้โดยตรง ทางทีมงานพร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะกับงานของคุณ
ติดต่อ NVK ได้ที่ไลน์ @nvkinter หรือโทรศัพท์ 02-940-2070



