หน้าแรกบทความเทคนิค & สินค้าใหม่
🔧 เทคนิค & สินค้าใหม่Hikvision

กสทช. เปิดย่าน 1880–1900 MHz ให้ไมโครโฟนไร้สาย DECT — เปลี่ยนอะไรกับงานระบบเสียง

2026-08-19·อ่าน 9 นาที

ใครที่ทำงานระบบเสียงในไทยมาสักพัก น่าจะเคยเจอฉากนี้ — ไมค์ลอยชุดที่ใช้มาสามปีดี ๆ อยู่ วันหนึ่งเสียงเริ่มขาดหาย เพราะมีคนเอาชุดใหม่มาใช้ในตึกเดียวกัน หรือหนักกว่านั้นคือถูกแจ้งว่าความถี่ที่ใช้อยู่ต้องปรับจูนใหม่

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ไม่ดี แต่เกิดจากที่ที่มันอยู่ — ย่าน UHF เป็นย่านที่แออัดและถูกบีบมาต่อเนื่อง ไมโครโฟนไร้สายต้องอยู่ร่วมกับทีวีดิจิทัลและบริการอื่นบนคลื่นเดียวกัน และเมื่อมีการจัดสรรคลื่นใหม่ทีไร ไมค์ลอยคือฝ่ายที่ต้องขยับทุกที ในไทยเองก็มีการกำหนดให้ปรับจูนความถี่ไมโครโฟนไร้สายมาอยู่ในช่วงที่แคบลง

ย่าน 1880–1900 MHz ที่ กสทช. เปิดให้ใช้เพิ่ม จึงไม่ใช่แค่ "ได้คลื่นเพิ่มอีกช่อง"

กสทช. อนุมัติอะไร

กสทช. เห็นชอบร่างประกาศเกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่สำหรับไมโครโฟนไร้สาย โดยเพิ่มการใช้เทคโนโลยี DECT (Digital Enhanced Cordless Telecommunications) ในย่าน 1880–1900 MHz เพื่อรองรับงานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ขนาดใหญ่ ตามข่าวเมื่อ ธันวาคม 2567 และมีความคืบหน้าต่อเนื่องถึง ปลายปี 2568

สาระสำคัญมี 2 ข้อ

1. เพิ่มย่าน 1880–1900 MHz สำหรับ DECT — เป็นย่านที่กันไว้ให้อุปกรณ์ประเภทนี้โดยเฉพาะ ไม่ต้องแย่งกับทีวีดิจิทัล

2. ปรับมาตรฐานทางเทคนิคให้รองรับช่องสัญญาณกว้างกว่า 200 kHz — เปิดทางให้ระบบ WMAS (Wireless Multichannel Audio System) ซึ่งเป็นแนวทางที่ยัดหลายช่องเสียงลงในช่องสัญญาณกว้างช่องเดียว แทนการจองความถี่แคบ ๆ ทีละช่องแบบเดิม

ก่อนออกแบบงานจริง ควรอ่านตัวประกาศฉบับที่ประกาศใช้เพื่อดูเงื่อนไขกำลังส่งและข้อกำหนดอุปกรณ์ให้ครบ — ข่าวสรุปเนื้อหาหลักไว้ แต่รายละเอียดที่ผูกพันอยู่ในตัวประกาศ

โลกเขาใช้ย่านนี้กันมา 30 ปีแล้ว

DECT ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ มันคือมาตรฐานเดียวกับที่โทรศัพท์ไร้สายในบ้านและออฟฟิศใช้มาตั้งแต่ยุค 90 สิ่งที่ใหม่คือการเอามันมาใช้กับงานเสียงระดับมืออาชีพ

ภูมิภาคย่านที่ใช้ชื่อที่เรียกกัน
ยุโรป · เอเชีย · ออสเตรเลีย · อเมริกาใต้1880–1900 MHzDECT
อเมริกาเหนือ1920–1930 MHzDECT 6.0

ไทยเลือกเดินตามฝั่งยุโรป ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับคนซื้อของ เพราะอุปกรณ์รุ่นยุโรปนำเข้ามาใช้ได้ตรงย่าน ไม่ต้องรอรุ่นเฉพาะภูมิภาค

ของจริงที่มีขายอยู่แล้ว

Sennheiser SpeechLine Digital Wireless — ระบบไมค์ไร้สายสำหรับงานพูดและห้องประชุมที่สร้างบนมาตรฐาน DECT ทำงานในย่าน 1.9 GHz แบบไม่ต้องขอใบอนุญาต และแยกย่านตามภูมิภาค — EU ใช้ 1880–1900 MHz ส่วน US ใช้ 1920–1930 MHz

Shure Microflex Wireless (MXW) — ระบบไมค์ไร้สายสำหรับห้องประชุมที่ Shure ออกมาตั้งแต่ปี 2013 รุ่นตลาดอเมริกาใช้ย่าน Z10 คือ 1920–1930 MHz

จุดร่วมของทั้งสองเจ้าคือ ไม่ได้ทำมาสำหรับคอนเสิร์ตร็อก แต่ทำมาสำหรับห้องประชุม ห้องเรียน และงานบรรยาย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่กว่ามากและเป็นตลาดที่งานระบบส่วนใหญ่ในไทยอยู่

DECT ดีตรงไหน และไม่ดีตรงไหน

ข้อดีข้อแลกเปลี่ยน
ไม่ต้องขอใบอนุญาตความถี่ระยะทำการสั้นกว่า UHF ชัดเจน
เลือกช่องสัญญาณอัตโนมัติ — ไม่ต้องมีคนสแกนหาความถี่ว่างก่อนงานจำนวนช่องพร้อมกันจำกัดกว่าระบบ UHF ระดับบน
เป็นดิจิทัลทั้งเส้น เสียงไม่มีฮิสส์แบบ FMต้องแชร์ย่านกับโทรศัพท์ไร้สาย DECT ที่มีอยู่ในตึก
เข้ารหัสสัญญาณได้ — ห้องประชุมที่คุยเรื่องลับต้องการข้อนี้ทะลุผนังหนาและโครงสร้างเหล็กได้แย่กว่าย่านต่ำ

สรุปให้สั้นที่สุด — DECT เหมาะกับงานในอาคารที่มีหลายห้องและต้องติดตั้งถาวร ส่วน UHF ยังเหมาะกับงานที่ต้องการระยะไกลและช่องจำนวนมากพร้อมกัน ไม่ใช่ของที่มาแทนกัน แต่เป็นของที่เลือกตามงาน

เอาไปใช้กับงานแบบไหนได้บ้าง

ย่านใหม่นี้เข้ากับงานที่ NVK เจอบ่อยอยู่แล้วหลายประเภท

งานทำไม DECT เข้าทาง
ห้องประชุมองค์กรติดตั้งถาวร หลายห้องในตึกเดียว ระบบเลือกช่องเองไม่ชนกัน
ห้องเรียน · ห้องบรรยายครูหยิบไมค์แล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องมีคนดูแลความถี่
โรงพยาบาล · ห้องอบรมเข้ารหัสได้ และไม่ชนกับย่านที่อุปกรณ์การแพทย์ใช้
ระบบนำชม (tour guide) ในพิพิธภัณฑ์ โรงงานหลายกลุ่มพร้อมกันในพื้นที่เดียว
ไมค์ประกาศเคลื่อนที่ในคลังสินค้า ห้างร้านไม่ต้องเดินสายไปจุดประกาศ

ระบบเสียงในอนาคตจะใช้ย่านนี้อย่างไร

ทิศทางที่ชัดที่สุดคือ ไมค์ไร้สายจะกลายเป็นอุปกรณ์ปลายทางอีกตัวหนึ่งบนระบบเสียงเน็ตเวิร์ก ไม่ใช่ระบบแยกที่ต่อสายเข้ามิกเซอร์

ทุกวันนี้ระบบ Public Address เดินบน IP เกือบทั้งหมดแล้ว — ลำโพงเป็นอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก แอมป์เป็นอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก โซนถูกจัดด้วยซอฟต์แวร์ (อ่านเพิ่มได้ที่ Network Audio ต่างจากระบบเสียงประกาศแบบเดิมอย่างไร) ชิ้นส่วนที่ยังเป็นเกาะแยกอยู่คือไมค์ไร้สาย เพราะมันผูกกับเครื่องรับเฉพาะของมันเอง

เมื่อไมค์ไร้สายอยู่บนย่านที่ใช้ได้ทั่วไปโดยไม่ต้องขอใบอนุญาต และสถานีฐานของมันเป็นอุปกรณ์ที่ต่อ LAN ได้ ภาพที่ตามมาคือ

อีกเส้นที่ต้องจับตาคือ DECT-2020 NR ซึ่งเป็นมาตรฐานรุ่นใหม่บนย่านเดียวกัน ออกแบบมาเพื่องาน IoT และการสื่อสารแบบหลายอุปกรณ์ ถ้าฝั่งผู้ผลิตอุปกรณ์เสียงหยิบไปใช้ จำนวนช่องพร้อมกันซึ่งเป็นข้อจำกัดหลักของ DECT เดิมจะขยับขึ้นได้อีก

แล้วฝั่ง Hikvision

ปัจจุบันไลน์ Professional Audio ของ Hikvision มีไมโครโฟนไร้สายอยู่แล้วในกลุ่มที่ใช้ ย่าน UHF คู่กับชุดผสมสัญญาณและอุปกรณ์ประมวลผลเสียง ส่วนไมค์ประกาศประจำจุดอย่าง DS-QAZ1MP7G1 และ DS-QAPMDR ทำงานบนระบบเน็ตเวิร์กและแบบมีสายตามลำดับ

สิ่งที่พูดได้ตรงไปตรงมา ณ วันนี้คือ — Hikvision ยังไม่มีสินค้าที่ประกาศออกมาว่าใช้ย่าน DECT 1880–1900 MHz แต่เงื่อนไขที่จะทำให้เกิดนั้นเข้าที่แล้วเกือบครบ: ผู้ผลิตมีไลน์ Professional Audio เต็มรูปแบบ มีระบบเสียง IP ที่จะเป็นปลายทางให้ไมค์ไร้สายเข้ามาต่อ และตลาดปลายทางอย่างห้องประชุมกับห้องเรียนคือกลุ่มที่ผู้เล่นรายอื่นใช้ DECT ทำเงินอยู่แล้ว

เมื่อประเทศไทยเปิดย่านนี้อย่างเป็นทางการ ตลาดในประเทศก็พร้อมรับของทันทีที่ผู้ผลิตส่งออกมา — NVK จะอัปเดตบทความนี้เมื่อมีข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ยืนยันได้

ระหว่างนี้ทำอะไรได้บ้าง

เช็กไมค์ไร้สายที่ใช้อยู่ก่อน ว่าความถี่ที่ใช้ยังอยู่ในช่วงที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ กสทช. มีระบบให้ตรวจสอบและปรับจูนที่ tunemic.nbtc.go.th — งานที่ส่งมอบไปแล้วหลายปีมักเป็นจุดที่ถูกลืม

งานที่กำลังออกแบบใหม่ เผื่อทางไว้ วางโครงระบบเสียงหลักให้เป็น IP ตั้งแต่ต้น แล้วเลือกวิธีรับสัญญาณไมค์ทีหลัง จะเปลี่ยนจาก UHF ไป DECT หรือใช้ทั้งสองอย่างก็ทำได้โดยไม่ต้องรื้อแกนกลาง

อย่าเพิ่งทิ้งของ UHF ย่านใหม่ไม่ได้มาแทนที่ ระบบที่ต้องการระยะไกลหรือช่องจำนวนมากพร้อมกันยังต้องพึ่ง UHF อยู่

ทีมวิศวกรของ NVK ช่วยประเมินระบบเสียงที่มีอยู่ ดูว่าจุดไหนควรอัปเกรด จุดไหนยังใช้ได้ต่อ และออกแบบส่วนขยายให้รองรับของที่จะเข้ามาในย่านใหม่ได้

สินค้าที่กล่าวถึงในบทความ

DS-QAZ1MP7G1(O-STD)/EU
- 7-inch color IPS touch screen - 1-channel gooseneck microphone audio input, 1-channel 4-segment 3.5 mm audio input - 1-channel local speaker audio output, 1-channel 3.5 mm audio
฿18,720
DS-QAPMDR(O-STD)
· Adopting 20mm single-pointing condenser pickup unit, it features high dynamic range, wide frequency range and suitable sensitivity. · Adopt square tube shape design, simple and g
฿13,380
DS-QAE0MG0G1(O-STD)
· High SNR and balanced frequency response sound inlet basket · Equipped with high sensitivity, low noise pre-amplification circuit, can clearly capture the long-distance speech so
฿5,670
DS-QAE1A80G1-VB(O-STD)/EU(B)
Rated Power: 80 W, 2 Zones Audio input: USB/Bluetooth/MIC/RCA Support two-zone volume and content adjustment Support schedule/live/emergency broadcast, alarm linkage, TTS
฿14,580
DS-QAZ0206G1-S(O-STD)
Connecting the main speaker for amplification.
฿2,430

สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษา?

ทีมขายและ Engineer ของ NVK พร้อมช่วย scope ระบบและเสนอราคา

💬 สอบถามทาง LINE ดูสินค้า Hikvision ทั้งหมด →

บทความที่เกี่ยวข้อง

📚 คู่มือการใช้งาน
2026-08-22 · Hikvision

คู่มือใช้งาน HIKVISION AX Pro (DS-PWA64 Kit) — จากแกะกล่องถึงส่งมอบ ให้ลูกค้าใช้ต่อได้จริง

ชุด AX Pro ที่จับคู่อุปกรณ์เสร็จใน 20 นาที กับชุดที่ลูกค้ายังเปิดใช้อยู่หลังผ่านไปหนึ่งปี ต่างกันที่ 4 อย่าง — ตำแหน่งที่วัดสัญญาณก่อนเจาะ · ชนิดโซนที่เลือกให้ประตูหน้า · เวลาหน่วงเข้า-ออก · และการส่งมอบสิทธิ์ให้เจ้าของ คู่มือนี้ไล่ทีละขั้นพร้อมตัวเลขจริงจากคู่มือทางการ
อ่านต่อ
💡 Solutions
2026-08-22 · Hikvision

วางระบบ AX Pro ตามประเภทอาคาร — โกดัง โรงงาน ร้านหลายสาขา ร้านทอง และคอนโด

ระบบที่ออกแบบมาสำหรับบ้าน เอาไปวางในโกดังแล้วพัง ไม่ใช่เพราะอุปกรณ์ไม่ดี แต่เพราะสมมติฐานเรื่อง "ใครมีสิทธิ์ปิดระบบ และปิดตอนไหน" ต่างกันคนละเรื่อง คู่มือออกแบบ AX Pro แยกตามประเภทอาคาร 5 แบบ พร้อมรายการอุปกรณ์ ค่าที่ต้องตั้งต่างจากค่าเริ่มต้น และกับดักเฉพาะของแต่ละแบบ
อ่านต่อ
💡 Solutions
2026-08-19 · Hikvision

Network Audio ต่างจากระบบเสียงประกาศแบบเดิมอย่างไร — และควรใช้ตรงไหนถึงคุ้ม

ระบบ PA แบบ 70V/100V ผูกโซนการประกาศไว้กับการเดินสายอย่างแยกไม่ออก Network Audio ตัดปมนี้ทิ้ง — แต่ไม่ได้แปลว่าควรเปลี่ยนทั้งระบบทุกงาน
อ่านต่อ