หน้าแรก›บทความ›Blog
✍️ BlogMegvii

Face Recognition กับ PDPA: ติดตั้งสแกนใบหน้าอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

2026-08-16·อ่าน 9 นาที

ระบบสแกนใบหน้ากลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการเข้าออกอาคารและการลงเวลาทำงาน เพราะสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องสัมผัส แต่หลายองค์กรติดตั้งไปแล้วโดยยังไม่ได้เตรียมเอกสารและกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็นจนกว่าจะมีผู้ร้องเรียน

บทความนี้อธิบายว่า พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กำหนดอะไรไว้บ้างเกี่ยวกับข้อมูลใบหน้า และองค์กรต้องเตรียมอะไรก่อนติดตั้งจริง

ทำไมข้อมูลใบหน้าถึงพิเศษกว่าข้อมูลอื่น

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) แบ่งข้อมูลส่วนบุคคลเป็น 2 ระดับ:

ข้อมูลอ่อนไหวมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่ามาก — โดยหลักแล้วต้องได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้ง (explicit consent) จากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด และบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนก็สูงกว่าข้อมูลทั่วไปเช่นกัน

จุดที่มักเข้าใจผิด: กล้องวงจรปิดทั่วไปที่บันทึกภาพคน ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป — แต่เมื่อใดที่ระบบแปลงใบหน้าเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขเพื่อระบุตัวบุคคล (face template) เมื่อนั้นจะกลายเป็นข้อมูลชีวภาพซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวทันที

ระบบสแกนใบหน้าเก็บอะไรไว้จริง ๆ

ความเข้าใจนี้สำคัญต่อการอธิบายกับพนักงานและการออกแบบมาตรการความปลอดภัย:

ระบบส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บรูปถ่ายใบหน้าไว้ตรง ๆ แต่ประมวลผลใบหน้าให้เป็นชุดตัวเลขที่แทนลักษณะเฉพาะ เรียกว่า face template หรือ faceprint แล้วเก็บเฉพาะชุดตัวเลขนั้น เวลาสแกนก็นำค่าที่ได้มาเทียบกับที่เก็บไว้

ข้อดีคือถ้าข้อมูลรั่วไหล ผู้ได้ข้อมูลไปไม่สามารถสร้างภาพใบหน้ากลับคืนมาได้ง่าย ๆ — แต่ในทางกฎหมาย ข้อมูลนี้ยังคงเป็นข้อมูลชีวภาพที่ใช้ระบุตัวบุคคลได้ จึงยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของข้อมูลอ่อนไหวเต็มรูปแบบ

ฐานทางกฎหมายที่ใช้ได้ — และข้อควรระวัง

ก่อนเก็บข้อมูลใบหน้า องค์กรต้องระบุให้ได้ว่าใช้ฐานทางกฎหมายใด:

ฐานทางกฎหมายใช้ได้เมื่อข้อควรระวัง
ความยินยอมโดยชัดแจ้งเจ้าของข้อมูลยินยอมด้วยความสมัครใจ โดยได้รับข้อมูลครบถ้วนต้องถอนความยินยอมได้ และการถอนต้องไม่ทำให้เสียประโยชน์ — กรณีนายจ้าง-ลูกจ้างต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจถูกมองว่าไม่ได้ยินยอมโดยอิสระ
ประโยชน์สำคัญต่อชีวิตจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพใช้ได้เฉพาะกรณีจำเป็นจริง ไม่ใช่เหตุผลทั่วไปด้านความปลอดภัย
การปฏิบัติตามกฎหมายมีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องเก็บต้องอ้างอิงกฎหมายฉบับที่ชัดเจนได้

ประเด็นสำคัญสำหรับนายจ้าง: การใช้ความยินยอมของลูกจ้างเป็นฐานทางกฎหมายมีความเปราะบาง เพราะลูกจ้างอยู่ในสถานะที่อาจรู้สึกว่าปฏิเสธไม่ได้ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยกว่าคือ:

สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมก่อนติดตั้ง

  1. ประเมินความจำเป็นก่อน — ตอบให้ได้ว่าทำไมต้องใช้ใบหน้า ในเมื่อบัตรหรือ PIN ก็ทำงานได้ หลักการสำคัญของ PDPA คือเก็บเท่าที่จำเป็น
  2. จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) — ระบุว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร เก็บนานเท่าไร ใครเข้าถึงได้ ส่งต่อให้ใครหรือไม่ และเจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์อะไรบ้าง
  3. ขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร — แยกออกจากสัญญาจ้างหรือเอกสารอื่น ให้เห็นชัดว่าเป็นการยินยอมเรื่องข้อมูลชีวภาพโดยเฉพาะ
  4. กำหนดระยะเวลาเก็บและวิธีลบ — เมื่อพนักงานลาออกหรือผู้มาติดต่อจบภารกิจ ต้องมีขั้นตอนลบข้อมูลที่ทำได้จริงและมีผู้รับผิดชอบ
  5. จำกัดสิทธิ์การเข้าถึง — กำหนดว่าใครดูข้อมูลได้ พร้อมบันทึกประวัติการเข้าถึง (audit log)
  6. ติดป้ายแจ้งในพื้นที่ที่มีการเก็บข้อมูล — ให้ผู้มาติดต่อทราบก่อนเข้าพื้นที่
  7. จัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล (RoPA) — เอกสารที่กฎหมายกำหนดให้องค์กรต้องมี
  8. ประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล — สำหรับการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวในวงกว้าง ควรทำการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

มาตรการทางเทคนิคที่ควรมี

มาตรการรายละเอียด
เข้ารหัสข้อมูลเข้ารหัสทั้งขณะจัดเก็บและขณะส่งผ่านเครือข่าย
เก็บข้อมูลไว้ในประเทศหากใช้ระบบคลาวด์ ต้องตรวจสอบว่าข้อมูลถูกเก็บที่ใด การส่งข้อมูลออกนอกประเทศมีข้อกำหนดเพิ่มเติม
เก็บเฉพาะ template ไม่เก็บภาพถ้าระบบรองรับ ให้ตั้งค่าไม่เก็บภาพใบหน้าต้นฉบับ เก็บเฉพาะชุดข้อมูลที่ใช้เทียบ
แยกเครือข่ายอุปกรณ์สแกนใบหน้าควรอยู่ใน VLAN แยก ไม่ปะปนกับเครือข่ายทั่วไป และไม่เปิดออกอินเทอร์เน็ตโดยตรง
เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นอุปกรณ์ที่ยังใช้รหัสผ่านจากโรงงานคือช่องโหว่ที่ถูกโจมตีบ่อยที่สุด
อัปเดตเฟิร์มแวร์ติดตามและติดตั้งการอัปเดตด้านความปลอดภัยสม่ำเสมอ
มีแผนรับมือข้อมูลรั่วไหลกฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายในกรอบเวลาที่กำหนด ต้องเตรียมขั้นตอนไว้ล่วงหน้า

กรณีการใช้งานที่ความเสี่ยงต่างกัน

การใช้งานระดับความเสี่ยงข้อแนะนำ
ควบคุมเข้าออกพื้นที่หวงห้าม (ห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องเก็บของมีค่า)ต่ำ — มีเหตุผลด้านความปลอดภัยรองรับชัดเจนใช้ได้ ระบุเหตุผลความจำเป็นให้ชัด จำกัดเฉพาะผู้มีสิทธิ์เข้า
ลงเวลาทำงานพนักงานปานกลาง — ประเด็นความยินยอมโดยอิสระต้องมีทางเลือกอื่น (บัตร/PIN) ให้เสมอ
ระบุตัวลูกค้า/ผู้มาติดต่อสูง — บุคคลภายนอกไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ที่ยินยอมล่วงหน้าต้องแจ้งและขอความยินยอมชัดเจนก่อนเก็บ ควรพิจารณาว่าจำเป็นจริงหรือไม่
ค้นหาบุคคลจากกล้องทั่วพื้นที่สูงมาก — เป็นการเฝ้าระวังในวงกว้างต้องประเมินผลกระทบอย่างละเอียด และควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนใช้งาน

เช็กลิสต์ก่อนเปิดใช้ระบบ

  1. ตอบได้ไหมว่าทำไมต้องใช้ใบหน้า แทนที่จะใช้บัตรหรือรหัส?
  2. มีประกาศความเป็นส่วนตัวที่อธิบายครบถ้วนแล้วหรือยัง?
  3. มีแบบฟอร์มขอความยินยอมแยกเฉพาะเรื่องข้อมูลชีวภาพหรือยัง?
  4. มีทางเลือกอื่นให้ผู้ที่ไม่ยินยอมหรือยัง — และใช้ได้จริงโดยไม่เสียสิทธิ์?
  5. กำหนดระยะเวลาเก็บและมีขั้นตอนลบข้อมูลที่ทำได้จริงหรือยัง?
  6. จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงและมีบันทึกการเข้าถึงหรือยัง?
  7. ข้อมูลถูกเข้ารหัสและเก็บอยู่ที่ใด ตรวจสอบแล้วหรือยัง?
  8. มีแผนรับมือกรณีข้อมูลรั่วไหลหรือยัง?

สรุป

เทคโนโลยีจดจำใบหน้าใช้งานได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของ ความจำเป็น ความโปร่งใส และการให้ทางเลือก — สามคำนี้คือหัวใจของ PDPA

องค์กรที่เตรียมเอกสารและกระบวนการให้ครบตั้งแต่ต้น จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงทางกฎหมายภายหลัง ในทางกลับกัน การติดตั้งไปก่อนแล้วค่อยจัดการเอกสารทีหลัง คือความเสี่ยงที่อาจมีต้นทุนสูงกว่าที่คิดมาก

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย องค์กรควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) เพื่อประเมินกรณีเฉพาะของตน

อ่านต่อเกี่ยวกับความสามารถของเทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพได้ที่ AI Video Analytics 2026: กล้องทำอะไรได้มากกว่าบันทึกภาพ

สินค้าที่กล่าวถึงในบทความ

DS-K1T320MFWX(O-STD)
Face Recognition Terminal, 2.4-inch LCD screen,2 Mega pixel wide-angle lens,Built-in Mifare card reading module; Max.500 faces capacity Max.1,000 fingerprints capacity,Max.1,000 ca
฿7,890
DS-K1T321MFWX(O-STD)
Face Recognition Terminal, 2.4-inch LCD screen,2 Mega pixel wide-angle lens,Built-in Mifare card reading module; Max.500 faces capacity Max.3,000 fingerprints capacity,Max.3,000 ca
฿8,550
DS-K5671-ZH(O-STD)
Face recognition terminal for Swing Barrier, 7 inch LCD Touch Screen, 2Mega Camera, 1080P, automatic focusing and self-adapt to different statural people Built-in IO output or Wiegand out,easy to Communicates with the third-party turnstile 50,000 faces, 50,000 events adopt deep learning algorithm, more fast and accurate multiple languages: English, Spanish, Arabic, Thai, Indonesian, Russian, and Vietnamese TCP/IP,WIFI communication, Application Situation: Indoor Remote live view via RTSP protocol;
฿90,150

สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษา?

ทีมขายและ Engineer ของ NVK พร้อมช่วย scope ระบบและเสนอราคา

💬 สอบถามทาง LINE ดูสินค้า Megvii ทั้งหมด →

บทความที่เกี่ยวข้อง

🎓 Webinar
2022-08-09 · Megvii

Webinar : 17/6/2022 2022 Megvii Products Update

อัพเดตสินค้าใหม่จาก Megvii และการใช้งานร่วมกับ Visitor Management System จาก Face48
อ่านต่อ
💡 Solutions
2022-08-03 · Megvii

People Counting with FACE48 (นับจำนวนคนและรถผ่านระบบ FACE48)

การทำงานร่วมกับระบบ FACE48 และ B4H สำหรับการวิเคราะห์และประมวลผลลักษณะของบุคคล ยานพาหนะ เพื่อนำมาแสดงข้อมูลเป็นรายงานประเภทต่างๆ
อ่านต่อ
📚 คู่มือการใช้งาน
2021-10-06 · Megvii

Megvii x Face 48 : Time Attendance and Location-based Services

Face48 กับฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำ Timeline Report!
อ่านต่อ