การตั้งค่า ENS610EXT MESH AP แบบ Stand-alone

จากบทความในครั้งก่อนทาง NVK ได้นำเสนอ การตั้งค่า ENS610EXT ใน Mode Access Point แบบ Stand-alone AP ไปแล้ว โดยอีกหนึ่งความสามารถเด่นของ EnGenius ENS610EXT คือรองรับการทำ MESH AP ในรูปแบบ Stand-alone หรือจะใช้งานร่วมกับ EnGenius Controller หรือ ezMaster Solution อุปกรณ์ก็รองรับการทำงานเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้ทาง NVK จะมานำเสนอการตั้งค่า MESH AP สำหรับท่านที่สนใจหรือมองหาการใช้งานในรูปแบบ MESH ครับ

อุปกรณ์ที่ใช้ในวันนี้จะมี ENS610EXT จำนวน 2 ตัว โดย ENS610EXT ตัวที่หนึ่งจะทำหน้าที่เป็น Root Node (มีสายเชื่อมต่อ) และอุปกรณ์ ENS610EXT อีก 1 ตัวจะทำหน้าที่ Mesh Node แบบไร้สาย โดยการตั้งค่าสามารถทำได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1

ก่อนตั้งค่า ENS610EXT ติดตั้งเสาสัญญาณ และต่ออุปกรณ์ตามภาพ

ขั้นตอนที่ 2

ตั้งค่า IP ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ (192.168.1.xx) ตามภาพสำหรับ Windows 10

Setting > Network & Internet > Ethernet > Change adapter options

 

คลิกขวาที่ Local Area Network > Properties > Internet Protocol Version 4 (TCP/IPv4) เลือก Properties

เลือก Use the following IP address: และทำการกำหนด IP

IP address: 192.168.1.10 | Subnet mark: 255.255.255.0

คลิก OK และคลิก Close

ขั้นตอนที่ 3

เปิด Web browser ที่ใช้งาน เพื่อเข้าสู่การตั้งค่าพิมพ์ IP: 192.168.1.1 เมื่อขึ้นหน้าจอ Login ให้ใส่

Username: admin / Password: admin จะเข้าสู่หน้าจอสถานะของอุปกรณ์

ขั้นตอนที่ 4

เปลี่ยน IP Address ในเมนู Network > Basic ของอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัว ซึ่ง IP ดังกล่าวควรเป็น IP ที่สามารถออก Internet ได้ (*ตรวจสอบ IP ภายใน Network ของท่านเพื่อป้องกันการชนกันของ IP ภายใน Network ก่อนทำการตั้งค่า)

ขั้นตอนที่ 5

ตั้งค่า Network > Wireless โดยกำหนดชื่อของ Device Name และเลือก Country / Region ของอุปกรณ์ หัวข้อ Operation Mode เลือก Access Point *เอาเครื่องหมายถูก ตรง Green ออกทั้ง 2 ย่าน กำหนด Channel โดยการตั้งค่าในครั้งนี้ จะทำการ Mesh ที่ย่าน 5Ghz ดังนั้นการตั้งค่า Channel มีความจำเป็นต้องเหมือนกันทั้ง 2 ตัว จากนั้นกำหนด Transmit Power ของอุปกรณ์ (สำหรับลูกค้าทั่วไปสามารถตั้งค่าเบื้องต้นได้ตามภาพประกอบ)

ภาพแสดงการกำหนด Channel 2.4Ghz และ 5Ghz ของอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัว

ขั้นตอนที่ 6

ตั้งค่า SSID เพื่อแสดงชื่อ WIFI ในแต่ละจุดที่ใช้งาน คลิก Edit และตั้งค่า Security รหัสของ WIFI เพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน (*หากไม่ต้องการให้แสดงชื่อของ WIFI ที่มากเกินไป ลูกค้าสามารถตั้งค่าเป็นชื่อเดียวกันได้ทั้ง 2.4Ghz และ 5Ghz ที่อุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวครับ)

ภาพแสดงการตั้งค่า SSID ของอุปกรณ์ตัวที่ 1 (Root Node)

ภาพแสดงการตั้งค่า SSID ของอุปกรณ์ตัวที่ 2 (Mesh Node)

ในส่วน Security Mode ให้ตั้งค่าเป็น WPA2-PSKEncryption เลือก AES และ Passphrase กำหนดรหัส WIFI 8 ตัวขึ้นไป โดยสามารถใช้การตั้งค่านี้ได้ทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz ตามภาพด้านล่างครับ

ขั้นตอนที่ 7

เมื่อตั้งค่าต่างๆ ใน Mode Access Point ของอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนสำคัญในการตั้งค่า Mesh เพื่อจะทำให้อุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยไปที่ Mesh > Setting ตั้งค่าต่างๆ ดังต่อไปนี้ทั้ง 2 อุปกรณ์ โดย Mesh ID และ Password จะต้องเหมือนกัน

ภาพแสดงการตั้งค่า Mesh Settings ของอุปกรณ์ตัวที่ 1 (Root Node)

ภาพแสดงการตั้งค่า Mesh Settings ของอุปกรณ์ตัวที่ 2 (Mesh Node)

ขั้นตอนที่ 8

ตรวจสอบสถานะก่อนนำอุปกรณ์ไปติดตั้งจริง ที่ Mesh > Status จะพบว่าอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวได้ทำการ Mesh กันเรียบร้อยแล้ว หรือจะใช้ Tools ต่างๆในการตรวจสอบก็สามารถทำได้เช่นกัน ที่ Mesh > Tools

ภาพแสดงสถานะของอุปกรณ์ตัวที่ 1 (Root Node)

ภาพแสดงสถานะของอุปกรณ์ตัวที่ 2 (Mesh Node)

ภาพแสดงสถานะต่างๆ ของอุปกรณ์ที่ เมนู Tools

ขั้นตอนที่ 9

เมื่อตั้งค่าต่างๆ เสร็จแล้วให้คลิก Save *การตั้งค่าต่างๆ ของ ENS610EXT จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขใน Changes เพิ่มขึ้นให้คลิก Changes จากนั้นคลิก Apply หรือคลิก Apply ที่มุมขวาของ browser ที่ลูกค้าใช้งาน ระบบจะทำการบันทึกค่าที่ตั้งไว้ก่อนนำไปใช้งาน

ขั้นตอนที่ 10

ต่อสาย UTP จากพอร์ต LAN ของ Router หลักมายังพอร์ต LAN ของ PoE Adapter ที่ทำหน้าที่เป็น Root Node ส่วนอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น Mesh Node ก็ต่อเพียงพอร์ต PoE ของ PoE Adapter เพื่อทำหน้าที่จ่ายไฟ จากนั้นนำไปติดตั้งในจุดที่ต้องการ เพียงเท่านี้ Wireless Mesh บน ENS610EXT ก็พร้อมใช้งานได้ทันที

 

รายละเอียดสินค้า http://www.nvk.co.th/products/brand/engenius/neutron-series/ens610ext


RELATED ARTICLES

    NEWSLETTER SUBSCRIPTION