หน้าแรกบทความBlog
✍️ Blog

อาคารและกิจการแบบไหนต้องมีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตามกฎหมายไทย — คู่มือฉบับเข้าใจง่าย

2026-08-11·อ่าน 21 นาที

คำถามที่ผู้ประกอบการและเจ้าของอาคารถามบ่อยที่สุดข้อหนึ่งคือ “อาคารหรือกิจการของเราต้องติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตามกฎหมายหรือไม่?” คำตอบมักหายากเพราะกฎหมายไทยเรื่องนี้ กระจัดกระจายอยู่หลายฉบับ ไม่มีที่รวมไว้ในที่เดียว บทความนี้จึงรวบรวมและเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย แยกตามประเภทอาคารและกิจการ พร้อมเกณฑ์ตัวเลขที่คุณใช้ตรวจสอบอาคารของตัวเองได้ทันที และเจาะลึกถึงข้อกำหนดการออกแบบตามมาตรฐาน วสท. ว่าระบบที่ถูกต้องต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

สรุปสั้นที่สุด: ประเทศไทยไม่มี “พ.ร.บ. แจ้งเหตุเพลิงไหม้” ฉบับเดียว แต่บังคับผ่านกฎหมาย 3 ชั้นซ้อนกัน คือ (1) กฎหมายควบคุมอาคาร (2) กฎหมายความปลอดภัยแรงงาน และ (3) กฎหมายเฉพาะรายกิจการ — อาคารหนึ่งแห่งอาจต้องเข้าเกณฑ์หลายชั้นพร้อมกัน และต้องยึดเกณฑ์ที่เข้มที่สุดเป็นตัวตั้ง ส่วน “วิธีออกแบบให้ถูกต้อง” ให้ยึดมาตรฐาน วสท. 021002

กฎหมาย 3 ชั้นที่คุมเรื่องแจ้งเหตุเพลิงไหม้

ชั้นที่ 3 · กฎหมายเฉพาะรายกิจการ โรงแรม · สถานบริการ · โรงงาน · สถานพยาบาล · น้ำมันเชื้อเพลิง — เข้มที่สุด ซ้อนทับสองชั้นล่าง ชั้นที่ 2 · กฎหมายความปลอดภัยแรงงาน กฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 — ทุกสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง (≥2 ชั้น หรือ ≥300 ตร.ม.) ชั้นที่ 1 · กฎหมายควบคุมอาคาร พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 + กฎกระทรวง 33 / 39 / 55 — คุมตัวอาคารตั้งแต่ขออนุญาตก่อสร้าง อาคารหนึ่งแห่งอาจเข้าหลายชั้นพร้อมกัน — ยึดเกณฑ์ที่เข้มที่สุด
กฎหมายแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของไทยซ้อนกัน 3 ชั้น — ยิ่งกิจการเฉพาะทาง ยิ่งมีข้อกำหนดเพิ่ม
  1. ชั้นที่ 1 — กฎหมายควบคุมอาคาร (พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงลูก): คุมที่ “ตัวอาคาร” ตามขนาด ความสูง และการใช้งาน บังคับตั้งแต่ตอนขออนุญาตก่อสร้าง
  2. ชั้นที่ 2 — กฎหมายความปลอดภัยแรงงาน (กฎกระทรวงว่าด้วยการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ออกตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554): คุมที่ “สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง” ทุกประเภทแบบแนวราบ ไม่ว่าจะเป็นอาคารเล็กหรือใหญ่
  3. ชั้นที่ 3 — กฎหมายเฉพาะรายกิจการ (โรงแรม สถานบริการ โรงงาน สถานพยาบาล น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ): ซ้อนทับและมักเข้มกว่าชั้นอื่น

เช็กด้วยตัวเอง: อาคารแบบไหน “ต้องมี” ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

ไล่ตามลำดับข้อ ถ้าเข้าข้อใดข้อหนึ่ง = อาคารของคุณต้องมีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้:

ถ้าอาคารของคุณเข้าเกณฑ์นี้…ต้องมีระบบแจ้งเหตุฐานกฎหมาย (คลิกอ่านตัวบท)
สูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป (อาคารสูง)✅ ทุกชั้นกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (2535) ข้อ 16
พื้นที่รวมทุกชั้นตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ขึ้นไป (อาคารขนาดใหญ่พิเศษ)✅ ทุกชั้นกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (2535) ข้อ 16
พื้นที่รวมทุกชั้นเกิน 2,000 ตร.ม. (อาคารทั่วไป)✅ ทุกชั้นกฎกระทรวง ฉบับที่ 39 (2537) ข้อ 5
ห้องแถว / ตึกแถว / บ้านแถว / บ้านแฝด (ทุกหลัง)✅ สูงไม่เกิน 2 ชั้น = ทุกคูหา · เกิน 2 ชั้น = ทุกชั้นทุกคูหากฎกระทรวง ฉบับที่ 39 (2537) ข้อ 4
มีลูกจ้าง และอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป หรือ พื้นที่ประกอบกิจการตั้งแต่ 300 ตร.ม.✅ ทุกชั้นกฎกระทรวงแรงงาน อัคคีภัย พ.ศ. 2555

ถ้าอาคารของคุณ ไม่เข้าข้อใดเลย (เช่น บ้านเดี่ยวหลังเล็ก อาคารพาณิชย์เดี่ยวพื้นที่ไม่ถึง 2,000 ตร.ม. ที่ไม่ใช่ตึกแถวและไม่มีลูกจ้าง) กฎหมายอาจไม่บังคับระบบสัญญาณแจ้งเหตุ แต่ยังคงต้องมีเครื่องดับเพลิงมือถือและทางหนีไฟตามเกณฑ์อื่นในกฎกระทรวง ฉบับที่ 39

ระบบแจ้งเหตุตามกฎหมายต้องมีอะไรบ้าง

กฎหมาย (กฎกระทรวง 39 ข้อ 6 และ กฎกระทรวง 33 ข้อ 16) ไม่ได้ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่กำหนดองค์ประกอบขั้นต่ำว่าต้องมีทั้งหมด:

รู้จักประเภทอาคารตามกฎหมาย (ตัวเลขที่ต้องจำ)

ประเภทอาคารเกณฑ์อ้างอิง
อาคารสูงสูงตั้งแต่ 23.00 เมตรขึ้นไป (วัดถึงพื้นดาดฟ้า/ยอดผนังชั้นสูงสุด)กฎกระทรวง 33 ข้อ 1
อาคารขนาดใหญ่พิเศษพื้นที่รวมทุกชั้น หรือชั้นใดชั้นหนึ่ง ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ขึ้นไปกฎกระทรวง 33 ข้อ 1
อาคารขนาดใหญ่พื้นที่เกิน 2,000 ตร.ม. หรือ สูงตั้งแต่ 15 ม. และพื้นที่เกิน 1,000–2,000 ตร.ม.กฎกระทรวง 55 ข้อ 1
อาคารชุมนุมคนพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. ขึ้นไป หรือ รองรับคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไปพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ม.4

สำหรับอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ: ไม่ใช่แค่ระบบแจ้งเหตุ

อาคารสูง (≥23 ม.) และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ (≥10,000 ตร.ม.) ถูกกำหนดข้อความปลอดภัยเข้มที่สุด ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) นอกจากระบบสัญญาณแจ้งเหตุทุกชั้น (ข้อ 16) แล้ว ยังต้องมี:

แยกตามประเภทกิจการ

โรงแรม

อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 และกฎหมายควบคุมอาคาร ส่วนใหญ่เข้าเกณฑ์เพราะเป็นอาคารสาธารณะพื้นที่เกิน 2,000 ตร.ม. หรือเป็นอาคารสูง นอกจากนี้ โรงแรมตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป ยังเป็นอาคารที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารตามกฎหมาย

สถานบริการ (ผับ / บาร์)

หลังเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 ที่มีผู้เสียชีวิต 67 ราย มีการออก กฎกระทรวงกำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555 ที่บังคับให้มีระบบสัญญาณแจ้งเหตุ เครื่องตรวจจับควัน ทางหนีไฟที่เพียงพอกับจำนวนคนสูงสุด ป้ายทางออก ไฟฉุกเฉิน และวัสดุตกแต่งที่ไม่ลามไฟ โดยแบ่งอาคารสถานบริการเป็น 6 ประเภทตามพื้นที่ (สถานบริการตั้งแต่ 200 ตร.ม. ขึ้นไปยังต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารด้วย)

โรงงาน

อยู่ภายใต้ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงงาน พ.ศ. 2552 (บังคับเฉพาะโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ตาม พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535) กำหนดให้มีระบบสัญญาณแจ้งเหตุ เครื่องดับเพลิงมือถือติดตั้งห่างกันไม่เกิน 20 เมตร ระบบน้ำดับเพลิงจ่ายต่อเนื่องได้ และระบบดับเพลิงอัตโนมัติในพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่ นอกจากนี้โรงงานที่มีลูกจ้างยังต้องเข้าเกณฑ์กฎกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2555 พร้อมกันด้วย

ห้างสรรพสินค้า · อาคารชุมนุมคน · โรงมหรสพ

จัดเป็นอาคารชุมนุมคน/อาคารสาธารณะตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 เข้าเกณฑ์เมื่อพื้นที่รวมเกิน 2,000 ตร.ม. หรือเป็นอาคารสูง/ขนาดใหญ่พิเศษ โรงมหรสพมีกฎกระทรวงเฉพาะที่กำหนดเรื่องที่นั่งและทางออกเพิ่มเติม

สถานพยาบาล / โรงพยาบาล

อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และกฎกระทรวงลักษณะสถานพยาบาล พ.ศ. 2558 โดยโรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยค้างคืนมีข้อกำหนดเข้มกว่าคลินิก และมักเป็นอาคารสูง/ขนาดใหญ่จึงเข้าเกณฑ์กฎหมายอาคารอยู่แล้ว

สถานศึกษา / โรงเรียน

ไม่มีกฎหมายกำหนดตัวเลขเฉพาะสำหรับสถานศึกษา แต่บังคับผ่านกฎหมายควบคุมอาคาร และกฎกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2555 (หากมีลูกจ้าง) รวมถึงต้องฝึกซ้อมอพยพหนีไฟอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อาคารชุด (คอนโด) · หอพัก · อาคารอยู่อาศัยรวม

อาคารอยู่อาศัยรวมหรืออาคารชุดที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องมีระบบสัญญาณแจ้งเหตุทุกชั้น (กฎกระทรวง 39 ข้อ 5) และเป็นอาคารที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารตามกฎหมาย

ตลาด · อาคารพาณิชย์ · ตึกแถว · ปั๊มน้ำมัน · คลังสินค้า

ตึกแถวที่สูงเกิน 2 ชั้นต้องมีระบบแจ้งเหตุทุกชั้นทุกคูหา (กฎกระทรวง 39 ข้อ 4) ส่วนตลาดหรือร้านค้าที่มีลูกจ้างเข้าเกณฑ์กฎกระทรวงแรงงาน (ตั้งแต่ 2 ชั้น หรือ 300 ตร.ม.) ปั๊มน้ำมันและคลังเก็บวัตถุไวไฟมีกฎหมายเฉพาะเพิ่มเติม (กฎกระทรวงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2552 และ พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535)

เจาะลึกมาตรฐาน วสท.: กฎหมายบอก “ต้องมี” — วสท. บอก “ต้องทำอย่างไร”

สังเกตว่ากฎกระทรวงทุกฉบับบอกแค่ว่าอาคารไหน “ต้องมี” ระบบ และต้องมีองค์ประกอบขั้นต่ำ 3 อย่าง แต่ไม่ได้บอกวิธีออกแบบ เช่น ต้องติด detector กี่ตัว ห่างกันเท่าไหร่ แบตสำรองกี่ชั่วโมง — ตรงนี้คือหน้าที่ของ มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ วสท. 021002 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (ฉบับปัจจุบันคือ วสท. 021002-24 พ.ศ. 2567) ซึ่งวิศวกรผู้ออกแบบ ผู้ติดตั้ง และผู้ตรวจสอบอาคารใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงหลักทั่วประเทศ

วสท. แบ่งอาคารเป็น 6 กลุ่ม — แต่ละกลุ่มต้องมีระบบไม่เท่ากัน

ขอบเขตของมาตรฐานครอบคลุมอาคาร 6 กลุ่ม (อ้างอิง: ศูนย์ความปลอดภัย วช. และ สรุปมาตรฐานโดย Patthawin) โดยนิยามขนาดอ้างตามกฎกระทรวงควบคุมอาคาร:

กลุ่มอาคารตาม วสท.ตัวอย่าง/เกณฑ์ระบบขั้นต่ำที่มาตรฐานกำหนด
1. บ้านอยู่อาศัยบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์อุปกรณ์ตรวจจับควัน โดยเฉพาะพื้นที่หลับนอน (รายละเอียดตามตัวเล่มมาตรฐาน)
2. อาคารขนาดเล็กอาคารที่ไม่เข้าเกณฑ์กลุ่มใหญ่แผงควบคุม (FCP) + ตรวจจับอัตโนมัติ + แจ้งเหตุด้วยมือ + อุปกรณ์เตือนภัย
ข้อยกเว้น: อาคารชั้นเดียวโปร่งโล่งมองเห็นทั่วถึง ไม่บังคับตัวตรวจจับอัตโนมัติ
3. อาคารสูงสูง ≥ 23 ม.ทั้งหมดของกลุ่ม 2 บวก:
• โทรศัพท์ฉุกเฉิน (Fire Telephone)
• ระบบประกาศเรียกฉุกเฉิน (PA / EVAC)
• แผงแสดงผลรวมที่ศูนย์สั่งการดับเพลิง (Graphic Annunciator)
4. อาคารขนาดใหญ่พื้นที่ > 2,000 ตร.ม.
5. อาคารขนาดใหญ่พิเศษพื้นที่ ≥ 10,000 ตร.ม.
6. สถานประกอบการพิเศษ / อาคารสาธารณะโรงแรม โรงพยาบาล ห้าง ฯลฯตามลักษณะความเสี่ยงของกิจการ (อิงกลุ่ม 3–5)

หมายเหตุ: มาตรฐานนี้ไม่ครอบคลุมอาคารเก็บสารไวไฟ/วัตถุระเบิด ซึ่งต้องใช้มาตรฐานเฉพาะทาง (เช่น NFPA)

องค์ประกอบของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ครบชุด

① อุปกรณ์เริ่มสัญญาณ Initiating Devices 🔥 ตรวจจับควัน (Smoke) 🌡 ตรวจจับความร้อน (Heat) ✋ จุดกดแจ้งเหตุ (Manual) 💧 สวิตช์น้ำไหล Sprinkler ② แผงควบคุม FACP / Control Panel รับ · ประมวลผล · สั่งการ 🔋 แบตสำรอง ≥24 ชม. ③ อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ Notification Appliances 🔔 กระดิ่ง / ไซเรน / ฮอร์น ⚡ ไฟกระพริบ (Strobe) 📢 ลำโพงประกาศ (EVAC) ☎️ โทรศัพท์ฉุกเฉิน* ④ แผงแสดงผลรวม Graphic Annunciator — ชี้จุดเกิดเหตุบนผัง* ⑤ การเดินสาย / วงจร วงจรตรวจสอบตัวเอง · ส่งต่อศูนย์เฝ้าระวัง * บังคับสำหรับอาคารสูง / อาคารขนาดใหญ่ / ขนาดใหญ่พิเศษ ตามมาตรฐาน วสท.
องค์ประกอบ 5 ส่วนของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตามมาตรฐาน วสท. — สัญญาณวิ่งจากอุปกรณ์ตรวจจับ เข้าแผงควบคุม แล้วกระจายไปอุปกรณ์แจ้งเหตุทั่วอาคาร

สองจุดที่มาตรฐานเน้นและคนมักเข้าใจผิด (อ้างอิงเนื้อหามาตรฐาน):

ตัวเลขออกแบบสำคัญตามมาตรฐาน วสท.

หัวข้อข้อกำหนดอ้างอิง
ตัวตรวจจับควัน (จุด)ครอบคลุมไม่เกิน 70 ตร.ม./ตัว (เพดานสูงไม่เกิน 4 ม.) · ระยะห่างระหว่างตัวไม่เกิน 8 ม. ห่างผนัง ≥ 10 ซม. ห่างช่องลมแอร์ ≥ 1 ม.สรุปมาตรฐาน วสท. (TPG)
จุดกดแจ้งเหตุด้วยมือติดตั้งที่ทางออกทุกจุด สูงจากพื้น 1.00–1.30 ม. · เดินถึงได้ในระยะไม่เกิน 30 ม.ศูนย์ความปลอดภัย วช.
แบตเตอรี่สำรองภาวะปกติ (standby) ≥ 24 ชั่วโมง + แจ้งเหตุต่อเนื่อง (alarm) ได้อีก ≥ 15 นาทีสรุปมาตรฐาน วสท.
การแบ่งโซน1 โซนต้องอยู่ชั้นเดียวกัน/บริเวณเดียวกัน เพื่อค้นหาต้นเพลิงได้เร็ว · ระยะเดินเข้าถึงภายในโซนไม่เกิน 30 ม.สรุปมาตรฐาน วสท.
การตรวจสอบระบบตรวจสอบใหญ่โดยวิศวกรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง · ทดสอบการทำงานอุปกรณ์ทุก 6 เดือน · ทำความสะอาด detector ปีละครั้งTPG · FireAlarmBKK

ค่าโดยละเอียด (เช่น ระยะติดตั้งตามความสูงเพดาน ตัวตรวจจับความร้อน และการปรับตามชนิดพื้นที่) มีตารางเฉพาะในตัวเล่มมาตรฐาน — ผู้ออกแบบควรอ้างอิง วสท. 021002-24 ฉบับเต็ม

เลือกระบบแบบไหน: Conventional หรือ Addressable

Conventional (ระบุโซน)Addressable (ระบุตำแหน่ง)
การระบุจุดเกิดเหตุบอกเป็น “โซน” — รู้กลุ่มพื้นที่ ไม่รู้จุดแน่นอนอุปกรณ์แต่ละตัวมีรหัสประจำตัว ระบุตำแหน่งรายตัว
การเดินสายสายแยกต่อโซน จำนวนสายมากสาย Loop เส้นเดียวร้อยอุปกรณ์ทั้งหมด
การแจ้งอุปกรณ์ชำรุดรู้เป็นโซนรู้รายตัวทันที — ลดภาระบำรุงรักษา
เหมาะกับอาคาร/โรงงานขนาดเล็ก พื้นที่ไม่ซับซ้อนอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ โรงงาน/คลังสินค้าขนาดใหญ่ อาคารซับซ้อน
งบประมาณเริ่มต้นต่ำกว่าสูงกว่า แต่คุ้มระยะยาวจากการค้นหาเหตุ/ซ่อมบำรุงเร็ว

อ้างอิง: KJL — ประเภทระบบ Fire Alarm · Secutech — การเลือกระบบตามอาคาร

ไม่ใช่แค่ “ติดตั้งแล้วจบ” — หน้าที่ต่อเนื่องตามกฎหมาย

การมีระบบแจ้งเหตุเป็นเพียงจุดเริ่มต้น กฎหมายยังกำหนดหน้าที่ต่อเนื่องที่หลายคนมองข้าม:

อาคาร 9 ประเภทที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคาร

ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 (ออกตามมาตรา 32 ทวิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร):

ประเภทเกณฑ์
อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป
อาคารขนาดใหญ่พิเศษตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ขึ้นไป
อาคารชุมนุมคนตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. หรือ 500 คนขึ้นไป
โรงมหรสพทุกขนาด
โรงแรมตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
สถานบริการตั้งแต่ 200 ตร.ม. ขึ้นไป
อาคารชุด / อยู่อาศัยรวมตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป
โรงงานตามขนาดที่กฎหมายกำหนด
ป้ายสูงตั้งแต่ 15 เมตร หรือพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตร.ม.

ถ้าไม่ทำตามกฎหมาย

การฝ่าฝืนมีทั้งโทษตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารและกฎหมายความปลอดภัยแรงงาน เช่น การไม่จัดให้มีการตรวจสอบอาคารมีโทษทั้งจำและปรับ พร้อมโทษปรับรายวันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือสั่งห้ามใช้อาคารได้ นอกเหนือจากบทลงโทษแล้ว ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเมื่อเกิดเพลิงไหม้จริงคือความเสี่ยงที่ประเมินค่าไม่ได้

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (สรุป)

มาตรฐานเหล่านี้ไม่ใช่กฎหมายโดยตัวเอง แต่มีผลบังคับเมื่อกฎหมายอ้างถึง หรือเมื่อใช้เป็นเกณฑ์การออกแบบและตรวจรับงาน

สรุป: เช็กลิสต์สำหรับเจ้าของอาคาร

  1. อาคารสูงเกิน 23 ม. หรือพื้นที่เกิน 10,000 ตร.ม. หรือไม่?
  2. พื้นที่รวมเกิน 2,000 ตร.ม. หรือไม่?
  3. เป็นตึกแถว/ห้องแถว/บ้านแถว/บ้านแฝดหรือไม่?
  4. มีลูกจ้าง และอาคารตั้งแต่ 2 ชั้น หรือ 300 ตร.ม. ขึ้นไปหรือไม่?
  5. เป็นกิจการที่มีกฎหมายเฉพาะ (โรงแรม สถานบริการ โรงงาน สถานพยาบาล น้ำมัน) หรือไม่?
  6. เข้าข่ายอาคาร 9 ประเภทที่ต้องมีผู้ตรวจสอบหรือไม่?
  7. ระบบที่มีอยู่ครบองค์ประกอบตาม วสท. หรือไม่ (ตรวจจับอัตโนมัติ + จุดกดมือ + อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ + แบตสำรอง 24 ชม. — อาคารใหญ่ต้องเพิ่ม EVAC + โทรศัพท์ฉุกเฉิน + แผงแสดงผลรวม)?
  8. มีแผนและได้ฝึกซ้อมอพยพหนีไฟในรอบปีที่ผ่านมาหรือยัง?

ถ้าตอบ “ใช่” ในข้อ 1–6 แม้เพียงข้อเดียว อาคารของคุณมีหน้าที่ตามกฎหมายด้านการแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ต้องปฏิบัติ และควรตรวจข้อ 7–8 ให้ครบทุกปี

แหล่งอ้างอิง


หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการรวบรวมและสรุปเพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป กฎหมายและกฎกระทรวงมีการปรับปรุงเป็นระยะ ตัวเลขการออกแบบตามมาตรฐาน วสท. สรุปจากเอกสารเผยแพร่และฉบับก่อนหน้า — การออกแบบจริงควรอ้างอิงตัวเล่มมาตรฐาน วสท. 021002-24 ฉบับเต็ม และข้อบัญญัติท้องถิ่นในบางพื้นที่อาจกำหนดเข้มกว่าเกณฑ์กลาง ก่อนออกแบบ ก่อสร้าง หรือปรับปรุงอาคาร ควรตรวจสอบตัวบทกฎหมายฉบับล่าสุดและปรึกษาเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือวิศวกร/ผู้ตรวจสอบอาคารที่ได้รับใบอนุญาตเพื่อความถูกต้องครบถ้วน

สนใจสินค้าหรือต้องการคำปรึกษา?

ทีมขายและ Engineer ของ NVK พร้อมช่วย scope ระบบและเสนอราคา

💬 สอบถามทาง LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

✍️ Blog
2023-08-10

ทำความรู้จัก 3A + 1I ในระบบ ACCESS CONTROL สำหรับโลก DIGITAL และ PHYSICAL

ระบบ Access Control คือระบบรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานในการยืนยันตัวตนและกำหนดให้สิทธิ์ และให้สิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรของผู้ใช้งานแต
อ่านต่อ
✍️ Blog
2022-02-25 · Hikvision

เมื่อสิบปีก่อน NVK เริ่มทำ Smart Pole แล้วครับ

เมื่อ 10 ปีก่อน NVK ได้เข้าร่วมออกงานสัมนา ที่มีองค์การปกครองท้องถิ่น เทศบาล อบต. มาร่วมงานเป็นหลัก โดยเดินสายออกงานไปทั่วประเทศ
อ่านต่อ